โค้งสุดท้ายกับงานสัมมนาออนไลน์ที่จัดโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และเครือข่ายธุรกิจสร้างสรรค์แห่งยุโรป (European Creative Business Network: ECBN) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563  ภายใต้หัวข้อในชื่อ “Coronavirus (COVID-19) and Cultural and Creative Sectors: Impact, Policy Responses and Opportunities to Rebound after the Crisis” กับบทสรุปสำหรับแนวทางในการปรับตัวขององค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์

การสร้างระบบนิเวศของนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกันในระดับโลก

จิอัน เปาโล มานเซลลา (Gian Paolo Manzella) ปลัดกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจของอิตาลี กล่าวว่าอิตาลีเป็นประเทศแรกๆ ในยุโรปที่โควิด-19 ระบาด จนส่งผลกระทบจนมีผู้เสียชีวิตและล้มป่วยเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งยังเป็นประเทศที่โดยปกติมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม วิกฤตนี้เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญขององค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในแง่ที่มอบคุณค่าและช่วยเยียวยาจิตใจให้แก่ผู้คน เราควรรวบรวมข้อมูลและผลกระทบต่างๆ ที่โควิด-19 มีต่อองค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ เพื่อทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อว่าภาครัฐจะได้สามารถนำข้อมูลมากำหนดแบบแผนหรือนโยบายในการสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการนำเสนอเนื้อหาและบริการผ่านรูปแบบใหม่ ๆ ที่แตกต่างและสร้างสรรค์ได้ เขาว่าต่อ “เราจำเป็นต้องพัฒนาการเข้าถึงสื่อดิจิทัลและให้ความสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนา ผมอยากเห็นระบบนิเวศของนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกันในระดับโลก ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เราจำเป็นต้องแสดงให้ผู้คนเห็นความสำคัญขององค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ย้ำให้ทุกคนเห็นว่าตอนนี้เราตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางวัฒนธรรมร่วมกัน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีนโยบายฉุกเฉินทางวัฒนธรรมร่วมกันด้วย”

ศาสตราจารย์ปิเอร์ ลุยจิ ซาคโค (Pier Luigi Sacco) จาก IULM University of Milan และที่ปรึกษาอาวุโสและหัวหน้าสำนักงานพัฒนาวัฒนธรรมและท้องถิ่นของ OECD ในเวนิส ประเทศอิตาลี สรุปถึงเรื่องที่องค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ควรปรับตัวในช่วงวิกฤตโควิด-19 ดังนี้

  1. การผลักดันทางดิจิทัล โดยยกระดับความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านดิจิทัล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงาน 
     
  2. การเน้นย้ำให้ผู้กำหนดนโยบายมองเห็นความเชื่อมโยงและความสำคัญของวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ จนนำไปสู่การวางนโยบายช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม 
     
  3. การเน้นย้ำว่าวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์มีส่วนร่วมในการเยียวยาหรือมอบความสุขทางด้านจิตใจ ให้แก่ผู้คนที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ทั้งยังมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนในสังคมได้
     
  4. การสนับสนุนความยั่งยืนของระบบนิเวศทางวัฒนธรรมและสร้างสรรค์แบบองค์รวม 
     
  5. การกำหนดนโยบายด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบ 
     
  6. การหลอมรวมองค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในแง่ของการร่วมมือกันในระดับโลก 

TOGETHER, WE CAN BE CREATIVE TOO! 

ทุกปัญหาทำให้เราเรียนรู้ที่จะหาทางแก้ไขเพื่อให้ไปต่อได้เสมอแม้อาจต้องใช้เวลาในการตกผลึกทางความคิด รวมถึงภาควัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ที่แม้โควิด-19 จะปิดกั้นการรวมตัวกันของผู้คน แต่พวกเขายังร่วมมือร่วมใจค้นหาโมเดลสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการเสิร์ฟคอนเทนต์ให้แก่ผู้ชม ซึ่งตอนนี้จะเรียกว่าเป็นผู้ชมในระดับโลกก็คงได้ ตัวอย่างของโปรเจ็กต์สร้างสรรค์ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • ผู้จัดเทศกาลหนังทั่วโลกราว 20 งาน เช่น ไทรเบกา คานส์ เวนิส ซันแดนซ์ โตเกียว มุมไบ ซิดนีย์ ฯลฯ ผนึกกำลังจัด We Are One: A Global Film Festival เทศกาลหนังออนไลน์ เพื่อให้ผู้ชมได้ดูหนังต่างสไตล์ ทั้งหนังคลาสสิกและหนังใหม่ฟรี ผ่านการสตรีมมิงทางยูทูบตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงพลังของหนังและจุดเด่นของแต่ละเทศกาล พร้อมมีส่วนร่วมในการเยียวยาโลก ผ่านการบริจาคเงินให้แก่กองทุนรับมือกับไวรัสโควิด-19ขององค์การอนามัยโลก (WHO)
     
  • ยูทูบ มีผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างมากไม่แพ้เน็ตฟลิกซ์ที่มียอดสมัครสมาชิกรายเดือนสูงขึ้น จนต้องลดความละเอียดของภาพเพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้ที่มีมากอย่างไม่เคยมีมาก่อนเช่นนี้ ทั้งยังเป็นช่องทางที่วงการเพลงใช้ในการเผยแพร่คอนเสิร์ตใหญ่ ๆ ที่โดดเด่นคือการเผยแพร่คอนเสิร์ตออนไลน์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อวันที่ 19 เมษายน กับ One World: Together at Home คอนเสิร์ตซึ่งมีศิลปินชื่อดังทั่วโลกกว่า 70 คน มาร่วมกันร้องเพลงส่งตรงจากบ้านของพวกเขา โดยมีป๊อปสตาร์สาวเลดี้ กาก้า (Lady Gaga) เป็นโต้โผหลัก 
     
  • 25 ศิลปินดังจับมือกับคลื่นวิทยุ BBC Radio 1 ของเกาะอังกฤษ ร้องเพลง “Times Like These” ซึ่งเป็นคัฟเวอร์เวอร์ชันของเพลงดังในชื่อเดียวกันจากปี 2003 ของวงร็อกแถวหน้า Foo Fighters แน่นอนว่ามีเดฟ โกรห์ล นักร้องนำของวงมาร่วมแจมด้วย โดยศิลปินแต่ละคนอัดเสียงมาจากที่บ้านของพวกเขา เพลงขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตอย่างรวดเร็ว และรายได้ทั้งหมดจากซิงเกิลการกุศลนี้นำไปสนับสนุนองค์กรการกุศล Comic Relief และ Children In Need ในอังกฤษ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
     
  • การีน รอตเฟลด์ (Carine Roitfeld) ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร CR Fashion Book และ CR Runway ร่วมกับมูลนิธิ amfAR จัดแฟชั่นโชว์ออนไลน์ครั้งแรกของโลกในชื่อ Fashion Unites เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19เช่นกัน โดยสตรีมมิงผ่านทางยูทูบเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมราว 30 นาที แฟชั่นโชว์ออนไลน์นี้มีสาวคนดัง เช่น อิรินา เชย์ค (Irina Shayk) อเลสซานดรา อัมโบรซิโอ (Alessandra Ambrosio) คาร์ลี คลอสส์ (Karlie Kloss) เฮลีย์ บอลด์วิน (Hailey Baldwin) นาตาชา โพลี (Natasha Poly) คิม คาร์ดาเชียน เวสต์ (Kim Kardashian West) ฯลฯ มาร่วมเดินแบบผ่านคลิปที่พวกเธอถ่ายเองจากที่บ้าน เหล่าคนดังใส่เสื้อผ้าส่วนตัวของพวกเธอ ที่รอตเฟลด์กับทีมงานออกแบบให้ 
     
  • บทความ “How Coronavirus Is Impacting the Music Industry” จากเว็บไซต์ econsultancy.com เผยข้อมูลว่าตั้งแต่โควิด-19ระบาดทั่วโลกในเดือนมีนาคม ผู้คนฟังเพลงผ่านการสตรีมมิงน้อยลง แต่หันไปดูวิดีโอสตรีมมิงและฟังวิทยุมากขึ้นเพื่อเกาะติดสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม คอเพลงทั่วโลกยังติดตาม COVID-19 Hub ของแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงอย่าง Spotify ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน COVID-19 Music Relief Project เพื่อฟังเพลย์ลิสต์ที่เหมาะกับช่วง COVID-19 และพอดแคสต์ที่เกี่ยวเนื่องกับ COVID-19 เพื่ออัพเดตข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ COVID-19 Music Relief Project ของ Spotify ยังมีขึ้นเพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินและข้อมูลข่าวสารแก่ศิลปินที่สูญเสียรายได้จาก COVID-19 ด้วย ในขณะที่ Apple Music เปิดตัวโปรเจ็กต์ Come Together ซึ่งนำเสนอเพลย์ลิสต์และมิวสิกวิดีโอจากคลื่นวิทยุ Beats 1 ของตัวเอง เพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้โดยมีเสียงเพลงเป็นกำลังใจ 
     
  • สำหรับคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีทั่วโลกล้วนถูกเลื่อนและยกเลิกไปตามระเบียบ เช่น Glastonbury ของอังกฤษที่ครบรอบ 50 ปีในปีนี้ซึ่งถูกยกเลิกไป หรือ Coachella ของสหรัฐอเมริกาที่ถูกเลื่อนจากเดือนเมษายนไปจัดเดือนตุลาคมแทน ศิลปินส่วนใหญ่จึงมอบความบันเทิงผ่านเสียงดนตรีทาง Instagram Live ของพวกเขาให้แฟนเพลงฟังแทน บ้างเล่นดนตรีและร้องเพลง บ้างเป็นดีเจ บ้างเล่นคอนเสิร์ต บ้างก็แบตเทิลเรื่องดนตรีกันผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม
     
  • การจัดเทศกาลดนตรีสตรีมมิงที่กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เช่น Asia Rising Forever โดยค่ายเพลงอินดี้ 88rising ที่ประกาศจัดเทศกาลดนตรีสตรีมมิงจากศิลปินทั่วเอเชียในวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 โดยมีศิลปินอินดี้จากเอเชียกว่า 20 ศิลปินจาก 11 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ร่วมเทศกาลดนตรีที่กินเวลานาน 4 ชั่วโมงนี้ 

ที่มาภาพเปิด : Obed Hernández/Unsplash

เรื่อง : ศันสนีย์ เล้าอรุณ