"หมอต้นไม้มีความสำคัญมากกับเมือง ตราบเท่าที่ต้องการพื้นที่สีเขียว ก็ควรมีหมอต้นไม้อยู่กับเมือง” อาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย หมอต้นไม้เชียงใหม่กล่าวไว้แบบนั้น

ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่แออัดในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็เห็นเพียงตึกสูงระฟ้า น้อยมากที่จะเห็นต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าเช่นสิ่งปลูกสร้าง การเจริญเติบโตของเมืองและต้นไม้มักจะขัดแย้งกันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขยายถนน การเดินสายไฟ และอีกสารพัดที่เป็นเหตุให้ต้องมีการตัดต้นไม้หรือทำให้ต้นไม้อยู่ในสภาพที่เรียกว่า ‘อัปลักษณ์’

ปัญหาต้นไม้ในเมืองปะทุขึ้นเมื่อภาพข่าวการตัดต้นไม้อย่างผิดวิธีของหน่วยงานผู้รับผิดชอบถูกเผยออกมาให้เห็นทางสื่อต่างๆ แม้แต่ข่าวต้นไม้ใหญ่ล้มเวลาเกิดฝนตก ลดพัดแรง ก็เป็นแรงขับให้เหล่าหมอต้นไม้ รวมถึงกลุ่มคนรักต้นไม้ตื่นตัวอย่างฉับพลัน งานนี้บ้านเมืองจึงต้องการ ‘มืออาชีพ’ เช่นหมอต้นไม้เข้ามาช่วยเหลือ

©flickr.com/timevanson

หมอต้นไม้หรือศัพท์อย่างเป็นทางการว่า รุกขกร1  ผู้ชำนาญการด้านต้นไม้ใหญ่ ที่ทำหน้าที่คอยจัดการ ดูแลและรักษาโดยเฉพาะต้นไม้ในเมือง อาชีพนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด ทว่ามีมาตั้งแต่ปี 1980 โดยประเทศแรกที่เริ่มคือสหราชอาณาจักร  เพราะสภาพแวดล้อมในเมืองและในป่าต่างกันราวคนละโลก เราจึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ในป่าไม่มีสิ่งก่อสร้างรบกวนการเจริญเติบโตใดๆ จึงทำให้ต้นไม้เติบโต งดงาม และอยู่ได้ด้วยตนเอง ผิดกับต้นไม้ในเมืองที่ต้องพบกับสภาพแวดล้อมและสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและจากตัวมนุษย์เอง 

บรรดาหมอต้นไม้จึงเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูต้นไม้ในเมืองให้มีชีวิตชีวาและเขียวชอุ่ม ทำให้ต้นไม้ที่ป่วยกลับมามีสุขภาพดี และปกป้องไม่ให้ต้นไม้ ทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าถูกทำร้ายอีกครั้ง โครงการต่างๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับต้นไม้จึงต้องอาศัยความรู้และความสามารถของเหล่ารุกขกรมาช่วยในการดำเนินการ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดถึงความร่วมมือร่วมใจกันของคนทุกฝ่ายในสังคมที่จะไม่ทำลาย และช่วยเหลือให้การทำงานของเหล่าหมอต้นไม้นั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น 

“เป้าหมายสุดท้ายคือให้ต้นไม้กับมนุษย์อยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้อย่างปลอดภัยทั้งสองฝ่าย” ครูต้อ ธราดล ทันด่วน รุกขกรมืออาชีพกล่าว

คุณภาพของเมืองและมนุษย์ผู้อยู่อาศัยจะดีได้ก็ต่อเมื่อมีพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพมากเพียงพอนั่นเอง ฉะนั้นแล้วการมีพื้นที่สีเขียวจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการที่เมืองจะพัฒนาไปได้ดียิ่งขึ้น เราอาจไม่ต้องมองไกลถึงชาติตะวันตก ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ตัวอย่างสิงค์โปร์นับเป็นตัวอย่างชั้นยอดในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและได้ประจักษ์แล้วว่า “ต้นไม้ในเมือง” เป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกๆ ด้าน และคงจริงอย่างที่นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอที่ได้กล่าวไว้ว่า “การเติบโตของธุรกิจจำเป็นต้องแลกกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ความจริงในโลกยุคใหม่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เศรษฐกิจสามารถเติบโตไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้”

ภาพเปิดบทความจากErwan Hesry/Unsplash​

ที่มา :
หนังสือ “ต้นไม้ใหญ่ในงานก่อนสร้างและพัฒนาเมือง” ของ เดชา บุญค้ำ
หนังสือ “วนศาสตร์ในนคร” ของ กริต สามะพุทธิ
รายการ “กบนอกกะลา: ไต่ ตัด แต่ง” จาก youtube.com
บทความ “ต้นไม้ในเมืองใหญ่” จาก ngthai.com
บทความ “ทำไม ‘สิงคโปร์’ เมืองแห่งทุนนิยมจึงเต็มไปด้วย ‘ต้นไม้’” จาก becommon.co
บทความ “L’arboriste grimpeur élaguere” จาก elagage.net
รายการ “Perspective : ครูต้อ ธราดล ทันด่วน - รุกขกร ครูต้นไม้ [20 ต.ค 61]” จาก youtube.com
บทความ “เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมสีเทาด้วยโมเดลการพัฒนาสีเขียว” จาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
1พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยราชสถาน: รุกข- แปลว่าต้นไม้ใหญ่ -กร แปลว่าผู้ทำ

เรื่อง: วนบุษป์ ยุพเกษตร