แม้จะเห็นภาพกว้างการได้รับผลกระทบของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ในโลก สิ่งที่แวดวงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ต้องเผชิญ รวมถึงโมเดลการจัดการวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากโรคระบาดโควิด-19 ไปแล้ว

ใน EP.2 นี้ ชวนมาดูมุมมองความเป็นไปได้อื่น ๆ ที่หลายประเทศทั่วโลกต่างก็กำลังหาทางไปของหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ การศึกษา แม้แต่ศิลปะ จากเรื่องเล่าของตัวจริงในสายงาน

Collaborative Map แผนที่ความร่วมมือ ร่วมแบ่งปันกลยุทธ์ ในยุคที่วัฒนธรรมก็ช่วยเปลี่ยนแปลงโลก
ฟิลิปป์ เคิร์น (Philippe Kern) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการจาก KEA บริษัทให้คำปรึกษา การสนับสนุน การวิจัย กลยุทธ์ แก่ภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม บันเทิง สื่อ และกีฬา ในบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม กล่าวว่าช่วงเวลานี้ทำให้เราตั้งคำถามว่าองค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ จะมีส่วนร่วมสำคัญในการรับมือและก้าวต่อไปหลังวิกฤต โควิด-19 อย่างไร 

ทาง IKEA ได้จัดทำ Collaborative Map หรือแผนที่ความร่วมมือ เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายในองค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป รวมทั้งในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ร่วมแบ่งปันและค้นหาข้อมูลเรื่องมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือภาควัฒนธรรมและสร้างสรรค์ที่นี่ ทั้งนี้ ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกแชร์จากทั่วโลก จะถูกกำหนดจุดอยู่ในแผนที่อย่างเป็นระบบ ก่อนจะนำไปวิเคราะห์และเผยแพร่ต่อไป 

เคิร์นย้ำว่า ทักษะ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ขององค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้กำหนดนโยบายมักประเมินค่าองค์กรในสายธุรกิจนี้ต่ำเกินไป ในวิกฤตโควิด-19เขาไม่อยากให้ผู้กำหนดนโยบายมองว่าทางออกสำคัญคือการต้องพึ่งพิงความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือทางเทคนิคเท่านั้น แต่อยากให้รวมมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมและสร้างสรรค์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในพลังแห่งการรับมือกับวิกฤตเช่นกัน เพราะความสร้างสรรค์และจินตนาการจะช่วยสร้างทางออกใหม่ ๆ ได้ เป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งไม่ใช่ในแง่ของการมีระยะห่างทางสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในการบริโภคสินค้าและบริการต่าง ๆ ตอนนี้นอกจากเราต้องเซฟชีวิต ดูแลโลก รักษาธรรมชาติ เรายังควรต้องดูแลและรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Cultural Diversity) ด้วย “คนมักมองว่าภาคธุรกิจวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องจำเป็นในตอนนี้ แต่ผมคิดว่าคนทำงานสร้างสรรค์ล้วนช่วยขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกได้ เราจึงต้องเน้นย้ำว่าผู้คนในภาคธุรกิจนี้ที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะของเขา ก็สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมได้เช่นกัน” เคิร์นให้ความเห็น

I Lost My Gig อีเวนต์ที่ถูกยกเลิกไป และเรื่องใหม่ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
จัสทินา โจชิม (Justyna Jochym) ซีอีโอจาก Festivals Adelaide ซึ่งดูแลการจัดงานต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและบันเทิงในแอดิเลด เมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐเซาท์ออสเตรเลียในออสเตรเลีย เผยว่าช่วงโควิด-19 ระบาด งานด้านศิลปวัฒนธรรมถูกเลื่อนและยกเลิกเป็นอย่างแรก ๆ และอย่างเร็วน่าจะกลับมาจัดได้อีกครั้งในเดือนกันยายน - ตุลาคม 2563 

โดยปกติอุตสาหกรรมการแสดงสดจำหน่ายบัตรมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของรายได้ในภาคธุรกิจโดยรวมที่มีกว่า 112 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เมื่อการจัดงานถูกยกเลิก นั่นส่งผลให้รายได้ของภาคธุรกิจวัฒนธรรมและสร้างสรรค์และผู้ทำงานในแวดวงนี้ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ทั้งนี้มีการจัดทำแบบสอบถามเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เว็บไซต์ ilostmygig.net.au ซึ่งได้ต้นแบบมาจากเว็บไซต์ ilostmygig.com ของเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมืองที่โดดเด่นด้านอุตสาหกรรมดนตรีคันทรีในอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนในภาควัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในออสเตรเลีย รวมทั้งนิวซีแลนด์ ได้แบ่งปันข้อมูลว่าอีเวนต์ใดของพวกเขาถูกยกเลิกบ้าง เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร และทีมงานจะช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำได้อย่างไร

“แค่ช่วงแรกๆ ก็มีผู้จัดงานส่งข้อมูลเข้ามามากถึง 12,000 ราย ซึ่งยังไม่นับรวมศิลปิน ผู้สนับสนุน รวมทั้งฝ่ายจัดการด้านต่างๆ ทั้งเวที เตนท์ อาหาร การเดินทาง ฯลฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดเฟสติวัล ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้และการจ้างงานอย่างรุนแรง ผู้จัดเฟสติวัลหลายคนพยายามหาโมเดลทางดิจิทัลใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถสนับสนุนรายได้ให้ศิลปินได้ด้วย เรากำลังพยายามร่วมงานกันเพื่อหาจุดกึ่งกลางระหว่างการจัดเฟสติวัลกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งนี่เป็นช่วงเวลาที่จะเพิ่มโอกาสให้สื่อดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วมกับเฟสติวัลในระยะสั้นได้มากขึ้น”  

โจชิมแบ่งปันเรื่องเร่งด่วนที่เธอได้พูดคุยกับหุ้นส่วนและเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับโควิด-19 ขององค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์เช่น ควรทำโครงการวิจัยและพัฒนามากขึ้น กระตุ้นโอกาสในการพัฒนาสายอาชีพของทีมงาน ลงทุนกับเรื่องทักษะของผู้ประกอบการและศักยภาพด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดหาทุน การระดมทุน การหาผู้สนับสนุน และนวัตกรรมที่เอื้อประโยชน์ต่อสายงาน เพิ่มการเข้าถึงดิจิทัลโซลูชัน โดยร่วมงานทั้งในระดับเมืองและภูมิภาค ตั้งเป้าหมายว่าทำอย่างไรถึงจะยกระดับความร่วมมือในระดับนานาชาติในทางปฏิบัติได้ เพราะการจัดเฟสติวัลเป็นเหมือนการจัดอีเวนต์ระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมทั้งค้นหาแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ศิลปินทั่วโลกทำงานร่วมกันได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มกลุ่มคนดูใหม่ ๆ ได้อีกทางหนึ่ง

@ClubCoronavirus

การลงทุนทางด้านนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีการศึกษา
ฮาซาน บาคห์ชิ (Hasan Bakhshi) ผู้อำนวยการบริหารด้าน Creative Economy and Data Analytics จาก Nesta องค์กรการกุศลด้านนวัตกรรมของอังกฤษ กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ซึ่งน่าจะส่งผลต่อไปอีกใน 1-2 ปีข้างหน้า และตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและมาตรการล็อกดาวน์ กิจกรรมทางวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ล้วนถูกยกเลิก แต่หลายคนพยายามหันมานำเสนอคอนเทนต์ของตัวเองทางสื่อดิจิทัลแทน ตัวอย่างที่เขามองว่าน่าสนใจคือ Coronavirus Theatre Club (ทวิตเตอร์ @ClubCoronavirus และช่องยูทูบ Coronavirus Theatre Club) ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักแสดงละครเวที ผู้กำกับละครเวที และผู้เขียนบทละครเวที โดยจัดให้มีไลฟ์สตรีมการแสดงละครเวทีสดของพวกเขาทุกวันอาทิตย์ ปรากฏว่ามีผู้คนเข้าไปติดตามชมเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่มีเว็บไซต์ของตัวเองด้วยซ้ำ “นี่ชี้ให้เห็นถึงการทดลองรูปแบบใหม่ๆ ของการนำเสนอเนื้อหาวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ของผู้คนที่ทำงานในสายงานวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี แม้อาจมีคำถามถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินตามมาก็ตาม และผลตอบรับที่ดีแสดงให้เห็นว่าในช่วงโควิด-19 ระบาด มีผู้คนสนใจเข้าไปเสพเนื้อหาวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ทางออนไลน์มากขึ้นด้วย” ฉะนั้นนวัตกรรมดิจิทัลจึงน่าจะมีส่วนสำคัญต่อองค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในตอนนี้และอนาคต 

แม้ในช่วงโควิด-19 บางธุรกิจสร้างสรรค์จะไปได้ดียิ่งขึ้น เช่น บริการดูหนังหรือซีรีส์สตรีมมิงของเน็ตฟลิกซ์ เกมออนไลน์ ฯลฯ แต่หลายธุรกิจก็ได้รับผลกระทบ ส่งผลต่อทั้งเจ้าของธุรกิจ ศิลปิน พนักงานประจำ ลูกจ้างอิสระ ฯลฯ บาคห์ชิชี้ว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนควรเน้นนโยบายการวิจัยและพัฒนาให้แก่องค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การระดมทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา ความรู้ความเข้าใจด้านลิขสิทธิ์ ที่มองข้ามไม่ได้คือการลงทุนด้านเทคโนโลยีการศึกษา เนื่องจากช่วงล็อกดาวน์ เด็กๆ ต้องเรียนที่บ้าน จึงควรมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษาในการคิดค้นเทคโนโลยีการศึกษาที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ ภาครัฐควรกำหนดนโยบายการจ้างงานที่จะทำให้ผู้คนอยู่บ้านเป็นหลักด้วย และการดำเนินการทุกขั้นตอน ทั้งเรื่องนโยบายแก้ปัญหาและการพัฒนาธุรกิจ ควรเป็นไปอย่างเป็นระบบและส่งผลดีต่อทุกฝ่ายในระยะยาว  

ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่ศิลปะได้ แต่ไม่ควรใช้มากเกินความจำเป็น
โจอานา โกเมซ คาร์โดโซ (Joana Gomes Cardoso) ประธานจาก EGEAC ในโปรตุเกส ซึ่งเป็นองค์กรที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยดูแลพื้นที่หลักทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ โรงละคร แกลเลอรีศิลปะ รวมทั้งจัดเทศกาลต่างๆ 

คาร์โดโซกล่าวว่า หลังการระบาดของโควิด-19 องค์กรและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ต่างต้องปิดให้บริการหรือยกเลิกการจัดงานนานนับเดือน จึงเริ่มมีการเก็บข้อมูลเนื้องานของตัวเอง แต่เท่าที่รู้คือคนทำงานสายวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ยังไม่ถนัดเรื่องดิจิทัลแพลตฟอร์มมากนัก และก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงทุนเรื่องดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นทางเดียวที่องค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์สามารถนำเสนอผลงานให้เข้าถึงผู้คน และร่วมงานกับศิลปินที่มาสร้างงานด้วยกันได้ แต่เธอมีข้อโต้แย้งที่น่าสนใจ “ดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นสื่อทางเลือกที่น่าสนใจและสำคัญในตอนนี้ แต่ก็มีข้อจำกัด เราไม่อยากให้ผู้คนคิดว่าการดูละครเวทีทางออนไลน์กับการดูละครเวทีที่นักแสดงเล่นกันสด ๆ บนเวทีเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะการดูการแสดงสดบนเวทีให้ความรู้สึกร่วมทางกายภาพของผู้คนที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับศิลปะที่อยู่ตรงหน้าของเขาด้วยเช่นกัน เรามองว่าดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่ศิลปะได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือในการแก้ปัญหาในระดับโลก จึงไม่อยากให้ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มมากเกินความจำเป็น” 

อย่างไรก็ตาม คาร์โดโซและทีมงานยังพบว่าตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เกิดโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีข้อดีตรงที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันหลายคนที่เคยเกร็งกับการเข้าถึงเนื้อหาทางวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในสถานที่อย่างพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ศิลปะ โรงละคร รู้สึกไม่เกร็งและผ่อนคลายกับการเสพผลงานของศิลปินมากขึ้นเมื่อชมผ่านทางออนไลน์จากที่บ้าน 

“คำถามคือทำอย่างไรผู้ชมที่เรามีก่อนหน้านี้กับผู้ชมกลุ่มใหม่จะยังคงเข้าถึงคอนเทนต์ของเราอยู่ หมายความว่านอกจากจะดูจากทางออนไลน์แล้ว เรายังอยากให้คงมีไว้ซึ่งความรู้สึกร่วมทางกายภาพของผู้คนกับศิลปะที่อยู่ตรงหน้าด้วย ฉันคิดว่าตรงนี้ศิลปินจะมีส่วนช่วยแชร์ไอเดียในการแก้ไขและปรับเปลี่ยนได้มาก แม้ในทางกายภาพทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิม แต่ความร่วมมือกันหาทางออกที่ใช่และตอบโจทย์ระหว่างศิลปินและผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคในทุกๆ ด้าน จะช่วยให้องค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์สามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่กว้างขึ้น เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ฯลฯ อย่างน้อยก็ในช่วงที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมและกักตัวอยู่บ้าน อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยให้เราเข้าถึงผู้คนมากขึ้นเมื่อถึงเวลาที่พิพิธภัณฑ์หรืองานวัฒนธรรมและสร้างสรรค์กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง” คาร์โดโซสรุปให้ฟัง

พบบทสรุปของสัมมนาในครั้งนี้ในบทความ องค์กรวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ กับผลกระทบ นวัตกรรม และแผนรับมือหลังวิกฤตโควิด-19 EP. 3 

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Jan Střecha

เรื่อง : ศันสนีย์ เล้าอรุณ