คุณมีวิธีคลายเครียดอย่างไรในช่วงเวลาสั้น ๆ....

แน่นอนว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะฟังเพลงที่ชอบ ไม่ก็เปิดดูสิ่งที่ตนสนใจอย่างเอ็มวีของศิลปินที่ใช่ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทำให้ผู้คนไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานนัก ดังนั้น หากเริ่มต้นเสพสิ่งใหม่แล้วพบว่าสิ่งนั้นไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ก็จะปิดทันที ไม่รอดูจนจบ แม้ว่าเนื้อหาต่อจากนั้นจะน่าสนใจเพียงใดก็ตาม 

ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตจึงต้องหาวิธีดึงดูดผู้บริโภคเพื่อให้เลือกชมผลงานของตนต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับยอดการสตรีม (Streaming) เนื่องจากนั่นหมายถึงชื่อเสียงและรายได้มหาศาลที่แต่ละองค์กรจะได้รับ 

ทุกวันนี้ตลาดการสตรีม “เพลง” เติบโตขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากเมื่อปี 2017 การฟังเพลงออนไลน์ (Music Streaming) เติบโตขึ้นถึง 41.1% และในปี 2019 รายได้จากการฟังเพลงออนไลน์ก็มีมากถึง 11.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าสูงมาก ในขณะที่ยอดการซื้อขายหรือฟังเพลงผ่านแผ่นซีดีเริ่มลดลง ศิลปินและค่ายเพลงต่าง ๆ จึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ลูกเล่นและกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการสร้างแรงดึงดูดที่แปลกใหม่และสะดุดตาตั้งแต่เริ่ม เพื่อ “ตก”1 ผู้ฟังใหม่ และ “มัดใจ” ผู้ฟังเก่าให้เข้ามาสนับสนุนผลงานของศิลปินประจำ “ด้อม”2  ของตนต่อไป 

กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเพลงนั้นมีหลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดคือการทุ่มทุนสร้างเอ็มวีให้ตระการตา จับตา จับใจคนดู โดยค่ายเพลงจะใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการโปรโมต ที่มักจะปล่อยรูปภาพหรือวิดีีโอตัวอย่าง (Teaser) ของเพลงนั้น ๆ ออกมาก่อนเพื่อกระตุ้นความสนใจของแฟนเพลง นอกจากนี้ ผู้ผลิตเพลงยังมุ่งผลิตเพลงให้มีทำนองและคำร้องติดหู รวมไปถึงควบคุมให้เพลงมีขนาดสั้นลงด้วย เนื่องจากในการสตรีมเพลงนั้น เจ้าของเพลงจะได้รายได้จากยอดสตรีมที่มีการฟังตั้งแต่ 30 วินาทีขึ้นไป และหากผู้ฟังสตรีมจนจบเพลง รายได้ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงต้องเรียกความสนใจของผู้ฟังไว้ให้ได้มากที่สุด โดยเทคนิคหลักๆ ที่ใช้ในการทำเพลงให้สั้นลงก็เช่น การลดดนตรีช่วงต้น (intro) ลงและเข้าช่วงร้องให้เร็วขึ้นภายใน 5 – 10 วินาทีแรก เพื่อที่ผู้ฟังจะไม่รู้สึกเบื่อแล้วกดข้ามเพลงไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเพลงฮิตในปัจจุบันถึงมีขนาดสั้นลงเหลือสองนาทีกว่า ๆ หรือสามนาทีต้น ๆ เท่านั้น เช่นเพลง Monster ของสองไอดอลสาวสวย IRENE & SEULGI จากเกิร์ลกรุ๊ป RedVelvet ที่มีความยาวเพียง 2.58 นาที แถมดนตรีช่วงต้นเพลงก็ใช้เวลาไปแค่ 8 วินาทีเท่านั้นเอง

อีกหนึ่งลูกเล่นที่ปัจจุบันผู้ผลิตเพลงหรือศิลปินนิยมใช้คือการซ่อน ‘Easter Eggs’ ไว้ในมิวสิกวิดีโอของเพลงนั้น ๆ วิธีการนี้ถือเป็นมิติที่น่าสนใจที่นอกจากจะเพิ่มความสร้างสรรค์ให้กับผลงานแล้ว ยังเป็นการเรียกยอดสตรีมให้เพิ่มขึ้นได้อย่างแยบยล! 

Easter Eggs ในที่นี้คือการซ่อนสิ่งต่าง ๆ หรือข้อความลับ ๆ ที่สามารถอ้างอิง เชื่อมโยงถึงตัวตน หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตได้ไว้ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เกม กระทั่งในเอ็มวีอย่างแนบเนียนและมีชั้นเชิง เช่น ในมิวสิกวิดีโอเพลง ‘KeePer’ ของบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่าง ‘The Boyz’ ตอนหนึ่งที่แสดงภาพปฏิทินตั้งโต๊ะ แม้มองเผิน ๆ จะเหมือนกับปฏิทินทั่วไป แต่หากสังเกตให้ดีแล้วจะพบว่าวันที่ในปฏิทินนั้นคือวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเดบิวต์3 ของพวกเขา จุดเล็ก ๆ นี้จะมีเพียงแฟนตัวยงช่างสังเกตเท่านั้นที่จับได้

วิธีการเช่นนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกมเล็ก ๆ เอาไว้ให้ผู้ชมได้ร่วมสนุก เพราะ Easter Eggs นั้น โดยทั่วไปมักจะไม่มีใครสังเกตเห็น ดังนั้นถ้าผู้ชมคนไหนสามารถสังเกตเห็นและตีความได้ พวกเขาจะรู้สึกเหมือนได้รับ “รางวัล” และสนใจที่จะมองหาสารลับที่ซ่อนไว้ในจุดอื่น ๆ ต่อ ทำให้ผู้ชมต้องวนดูเอ็มวีนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาเจ้า ‘Easter Eggs’ ที่ผู้ผลิต ‘จงใจ’ ใส่ไว้ อันจะนำมาสู่การเพิ่มยอดสตรีมให้ผลงานนั้นไปในตัว
Easter Eggs ยังใช้ในการบอกใบ้อะไรบางอย่างหรือสื่อสารกับคนดูอย่างลับ ๆ ได้อีกด้วย เช่นใน

เอ็มวีเพลง ‘You Need To Calm Down’ ของนักร้องและนักแต่งเพลงสาวชาวอเมริกันมากความสามารถ ‘Taylor Swift’ ที่ได้ซ่อนชื่อเพลง ภาพแทน หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวเธอและอัลบั้มล่าสุด ‘Lover’ เอาไว้อย่างมีศิลปะ เช่นการซ่อนชื่อเพลง ‘Cruel Summer’ หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มใหม่ไว้ในรูปแบบของรอยสักบนแขนแขกรับเชิญ ‘Ellen’ เป็นต้น

การซ่อน Easter Eggs ไว้ นอกจากจะสร้างความน่าสนใจให้กับงานแล้ว ยังทำให้ผู้ผลิตรู้สึกสนุกที่จะได้สื่อสารอะไรบางอย่างกับคนดู นอกจากนี้การซ่อนสาร(เหมือนจะ)ลับไว้ในงานเช่นนี้ ยังทำให้เกิดการสานสัมพันธ์ระหว่างเหล่าแฟนคลับทั่วโลก จากการแลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือข้อความบางอย่างในเพลงนั้น ๆ ต่อกัน ซึ่งการตามล่า Easter Eggs ในมิวสิกวิดีโอปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก สังเกตได้จากมีเจ้าของช่องยูทูบจำนวนไม่น้อยเลือกนำเสนอสิ่งที่พวกเขาค้นพบในเอ็มวีเพลงต่าง ๆ ผ่านช่องของพวกเขา และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม 

นี่ถือเป็นการปรับตัวอย่างชาญฉลาดของวงการเพลง ในการใส่เทคนิคเพื่อเพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับผลงาน และยังตอบสนองความต้องการของผู้ชมยุคนี้อย่างเหมาะสมลงตัว... หากคุณอยากจะลองพักผ่อนด้วยการ “เล่นเกม” สนุก ๆ ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ก็อย่าลืมสังเกตจุดเล็ก ๆ ในงานศิลปะเหล่านี้ เพราะผู้ผลิตอาจกำลังสื่อสารอะไรกับเราอยู่ก็เป็นได้

1การถูกใจศิลปินมากและต้องการเป็นแฟนคลับ
2กลุ่มแฟนคลับ
3การเปิดตัวครั้งแรกของศิลปิน

ที่มาภาพ : [MV] THE BOYZ(더보이즈)KeePer(지킬게) (Prod. PARK KYUNG(박경)) เผยแพร่โดยช่องยูทูบของ 1theK (원더케이) 

ที่มา :
บทความ เคยสงสัยกันไหม? ศิลปินที่เรารักได้เงินเท่าไรจากบริการสตรีมมิงมิวสิก โดย พัชชา พูนพิริยะ จาก thestandard.co
บทความ Streaming Music: ปัจจุบันและอนาคตของบริการฟังเพลงออนไลน์ อะไรกำลังรอเราอยู่ พัชชา พูนพิริยะ จาก thestandard.co
บทความ Music streaming revenue worldwide from 2005 to 2019 (in billion U.S. dollars) โดย Amy Watson จาก www.statista.com
บทความ Streaming Music ทำให้เพลงสั้นลงได้อย่างไร? โดย tharadhol จาก tharadhol.com
หนังสือ Storytelling Techniques for Digital Filmmakers โดย Ross Hockrow

เรื่อง : บินยากร นวลสนิท