แม้แนวเพลงแบบฮิปฮอปสไตล์จะเริ่มต้นจากกลุ่มชายผิวสีในนิวยอร์กซิตี้ ที่รวมกลุ่มกันร้องเล่นและปลดปล่อยความในใจที่มีต่อสังคมและชีวิตที่พวกเขาต้องประสบถึงความไม่เท่าเทียม ซึ่งภายหลังค่อยๆ ได้รับความนิยมจนกลายเป็นแนวเพลงหลักอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่ใจความสำคัญที่เนื้อเพลงแร็ปมักสอดแทรกความคิดเห็น การวิพากย์ และบ่อยครั้งที่มีนัยถึงการเรียกร้องบางสิ่งให้เท่าเทียมกันมากขึ้น ก็ถือเป็นเสน่ห์ที่เพลงสไตล์ไหนก็ให้ได้ไม่เท่า และนั่นน่าจะรวมถึงการที่ทุกวันนี้ผู้ฟังเริ่มเห็นผู้หญิงออกมาร้องเพลงแร็ปและได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งในฝั่งตะวันตกอย่าง Nicki Minaj, Cardi B หรือ Iggy Azalea และแร็ปเปอร์หญิงฝั่งเอเชียบ้านเราที่กำลังใช้พลังแร็ปทลายมายาคติที่ว่าผู้หญิงควรเป็นฝ่ายเดินตามด้วยกิริยาที่เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ เพราะแน่นอนว่าพวกเธอก็สิทธิ์มีเสียงในสังคมไม่ต่างจากเพศชายแม้แต่น้อย

เริ่มต้นด้วย “Suboi” แร็ปเปอร์สาวชาวเวียดนามวัยยี่สิบต้นๆ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อครั้งที่เธอได้มีโอกาสแร็ปสดสั้นๆ ในเวทีถามตอบต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างบารัก โอบามา ในคราวที่โอบามามาเยือนเวียดนามในปี 2016 เธอได้มีโอกาสแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเวทีนั้นว่า ผู้หญิงเอเชียไม่จำเป็นต้องมีภาพลักษณ์น่ารักและอ่อนหวานเท่านั้น ต่อมาเธอได้แต่งเพลงแร็ป Đời ที่เล่าถึงเรื่องราวชีวิตคนที่ยากจะคาดเดา แต่เธอก็เชื่อว่าทุกคนสมควรได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจต้องการ

 
 

ข้ามมาที่ประเทศเกาะเพื่อนบ้านไม่ไกลกันอย่างฟิลิปปินส์ ที่ก็มีแร็ปเปอร์สาวรุ่นใหญ่อย่าง “HanHan” อดีตพยาบาลในแคนาดาที่หลงเสน่ห์การแต่งกลอนและนำเธอมาสู่วงการแร็ป เธอได้ฝากผลงานเพลงชื่อ World Gone Crazy และแร็ปเป็นภาษาตากาล็อกบอกเล่าถึงความยากลำบากของการเป็นผู้อพยพที่เธอเคยเผชิญ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกไปถึงเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ที่มีชะตาไม่ต่างจากเธอให้ได้รับรู้ว่าไม่มีใครโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง หรือในแดนกิมจิก็มีแร็ปเปอร์สาวผิวสองสีชื่อดังอย่าง “Yoon Mi Rae” ที่ได้ฝากผลงานเพลงสะท้อนชีวิตของเธอเองอย่าง Black Happiness ด้วยความที่มีพ่อเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันและมีแม่เป็นชาวเกาหลีใต้ เธอจึงต้องเผชิญกับสภาวะการเป็นลูกครึ่งในสังคมเกาหลีใต้ที่ไม่ได้รับการยอมรับมากนักในช่วงแรก แต่เธอก็มีบทเพลงเป็นที่พึ่งทางใจเหมือนอย่างเนื้อร้องท่องหนึ่งที่ร้องเอาไว้ว่า “music knows no color”

 
 

ส่วนประเทศพี่ใหญ่อย่างจีนก็มีแร็ปเปอร์สาวสวยหมวยอินเตอร์เจ้าของฉายา Rihanna of China อย่าง “VaVa” กับสไตล์การทำเพลงฮิปฮอปที่เธอตั้งใจผสมผสานดนตรีจีนแบบจัดเต็มอย่างในเพลง My New Swag ที่ได้เป็นหนึ่งในซาวน์แทร็กประกอบภาพยนตร์เรื่อง Crazy Rich Asians (2018) นับเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้ฮิปฮอปสไตล์จีนจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในยุคนี้ได้อย่างงดงาม

ตัวอย่างเหล่านี้คือแร็ปเปอร์หญิงชาวเอเชียใกล้บ้านเราที่บางคนเริ่มมีที่ทางของตัวเองอย่างชัดเจนและบางคนก็ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อหันกลับมาที่ประเทศไทยเอง แม้กระแสแร็ปช่วงนี้จะพุ่งแรงแค่ไหน แต่ก็คงปฏิเสธได้ยากว่ายังมีอยู่น้อยนักที่ผู้ฟังจะมีโอกาสสัมผัสกับความสามารถของแร็ปเปอร์สาวชาวไทยที่มีผลงานเพลงเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง และเราก็อดหวังไม่ได้ว่าจะได้เจอกับ Queen of Rap ของไทยในเร็ววันนี้บ้าง

ที่มา :
บทความ "5 Asian Female Rappers You Should Listen to, Like, Right Now" (เมษายน 2018) จาก culture.affinitymagazine.us
บทความ "6 East Asian Female Rappers Changing the Game" (กุมภาพันธ์ 2018) จาก hercampus.com
บทความ "Crazy Rich Asians gives China’s hip-hop queen Vava international exposure" (สิงหาคม 2018) จาก scmp.com
บทความ "Meet Suboi, the Vietnamese Rapper Who Freestyled for Obama" (ธันวาคม 2017) จาก highsnobiety.com

เรื่อง : วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ