เจาะเทรนด์ประจำปี 2021 ผ่านมุมมอง ทัศนคติ และวิถีชีวิตของกลุ่มคนรุ่นต่างๆ Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1997-2012 เพื่อค้นหาและคาดการณ์สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ต้องการ รวมทั้งศักยภาพที่เจนซีมีต่อธุรกิจ เพราะหากเรียนรู้ความต้องการที่ตรงจุดของผู้บริโภคหลักตัวจริง การเติบโตของธุรกิจก็ย่อมเป็นไปได้

1.ความกังวลใจที่เกิดจากความไม่แน่นอน 
เจเนอเรชันซีนั้นเป็นเจเนอเรชันที่เต็มไปด้วยความกังวลใจราวกับอยู่บนภูเขาของความไม่แน่นอน ผลสำรวจ Prosper Insights and Analytics เมื่อเดือนเมษายน 2020 พบว่า 32.7% ของเจนซีสัมผัสกับความรู้สึกเป็นกังวลจากการถูกจำกัดอยู่ในบ้านในช่วงวิกฤตโควิด-19 มากกว่าเจเนอเรชันอื่นๆ ที่มีความกังวลเฉลี่ยเพียง 22% เท่านั้น โดยกลุ่มเจนซีหลายคนมักตั้งประเด็นและคิดว่าพวกเขาจะทำอย่างไรถ้าหากทุกอย่างล่มสลายลง

2.First Jobbers ที่เผชิญปัญหาว่างงานท่ามกลางวิกฤต
เจนซีต้องเผชิญกับปัญหาในเรื่องของการเข้าสู่ตลาดงานหลังจากจบการศึกษา พวกเขาเป็น First Jobbers ที่ต้องเผชิญกับตลาดงานที่ว่างเปล่าท่ามกลางวิกฤตที่ถาโถม อาคิม ชมิลเลน (Achim Schmillen) นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารโลกกล่าวว่า “ผลการวิจัยจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ปัญหาจากการจบระดับมหาวิทยาลัยของนักศึกษาจะส่งผลในระยะยาวต่อการหาตำแหน่งงานในอนาคต” 

3.มองหาทางออกด้วยการรวมตัวและให้ความร่วมมือเป็นกลุ่ม
ท่ามกลางข้อจำกัดต่างๆ เจนซีสามารถมองหาทางออกด้วยการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่นการสร้างแพลตฟอร์ม Intern from Home ของนักศึกษามหาวิทยาลัยบราวน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อนักศึกษาที่ฝึกงานในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา หรือเว็บไซต์แบบคราวด์ซอร์สซิ่ง Is My Internship Cancelled ที่เชิญชวนให้นักศึกษามาอัพเดตข้อมูลแผนการจัดจ้างงานในบริษัทต่างๆ เพื่อส่งเสริมโอกาสในการฝึกงานหรือหาตำแหน่งงานในอนาคต 

4.มองหาพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยเยียวยาจิตใจในพื้นที่ออนไลน์ 
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัยและความไม่แน่นอน เจนซีมองหาพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ในโลกออนไลน์ กว่า 60% ของคอมมูนิตี้ออนไลน์ของเจนซี สนับสนุนเรื่องการมีพื้นที่ปลอดภัยซึ่งเป็นเหตุผลให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “แคมป์ไฟ” (Campfire) หรือพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น สบายใจ เพื่อปลอบใจชาวเจนซีที่มีสภาพจิตใจไม่แข็งแรง โดยเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงเหล่าสมาชิกภายในคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันผ่านความรู้สึกที่พวกเขารู้สึกร่วมกัน เช่น ความโดดเดี่ยว ความไม่สบายใจ หรือแม้แต่การฟื้นฟูปัญหาด้านการกิน อย่างเช่นเเคมเปญ #AloneTogether โดยนิตยสาร Dazed ที่สร้างคอมมูนิตี้ดูเเลหัวใจผ่านเพลงและงานศิลปะ

5.หลีกหนีจากความเป็นจริงในปัจจุบันด้วย Nostalgia Effect
ปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนปรากฏการณ์ทางสังคมอย่าง Nostalgia Effect หรือการย้อนอดีตในวันวาน ทำให้ธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะส่วนอุตสาหกรรมบันเทิงและสื่อเลือกนำแนวคิดการย้อนอดีตนี้มาเป็นธีมสำหรับกลุ่มเจนซี ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสินค้าแบบแอนาล็อกที่ถูกนำกลับมาผลิตใหม่ อย่างเช่นแผ่นเสียง เทปคาสเซ็ตต์ หรือกล้องฟิล์ม สำหรับชาวเจนซี การได้รู้สึกเสมือนย้อนวันเวลานั้น เป็นหนึ่งในวิธีการหลีกหนีจากความเป็นจริงในปัจจุบัน โดย 75% ของเจนซีที่ตอบผลสำรวจของ WGSN ระบุว่า กระแส Nostalgia ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อรู้สึกโกรธหรือไม่มีความสุข

6.เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
แน่นอนว่าเหล่าเซอร์ (Zer) นั้นเป็นกลุ่มที่เกิดมากับโลกดิจิทัลโดยแท้จริง เจนซีเติบโตมาพร้อมกับความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่และเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ทุกเวลา 33% ของเจนซีใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันในการออนไลน์ โดย 36% ของเจนซีกลุ่มเป้าหมายบอกว่า การนำเสนอเนื้อหาบนโลกออนไลน์นั้น “ได้รับการคิดมาเป็นอย่างดี” 

7.คาดหวังการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของธุรกิจหรือแบรนด์
เจนซีเป็นเจเนอเรชันที่เผชิญกับภาวะวิกฤตของสภาพแวดล้อมมาตลอดช่วงอายุ เจนนี้จึงมีความคาดหวังว่าธุรกิจและรัฐบาลจะมีแผนและแนวทางปฏิบัติที่มุ่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เจนซีมีแนวโน้มของอาการวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (Eco-Anxiety) พวกเขาจึงมีความต้องการให้ธุรกิจหรือแบรนด์ไม่ใช่แค่เพียงพูดเรื่องความยั่งยืนเท่านั้น แต่ต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนในการให้คำมั่นสัญญาและการสนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ที่มาภาพเปิด : Unsplash.com/naassomz1