หลังจากที่ไม่ได้ออกไปไหนมาหลายเดือน “การออกไปเที่ยว” เป็นอีกกิจกรรมที่หลายคนคิดถึงมาก ภาพของรถยนต์นับไม่ถ้วนที่มุ่งหน้าสู่หาดบางแสนจนทางการต้องรีบปิดทางเข้าเป็นการชั่วคราวหลังจากกลับมาเปิดหาดได้เพียง 1 วันคงเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี แม้ตอนนี้สถานการณ์โรคระบาดจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ความจำเป็นของการเว้นระยะห่างทางสังคมยังคงทำให้หลายภาคส่วนมีความกังวลต่อการกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบของธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร หรือสายการบิน ดังนั้นการสร้าง “มาตรฐานใหม่” จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ผู้คนมั่นใจที่จะกลับมาออกเดินทางอีกครั้ง

สถานการณ์การท่องเที่ยวไทย
ปี 2563 เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งความท้าทายในการใช้ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะอุปสรรคมากมายนับตั้งแต่ไฟป่าในออสเตรเลีย การกลับมาของฝุ่น PM 2.5 และล่าสุดก็คือวิกฤตโควิด-19 ที่น่าจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนไปอีกนาน อุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักก็คืออุตสาหกรรม “การท่องเที่ยว” เนื่องจากโรคระบาดทำให้การเดินทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักเป็นเวลากว่า 3 เดือน ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยลดลงถึงร้อยละ 23 ซึ่งแนวโน้มการหดตัวของตลาดการท่องเที่ยวก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในช่วงเดือนมิถุนายน สถานการณ์ในประเทศไทยจะดีขึ้นพอสมควร แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นจะไม่ยังเพิ่มขึ้น ในไตรมาสที่ 2 จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเหลือเพียง 6.3 ล้านคน (-30%) และรายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลงอีกร้อยละ 31

ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังไม่มีความชัดเจน ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศก็เข้าสู่สภาวะซบเซาเช่นกัน เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวประกอบกับเหตุการณ์ไม่ปกติที่ส่งผลให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อีกทั้งความวิตกกังวลกลัวการติดเชื้อยังคงส่งผลกระทบต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวในประเทศ และเนื่องจากผู้คนเลี่ยงที่จะเดินทางไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาก ทำให้เมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือ ภูเก็ต ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับเมืองรองต่าง ๆ อย่างราชบุรี จันทบุรี หรือบุรีรัมย์ ที่กลายมาเป็นตัวเลือกในการท่องเที่ยวที่คนให้ความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อผลกระทบของโรคระบาดยังไม่ได้หนีเราไปไหน ดังนั้นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง จึงเป็นการสร้าง “ความมั่นใจ” ให้ผู้คนรู้สึกว่าสามารถกลับมาท่องเที่ยวและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

กำเนิดดาว
วิธีหนึ่งที่จะเรียกความเชื่อมั่นของผู้คนได้คือการรับรอง “มาตรฐาน” อันมาตรฐานหนึ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วก็คือ “มาตรฐานดาว” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงถึงมาตรฐานของโรงแรมระดับต่าง ๆ  ตั้งแต่ระดับธรรมดา (1 ดาว) ไปจนถึงระดับหรูหรา (5  ดาว)  ที่เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1900 โดยประเทศที่เริ่มใช้สัญลักษณ์รูปดาวเป็นกลุ่มแรก ๆ คือประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ทางสมาคมรถยนต์อังกฤษ (Automobile Association – AA) ได้จัดทำคู่มือแนะนำที่พักเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางในสมัยนั้น ซึ่งการใช้ดาวในตอนแรกถูกประยุกต์มาจากมาตรฐานการจำแนกคุณภาพของบรั่นดี (คอนยัค) ที่คุณภาพระดับกลางจะอยู่ที่ 3 ดาว ต่อมาระบบมาตรฐานแบบดาวนี้ก็ถูกนำไปพัฒนาต่อยอดและใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานดาวในหนังสือคู่มือท่องเที่ยวสัญชาติอเมริกัน Forbes Travel Guide หรือดาวมิชลิน (Michelin Star) จากบริษัทยางรถยนต์รายใหญ่ของประเทศฝรั่งเศสที่คนไทยคุ้นเคย รวมไปถึงมาตรฐานคุณภาพที่พักจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งมาตรฐานดาวเหล่านี้นอกจากจะแสดงถึงระดับของที่พักหรือร้านอาหารแล้ว ยังเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ และทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจและเข้าใจตรงกันว่าคุณภาพและประสบการณ์ที่จะได้รับควรจะอยู่ในระดับใด 

The Safety Star
จากสถานการณ์ปัจจุบัน มาตรฐานด้านคุณภาพและบริการอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพจึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวเลือกพิจารณา นำมาสู่ครั้งแรกที่สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council – WTTC) ได้จัดทำตราสัญลักษณ์ Safe Travels ให้แก่องค์กรและธุรกิจด้านการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ดำเนินการตามมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยที่สอดคลองกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการรับมือกับโควิด-19 เป็นการสร้างความปลอดภัยแก่ทั้งผู้ให้บริการและนักท่องเที่ยว

ในประเทศไทยเอง หลังจากที่เริ่มมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา หนึ่งตราสัญลักษณ์ที่เริ่มปรากฏให้เห็นตามที่พัก ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า ก็คือสัญลักษณ์ SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) หรือมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่จัดทำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข ที่นำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขมาผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ตลอดจนยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีและมีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยไปพร้อม ๆ กัน 

กิจการที่สามารถขอรับมาตรฐาน SHA ได้มีอะไรบ้าง

  1. ภัตตาคาร ร้านอาหาร 
  2. โรงแรม ที่พัก และสถานที่จัดประชุม 
  3. นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 
  4. ยานพาหนะ 
  5. บริษัทนำเที่ยว 
  6. สุขภาพและความงาม 
  7. ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 
  8. กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 
  9. โรงละคร โรงมหรสพ และการจัดกิจกรรม 
  10. ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่น ๆ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ SHA ได้ที่ thailandsha.tourismthailand.org 

ที่มาภาพ : unsplash.com/@gitfo

ที่มา :
รายงาน “คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยว ไตรมาสที่1/2563” โดย ศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว
forbestravelguide.com
thailandsha.tourismthailand.org
theaa.com
wttc.org

เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ