ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์เพราะตั้งอยู่บนศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนทำให้ “โลจิสติกส์” เป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมายาวนานทั้งภายในและต่างประเทศ 

บริษัท Agility บริษัทชั้นนำด้านโลจิสติกส์ได้มีการเผยแพร่ผลการจัดอันดับดัชนีประเทศตลาดเกิดใหม่ด้านโลจิสติกส์(Agility Emerging Markets Logistics Index: AEMLI) ในปี 2562 พบว่าจีนและอินเดียอยู่ดับดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ โดยประเทศไทยอยู่อันดับที่ 11 จาก 50 ประเทศทั่วโลก

ภาคอีสานเป็นภาคที่มีพื้นที่มากที่สุด นั่นทำให้ศูนย์โลจิสติกส์มีการกระจายตัวสูงโดยศูนย์กลางมีอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม จากแผนแม่บทศูนย์นครพนมจะเป็นจังหวัดหลักด้านโลจิสติกส์ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นประตูเพื่อต้อนรับสินค้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ส่วนศูนย์กระจายสินค้าจะมี 3 จุดเช่นเดียวกันได้แก่ ศูนย์ขอนแก่น ศูนย์นครราชสีมา และศูนย์อุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หรือที่เราเรียก ประกอบด้วยอุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ เป็นพื้นที่ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ สปป. ลาว ที่มีสะพานมิตรภาพไทย – ลาว เป็นประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ทั้งยังสามารถต่อเนื่องไปยังประเทศจีน โดยที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้เชื่อมโยงกัน ล่าสุดโครงการต่าง ๆ พัฒนาเป็นลำดับ นอกจากนี้ ยังเพิ่มศักยภาพและความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เตรียมยกระดับให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนโดยมีแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ที่ง่ายต่อการเชื่อมต่อให้เป็นฐานการผลิตใหม่ที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Onur K

ที่มา :
รายงานโลจิสติกส์ของประเทศไทย เข้าถึงจาก nesdb.go.th
บทความ “Southeast Asian ports thirst for more seaborne trade”, จาก asia.nikkei.com