คิวฟังจิไซซา (Kufungisisa) เป็นภาษาพื้นถิ่นของประเทศซิมบับเว ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Thinking too much  ฟังแล้วอาจเหมือนคำบ่นในภาษาไทยว่า “คิดมากไป” มากกว่าที่จะเป็นอาการป่วยทางจิตที่เป็นปัญหาระดับโลก อย่างเช่นโรคซึมเศร้าที่กำลังคุกคามผู้คนเกือบ 300 ล้านคนอยู่ในปัจจุบัน

ก่อนที่ดร. ดิกซอน ชิบานดา (Dr. Dixon Chibanda) นักจิตวิทยาเพียงหนึ่งเดียวที่ประจำอยู่ในสถานพยาบาลของรัฐในซิมบับเว จะใช้คำ ๆ นี้ในการอธิบายความเกี่ยวกับงานที่เขาทำอยู่ เขาเคยพยายามจะสื่อสารศัพท์สากลอย่างเช่นความซึมเศร้า (Depression) ความคิดในการฆ่าตัวตาย (Suicide ideation) มาก่อน จนกระทั่งคุณยายที่เป็นอาสาสมัครในทีมงานของเขาเองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าศัพท์วิชาการยาก ๆ อย่างนั้น “ไม่เวิร์ก” เพราะมันไม่สามารถใช้กับการพูดคุยที่ต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจกับคนในท้องถิ่นได้ 

คำแนะนำของคุณยายที่มาเป็นอาสาสมัครนี้เป็นเหมือนกุญแจสู่ความสำเร็จของโครงการ Friendship Bench ที่ก่อตั้งในปี 2006 โครงการที่เกิดขึ้นจากความสะเทือนใจอย่างรุนแรงของดร. ชิบานดา เมื่อเขาพบว่าคนไข้หญิงวัย 26 ปีของเขารายหนึ่งพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ เขาจึงนัดให้คนไข้รายนี้มารับการรักษาที่เมืองฮาราเร จนเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เขากลับได้รับโทรศัพท์จากแม่ของเธอว่า เธอเสียชีวิตแล้วจากการฆ่าตัวตาย เขาจึงถามว่า “ทำไมเธอถึงไม่มาหาผมที่ฮาราเร เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าหลังจากออกจากโรงพยาบาลจะพาเธอมา” แต่ทว่าคำตอบที่ได้รับคือ “เราไม่มีเงิน 15 เหรียญเป็นค่ารถไปฮาราเร” 

ปัญหาการเข้าไม่ถึงการรักษาเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ซิมบับเวเพียงแห่งเดียว แต่กำลังเกิดขึ้นกับผู้ป่วยทางจิต (Mental Illness) ทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า จำนวนคนที่ไม่ได้รับการรักษาในประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลางมีมากถึงร้อยละ 76-85 ขณะที่ประเทศที่มีรายได้สูง อยู่ที่อัตราร้อยละ 35-50 ส่วนหนึ่งของการเข้าไม่ถึงการรักษา คือการเจ็บป่วยทางจิตเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น จึงไม่มีความเร่งด่วนในการรักษาเท่ากับอาการทางกาย หลายหน่วยงานจึงต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ 

Friendship Bench จึงไม่ใช่แค่ทางออกสำหรับดร. ชิบานดา ที่ไม่มีทั้งกำลังเงินและกำลังคนจากภาครัฐ แต่เป็นทางออกสำหรับหลายประเทศที่ขาดแคลนเช่นเดียวกัน ด้วยอุปกรณ์ที่แสนง่าย คือ ม้านั่ง 1 ตัว และเหล่าคุณยายที่กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของซิมบับเวกว่า 400 คน ก็สามารถช่วยผู้ป่วยได้กว่า 30,000 คน นับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการฯ จนถึงปี 2017 โมเดลนี้จึงถูกนำไปใช้แล้วกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาลาวี แซนซิบาร์ จนถึงนิวยอร์กเอง ที่มีอาสาสมัครทั้งวัยหนุ่มสาวและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ จากช่วงเริ่มแรกที่คนรอบตัวดร. ชิบานดา ต่างพากันคิดว่ามันไร้สาระ

แม้ว่าในตอนนี้ ชั้นหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองจะขยายมากขึ้น พร้อม ๆ กับการเพิ่มขึ้นของจำนวนแอพพลิเคชันเพื่อการผ่อนคลายและทำสมาธิ แต่แรงกดดันอันไร้รูปจากความคาดหวังและสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถรับมือเพียงลำพัง คำแนะนำข้อแรก ๆ ของนักจิตวิทยา และ WHO  จึงเป็นการหาคนคุย ซึ่งอาจจะไม่ใช่การรักษาเสียทีเดียว แต่อย่างน้อยก็ลดโอกาสที่จะพ่ายแพ้ จนทำให้เราต้องทุกข์ทรมานจากอาการป่วยที่มองไม่เห็นนี้

ที่มาภาพ : facebook.com/friendshipbenchzimbabwe

มนฑิณี ยงวิกุล
บรรณาธิการอำนวยการ