เริ่มต้นจากปี 2000 ที่สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nation Development Program (UNDP) ได้ริเริ่มแคมเปญเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรโลก โดยเรียกว่า “เป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ” (Millennium Development Goals: MDGs) อันมีวัตถุประสงค์ในการลดต้นเหตุของปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทั่วโลกใน 8 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ 1) เพื่อลดจำนวนผู้ขาดสารอาหารลงครึ่งหนึ่ง 2) เพื่อบรรลุประถมศึกษาสากล 3) เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการเพิ่มอำนาจสตรี 4) เพื่อลดภาวะการตายของเด็ก 5) เพื่อส่งเสริมสุขภาพมารดา 6) เพื่อต่อสู้กับโรคเอดส์ มาลาเรียและโรคอื่น 7) เพื่อประกันความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และ 8) เพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทั่วโลกสำหรับการพัฒนา 

โดยผลลัพธ์ความร่วมมือของรัฐสมาชิกสหประชาชาติทั้ง 189 ประเทศในขณะนั้น (ปัจจุบันมี 193 ประเทศ) และองค์การระหว่างประเทศอย่างน้อย 23 องค์การที่ผูกมัดจะช่วยเหลือให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษเหล่านี้ภายในปี 2015 พบว่า เวลากว่า 15 ปีในการดำเนินการร่วมกันจากหลากหลายองค์กรทั่วโลก มีผลลัพธ์ทางสถิติเป็นที่น่าพอใจ

From MDGs to SDGs ภารกิจใหม่ของโลก
หลังจากเป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษสำเร็จลงในปี 2015 องค์การสหประชาชาติจึงได้นำเสนอแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นใหม่เพื่อกำหนดวาระการพัฒนาภายหลังปี 2015 สำหรับ 15 ปีถัดไป ภายใต้ชื่อ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”(Sustainable Development Goals: SDGs) อันประกอบไปด้วย 17 หัวข้อสำคัญ เพื่อสร้างโลกน่าอยู่สำหรับทุกชีวิตที่ไม่ใช่เฉพาะมนุษย์แต่รวมถึงทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลก ได้แก่ 1) ขจัดความยากจน 2) ขจัดความหิวโหย 3) การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 4) การศึกษาที่เท่าเทียม 5) ความเท่าเทียมทางเพศ 6) การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 7) พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ 8) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 9) อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน 10) ลดความเหลื่อมล้ำ 11) เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน 12) แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน 13) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 14) การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล 15) การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก 16) สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก และ 17) ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยทาง UNDP ได้กระจายวิธีการแบบ “How to” อย่างหลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับทุกรูปแบบหน่วยงาน รวมถึงเพื่อสร้างทุกความเป็นไปได้ของการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชาคมโลกทุกภาคส่วนและทุกบทบาทจะสามารถมีส่วนร่วมสร้างเป้าหมายต่างๆ ให้เป็นจริงได้ไม่มากก็น้อย

SDGs กับวันนี้ เราอยู่ตรงไหนกัน
ผ่านเวลามาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันมีหลากหลายองค์กร ตั้งแต่ระดับโลกจนถึงระดับภูมิภาค และหน่วยเล็กๆ ในสังคมทยอยให้ความร่วมมือเพื่อทำให้แผนพัฒนาดังกล่าวเป็นจริงได้อย่างยั่งยืน ดังจะเห็นได้จากผลการรายงานเชิงสถิติในแต่ละปีที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของทั้ง 17 หัวข้อ (สามารถเข้าไปดูผลการดำเนินงานของแต่ละเป้าหมายได้ที่ https://unstats.un.org/sdgs/report/2019/overview/) 

ทั้งนี้ หนึ่งในเครื่องมือของแผนการพัฒนาที่ทุกฝ่ายต้องใช้มากที่สุด ก็คือวิธีการให้ความรู้หรือถ่ายทอดทักษะที่จำเป็นเพื่อใช้ผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริงและสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ล่าสุด องค์กรระดับโลกอย่าง AFS International จึงได้จัดงานสัมมนา ขึ้น ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ภายใต้ชื่อ 2019 AFS Global Conference on Active Global Citizenship - and How to Educate for It เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแผนการพัฒนา SDGs และผลักดันให้เกิดการเรียนรู้เรื่องราวรวมถึงวิธีการต่าง ๆ แก่กลุ่มพลเมืองโลกผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม (Active Global Citizenship) ตลอดระยะเวลา 4 วัน ในการสร้างบรรทัดฐานความรู้ความเข้าใจรวมถึงทักษะที่จำเป็น โดยเฉพาะคำจำกัดความของคำว่า Global Citizenship ผ่านบริบทของตัวแทนผู้เข้าร่วมงานที่มาจากแทบทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการจากรัฐบาลประเทศแคนาดา นักสื่อสารจากสหรัฐอเมริกา ผู้บริหารมูลนิธิ Ban Ki-Moon จากออสเตรีย นักวิจัยจากองค์กรสำคัญของโลกอย่างยูเนสโก รวมถึงนักพัฒนาโครงการจาก Change.org เว็บไซต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงของสหรัฐอเมริกา กระทั่งนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในการเรี่ยไรเงินเพื่อโครงการการกุศลจากสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดและสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

คำถามสำคัญคือ “เรา” ในฐานะหนึ่งในประชากรโลก จะสามารถมีส่วนร่วมในเป้าหมายเหล่านี้ได้อย่างไร? นอกจากที่จะตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและคิดวางแผนเพื่อแก้ปัญหา ตลอดจนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแล้ว สิ่งที่ได้รับการกล่าวถึงว่าสำคัญที่สุดในวันนี้ก็คือ การความสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อันเป็นเป้าหมายลำดับที่ 17 ให้สำเร็จและเกิดขึ้นได้จริง เพราะการทำงานหรือการดำเนินโครงการในรูปแบบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถเพื่อการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ความร่วมมือยังจะนำไปสู่ความเป็นไปได้ทางด้านการเงินเพื่อใช้ในการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราทุกคนสามารถพูดคุยกันข้ามโลก ทำความรู้จัก และร่วมมือกันได้แค่ปลายนิ้ว

...จึงอยู่ที่เราแล้วว่า จะก้าวผ่านจากการเป็นเพียงประชากร (Citizen) คนหนึ่ง ไปสู่การเป็นพลเมืองโลกผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม หรือ Active Global Citizen ได้หรือไม่ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นผลที่จะสะท้อนกลับมาหาเราในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน

ที่มาภาพ : AFS Intercultural Programs

ที่มา : https://www.un.org/sustainabledevelopment/news/communications-material

เรื่อง : สุวภัศร สุคนธบพิตร