บนโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยโรคมากมายร้อยแปด หนึ่งในโรคสำคัญคือ ‘โรคทางจิต’ ที่คนมักมองข้าม ละเลย และไม่ใส่ใจ เพราะมัวแต่ให้ความสำคัญกับ ‘ร่างกาย’ ทั้งที่จริงแล้ว สิ่งที่กำหนดเป็นตัวตนของเราจริง ๆ ก็คือ ‘จิตใจ’ 

จากการประมาณการณ์ทั่วโลกโดยองค์กรอนามัยโลกพบว่า มีคนจำนวน 1 ใน 4 ประสบกับความผิดปกติทางจิต ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วทำไมมนุษย์จึงใช้ชีวิตอยู่บนโลกใหม่ใบนี้โดยให้ความสำคัญกับโรคทางจิตใจตนเองเป็นลำดับท้าย ๆ ทั้งที่ควรจะเป็นอันดับต้น

โรคจริงหรือโรคหลอก

  • ในวันนี้ที่ใคร ๆ ต่างรู้สึกว่าตนเองเข้าข่าย ‘โรคซึมเศร้า’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่อาจเป็นเพียง ‘ภาวะชั่วคราว’ ที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน 
     
  • โรคซึมเศร้าเป็นโรคซึ่งติด 1 ใน 10 ที่ก่อให้เกิดความทุพพลภาพสูงสุด กระทบกับคุณภาพชีวิต และเป็นภาระทางสังคมอย่างแท้จริง
     
  • โรคซึมเศร้าต้องมีอารมณ์รุนแรงและต่อเนื่อง (มากกว่า 2 สัปดาห์) อารมณ์นั้นจะต้องกระจายตัวแทรกซึมไปกับเหตุการณ์ในชีวิต และต้องแรงมากพอที่จะกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน 
     
  • หน่ายกับสิ่งที่เคยชอบหรืออยากทำ รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีความสุข ขี้หลงขี้ลืมและขาดความมั่นใจที่เคยมี
     
  • สิ้นหวังกับทุกสิ่งอย่างและคิดว่าไม่มีทางที่อะไร ๆ จะดีขึ้น 
     
  • มีอาการทางกาย นอนไม่หลับ นิสัยการกินผิดปกติไปจากเดิม ปวดหัวหรือปวดท้อง 
     
  • ที่กล่าวมาด้านบนนี้เป็นเพียง ‘กรอบความคิด’ ของโรค หากต้องการชี้ชัดจะต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา 

เด็กวัยรุ่น (10-15 ปี) ที่มีสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจต่ำมักเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลมากกว่าเด็กที่มีสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจสูงกว่าถึง 2.5 เท่า

ยิ่งเหลื่อมล้ำ ยิ่งเสี่ยงโรค 
รายงานทบทวนการสำรวจประชากรของกลุ่มประเทศยุโรปพบว่า โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่โรคทางจิตที่ ‘พบบ่อย’ มีจำนวนมากขึ้นสัมพันธ์กับระดับการศึกษาน้อย ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค และการว่างงาน รวมถึงการอยู่อย่างโดดเดี่ยวในกลุ่มผู้สูงอายุ นั่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคนในช่วงอายุใดก็ ‘สามารถ’ เป็นโรคทางจิตได้เท่าเทียมกัน

  • พฤติกรรมและทัศนคติในการเลี้ยงดูลูก สภาพความเป็นอยู่ สุขภาพกายและจิตของพ่อแม่ มีส่วนต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคทางจิตต่อผุ้ที่ได้รับการเลี้ยงดู 
     
  • ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมักส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพจิตยังคงอยู่ แม้เวลาผ่านไป
     
  • ปัจจัยระดับชาติที่ต้องการการพัฒนาและแก้ไขเร่งด่วน คือ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การแบ่งแยกกีดกัน นโยบายการศึกษา บริการสุขภาพ และนโยบายคุ้มครองทางสังคม
     
  • อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่ลดลงและไม่คงที่ แสดงให้เห็นว่าความวุ่นวายทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย 
     
  • โรคจิตเวชนำไปสู่รายได้และการมีงานทำน้อยลง ทำให้เกิดภาวะยากจนมากขึ้น สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคจิตเวชเช่นเดิม

©Unsplash/Steve Knutson

บริการรองรับ ‘จิตใจ’ ที่ไม่เพียงพอ
ทุกวันนี้ผู้ป่วยทางจิตเข้าถึงบริการ ‘ต่ำกว่า’ โรคทางกาย เนื่องมาจากทัศนคติการยอมรับการรักษา และการพัฒนาระบบบริการยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยรายงานจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า
มีสถานบริการในสังกัดกรมสุขภาพ 20 แห่งและศูนย์สุขภาพจิตอีก 13 หน่วยกระจายอยู่ทั่วประเทศ

  • จากจำนวน 70,534 สายที่โทรเข้าสายด่วนสุขภาพจิต 1323 โรคอันดับ 1 ที่พบคือความเครียดและวิตกกังวลกว่า 23,537 ครั้ง 
     
  • ร้อยละ 61.21 หรือคิดเป็น 8 แสนกว่ารายเข้าถึงบริการทางด้านจิตใจในปีงบประมาณ 2561
     
  • วัยทำงานกว่า 300 ล้านคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และกว่า 260 ล้านคนมีภาวะวิตกกังวล ส่งผลให้เกิดค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 
     
  • ภายในปีค.ศ. 2030 มีการคาดการณ์ว่าทั่วโลกจะเสียค่าใช้จ่ายจาก ‘วิกฤตโรคซึมเศร้า’ เป็นจำนวนกว่า 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ
     
  • ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากตัวเลขทางอ้อม คือ การสูญเสียผลผลิต รายจ่ายด้านสวัสดิการสังคม การศึกษา รวมไปถึงด้านกฎหมายด้วย 

จำนวนจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย5
จิตแพทย์ 211 คน
จิตวิทยา/จิตวิทยาคลินิก 113 คน

5 อันดับปัญหาที่คนโทรเข้าสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มากที่สุด (ภาพรวม)6
รวม 70,534 ครั้ง แบ่งเป็นเพศชาย 24,419 คน เพศหญิง 42,891 คน ไม่ระบุเพศ 3,224 คน  วัยรุ่น (15-21 ปี) 13,856 คน
มีความเครียดหรือวิตกกังวล 23,537 คิดเป็นร้อยละ 35.33
มีปัญหาทางจิตเวช 20,771 คิดเป็นร้อยละ 31.18
มีปัญหาความรัก 7,177 คิดเป็นร้อยละ 10.77
มีปัญหาซึมเศร้า 5,793 คิดเป็นร้อยละ 8.70
มีปัญหาครอบครัว 3,941 คิดเป็นร้อยละ 5.92
หมายเหตุ : อันดับอื่น ๆ ปัญหาเรื่องเพศ ปัญหาพฤติกรรม ปัญหาการทำงาน มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตัวเอง ปัญหาการพนัน ตามลำดับ
 

1 รายงานประจำปี 2560 จำแนกด้วยโรคสมองเสื่อม ติดสารเสพติด ติดแอลกอฮอลล์ โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคลมชัก ผู้พิการทางสติปัญญา สมาธิสั้น ออทิสติก ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรม พยายามฆ่าตัวตาย
2 Government Fiscal Management Information System ระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์
3 แบ่งตามภูมิภาคขององค์การอนามัยโลก
4 แบ่งตามภูมิภาคขององค์การอนามัยโลก
5 ประจำปีงบ 2561 (ข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม 2560)
6รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ 2561 

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Sharon McCutcheon

ที่มา :
เอกสารแปล “ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพจิต” ตีพิมพ์โดยองค์การอนามัยโลก (2557) จากต้นฉบับ Social determinants of mental health จัดพิมพ์เพื่อแผนงานพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพจิต พ.ศ. 2560 จาก who.int
แผนยุทธศาสตร์กรมสุขภาพจิต ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) จาก dmh.go.th 
รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2561 จาก dmh.go.th 
เอกสาร “Mental Health Atlas 2017” จาก who.int

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร