120 ล้าน คือจำนวนอาชีพในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization - UNWTO) คาดการณ์ว่าเสี่ยงตกงานจากผลกระทบของโควิด-19 และคาดว่ารายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 80% คิดเป็น 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ามีธุรกิจและผู้คนมากมายที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกคิดเป็น 10.3% ของจีดีพีโลก แต่เมื่อโรคระบาดทำให้การเดินทางท่องเที่ยวหยุดชะงักจนแทบเป็นอัมพาต ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นกับธุรกิจใหญ่อย่างสายการบิน เครือโรงแรม และบริษัททัวร์อย่างเดียว แต่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังแทบทุกสาขาอาชีพ เช่น กลุ่มธุรกิจ MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) บริษัทเช่ารถ เรือสำราญ ไกด์นำเที่ยว พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้า และร้านอาหาร

แต่ใช่ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะถึงจุดจบ ประเทศที่ฝ่าการแพร่ระบาดระลอกแรกมาได้อย่างจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน นิวซีแลนด์ และประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปเริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ หวังกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวโดยเร็ว การจับคู่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่จัดการโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านนโยบาย Travel Bubble กลายเป็นโมเดลที่ธุรกิจท่องเที่ยวฝากความหวังไว้ในวันที่โรคระบาดยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด และมนุษย์ยังคงปรารถนาที่จะออกเดินทาง

ออกเดินทางสู่โลกใบเก่าที่ไม่เหมือนเดิม
การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไร ธุรกิจการท่องเที่ยวควรก้าวไปทางไหน ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด โควิด-19 ได้เปลี่ยนมุมมองความคิดที่เรามีต่อการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย ในขณะเดียวกันประเทศที่จัดการควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นต้นแบบที่ประเทศอื่น ๆ หันมาศึกษาและถอดบทเรียนการรับมือกับวิกฤตและแนวทางการฟื้นฟูประเทศนับจากนี้ 

การท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวท่ามกลางความไม่แน่นอน
จีนเป็นประเทศแรกที่กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง ภาพของชาวจีนที่ออกเดินทางท่องเที่ยวกันล้นหลามในช่วงวันหยุดแรงงานเมื่อเดือนพฤษภาคม สร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วโลก หลังเผชิญมรสุมโรคระบาดและมาตรการปิดเมืองนานหลายเดือน รายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนั้นสูงกว่า 4,756 ล้านหยวน หรือประมาณ 6,790 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลจีนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเต็มที่ ขณะที่สายการบิน โรงแรม และบริษัทจองที่พักออนไลน์แข่งกันออกดีลและโปรโมชั่นลดราคาสำหรับนักท่องเที่ยว 

Mckinsey บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกเปิดเผยผลสำรวจว่า 60% ของชาวจีนที่ร่วมตอบแบบสอบถาม รู้สึกมั่นใจกับการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะที่ขับรถไปถึง โรงแรมที่ได้รับความนิยม คือเครือโรงแรมระดับนานาชาติที่เสนอราคาประหยัด และโรงแรมบูติกที่มอบสิ่งอำนวยความสะดวกในราคาย่อมเยา โรงแรมส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ เช่น ยกเลิกการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์ และเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะในร้านอาหารมากขึ้น พนักงานใส่อุปกรณ์ป้องกัน โรงแรมบางแห่งถึงขั้นเสนอให้ผู้เข้าพักสวมชุด PPE รวมถึงการปิดยิมออกกำลังกายและสระว่ายน้ำในร่มชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดและติดเชื้อ การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมในจีนกลายเป็นกรณีศึกษาที่ต่างประเทศกำลังถอดบทเรียนมาปรับใช้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนสูญเสียรายได้อย่างน้อย 1 ล้านล้านหยวนจากการปิดเมืองและมาตรการบังคับต่าง ๆ ในช่วงกุมภาพันธ์-เมษายนที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของจีนโดยรวมจะฟื้นตัวในเร็ววันหรือไม่นั้นยังยากที่จะตอบ เพราะการระบาดระลอกใหม่ในปักกิ่งได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไปจนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมานาน

อิตาลีชวนเที่ยวแบบ Slow Tourism ยลงานศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซแบบใกล้ชิด
จากศูนย์กลางการแพร่ระบาดที่รุนแรงที่สุดในยุโรป วันนี้อิตาลีกลับมาเปิดพรมแดนต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปและกลุ่มสมาชิกเชงเกน โรงแรมซึ่งเคยแปรสภาพเป็นที่รองรับผู้ป่วยชั่วคราวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่างปรับตัวตามมาตรการรักษาความสะอาดปลอดภัยแบบ New Normal แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ คิดเป็น 13% ของจีดีพี กลับยังไม่คึกคักเหมือนเคย รัฐบาลจึงพยายามกระตุ้นให้ประชาชนออกมาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมงานศิลปะระดับตำนานอย่างใกล้ชิด โคลอสเซียมจำกัดจำนวนผู้เข้าชมเพียง 14 คนต่อรอบ จากเดิมรอบละ 3,000 คน และยังเว้นระยะสำหรับผู้เข้าชมแต่ละกลุ่มประมาณ 15 นาที ทางด้านผู้อำนวยการ Uffizi Gallery พิพิธภัณฑ์ชื่อดังในฟลอเรนซ์เผยว่า ยอดผู้เข้าชมลดลงเหลือวันละ 1,000 คน หรือสูงสุด 2,000 คน จาก 1 หมื่นคนต่อวัน และยังสูญเสียรายได้จากค่าตั๋วระหว่างปิดทำการนาน 85 วัน ราว 18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ดาริโอ นาร์เดลลา นายกเทศมนตรีเมืองฟลอเรนซ์ ได้ชูกลยุทธ์การท่องเที่ยว Slow Tourism เพื่อเป็นเป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโรคระบาด โดยมุ่งสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้เวลาอยู่ในเมืองนานขึ้น เปิดมุมมองวัฒนธรรมเชิงลึก และสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นด้วยตนเอง นายกเทศมนตรีคนอื่น ๆ ในยุโรปจะร่วมผลักดันแนวคิดนี้ให้คณะกรรมาธิการยุโรปพิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเมืองท่องเที่ยวและเมืองที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน น่าอยู่ และสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง โดยส่งเสริมความหลากหลายของวิถีชีวิตในท้องถิ่นควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

สเปนปักธงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย
สเปนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่โดนโควิด-19 เล่นงานอย่างสาหัส รัฐบาลเปิดแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้งบประมาณ 4,300 ล้านยูโร เพื่อเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศสมาชิกเชงเกน เป้าหมายของการฟื้นฟูครั้งนี้มุ่งปักธงให้สเปนเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย ไปพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และยกเครื่องสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัย เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

ไต้หวันกับแผนฟื้นฟู 3 ระยะ
หนึ่งในประเทศที่จัดการโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ ไต้หวัน หลังจากปลดล็อกดาวน์ รัฐบาลได้เดินหน้าแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยงบประมาณราว 67.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ในระยะแรกเป็นการร่างแผนการท่องเที่ยวเพื่อป้องกันโรคระบาด พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติ และฝึกพนักงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ระยะที่ 2 จัดสรรงบประมาณเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่วนระยะที่ 3 จะมุ่งฝึกอบรมและให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น ออกแบบมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับใช้ในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น แหล่งท่องเที่ยว เอาท์เล็ต โฮมสเตย์ และแหล่งช้อปปิ้ง นอกจากนี้ ไทเปยังจับมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทดลองให้คนที่ไม่ติดเชื้อโควิด-19 ในซานฟรานซิสโกเดินทางมายังไทเปและกักตัวก่อนบินกลับ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของระยะเวลาการกักตัวที่สั้นที่สุดและปลอดภัยที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เดินทางติดต่อธุรกิจสามารถออกจากระยะกักตัวได้เร็วกว่า 2 สัปดาห์ เพื่อยกระดับโปรโตคอลการท่องเที่ยวได้ในอนาคต

นิวซีแลนด์กับนโยบาย Travel Bubble 
จาร์ซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์กลายเป็นผู้นำที่ชนะใจใครหลายคนจากการรับมือกับวิกฤตโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ด้วยการตัดสินใจที่รวดเร็วและการสื่อสารบนพื้นฐานความเข้าใจ (Empathy) แต่การปิดเมืองที่เคร่งครัดนาน 5 สัปดาห์ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวภายในประเทศของนิวซีแลนด์ค่อนข้างแข็งแรงและไม่ได้พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น โดยรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศเฉลี่ยปีละ 2,370 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ หรือประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 1,270 ล้านเหรียญนิวซีแลนด์ต่อปี หรือ 2.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้อาร์เดนยังเสนอให้ประชาชนทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผู้คนมีเวลาไปเที่ยวมากขึ้น นับว่าเป็นวิธีการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่ไม่เลวทีเดียว ปัจจุบันนิวซีแลนด์และออสเตรเลียยังได้พิจารณานโยบาย Trans-Tasman Travel Bubble เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศเดินทางระหว่างกันได้อย่างเสรีอีกด้วย 

ประเทศไทย
ประเทศไทยพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก คิดเป็น 12% ของจีดีพี และ 50% ของจีดีพีตามลำดับ โควิด-19 จึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ในช่วงล็อกดาวน์ธุรกิจโรงแรมจำนวนมากปรับตัวไปทำธุรกิจอื่นเพื่อหารายได้มาต่อลมหายใจ เช่น บริการเดลิเวอรีอาหารส่งตรงจากครัวของโรงแรม และเริ่มกลับมาเปิดให้บริการหลังคลายมาตรการปิดเมือง ขณะที่ภาครัฐได้มีมาตรการยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ เช่น โครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration ที่ททท. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและการกีฬา กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และออกตราสัญลักษณ์ SHA สำหรับผู้ประกอบการไทย ส่วนโรงแรมหรูในเมืองชูกลยุทธ์ “Staycation” เพื่อหยิบยื่นทางเลือกการพักผ่อนให้กับคนเมืองที่ต้องการปลีกตัวจากความวุ่นวายและไม่อยากเดินทางไปไหนไกล อย่างไรก็ตามคาดว่าธุรกิจการท่องเที่ยวไทยจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า เมื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศอื่น ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ

©fortevillageresort.com

โอกาสใหม่ของโรงแรม
เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ต่างโดนพิษโควิด-19 เล่นงานจนอ่วม ผู้บริหาเครือ Marriott กล่าวว่าโรคระบาดครั้งนี้หนักหนากว่าเหตุวินาศกรรม 9/11 ในปี 2000 และวิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อปี 2008 รวมกัน เช่นเดียวกับเครือโรงแรม Hilton ที่จำเป็นต้องปลดพนักงานฝ่ายบริหารออก 22% และกล่าวว่าไม่เคยเผชิญกับวิกฤตที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อนตลอด 101 ปีของการดำเนินกิจการ แม้ว่าผู้คนจะทยอยออกมาเที่ยวรับโปรโมชันลดราคาของโรงแรมต่าง ๆ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าธุรกิจจะฟื้นตัวเต็มรูปแบบ ด้านสมาคมโรงแรมและที่พักสหรัฐอเมริกาได้ประกาศโร็ดแม็ปการฟื้นฟูธุรกิจโรงแรม และเรียกร้องสภาคองเกรสให้ช่วยเหลือเยียวยาพนักงานโรงแรมและธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และมีคนตกงานมากถึง 7.7 ล้านราย แผนการดังกล่าวประกอบด้วย การส่งเสริมให้โรงแรมกลับมาจ้างพนักงานอีกครั้ง ผ่อนปรนการกู้ยืม โรงแรมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพื่อทำความสะอาดและป้องกันเชื้อจะได้รับการลดหย่อนภาษี และกระตุ้นให้ชาวอเมริกันกลับมาเที่ยวอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย เป็นต้น

©newsroom.hilton.com

การแข่งขันของวงการนี้อาจเปลี่ยนไป เมื่อผู้คนต้องการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการท่องเที่ยวมากขึ้น รวมทั้งเลี่ยงสถานที่แออัดเพื่อป้องกันโรคระบาด จะเห็นได้ว่าธุรกิจโรงแรมเร่งปรับตัวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในเรื่องนี้ เช่น  Hilton จับมือกับ Mayo Clinic และ RB บริษัทแม่ของ Dettol สร้างมาตรฐานใหม่ของการทำความสะอาดตั้งแต่จุดเช็กอินไปจนถึงเช็กเอาต์ โรงแรมสุดหรู Forte Village บนเกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี ได้พัฒนา Covid Protection Protocol เป็นมาตรฐานใหม่ของโรงแรมตามแนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่การตรวจผู้เข้าพัก สัมภาระทุกชิ้นจะผ่านการฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการลดจุดสัมผัสให้น้อยที่สุด เช่น งดวางนิตยสารและหนังสือพิมพ์ในห้องพัก และห้องออกกำลังกาย ใช้เครื่องทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคด้วย UV-ozone ทำความสะอาดห้องพักหลังการเช็กเอาต์ทุกครั้ง และปล่อยห้องว่าง 24 ชั่วโมง เป็นไปได้ว่าโรงแรมที่เคยถูกธุรกิจแชร์ที่พักอาศัยดิสรัปต์ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อาจพลิกเกมมาครองใจผู้บริโภคได้อีกครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีสายป่านยาวพอที่จะฝ่าวิกฤตไปได้นานกว่ากัน

เมื่อ Trust สูญหาย Airbnb จึงถูกเป็นฝ่าย Disrupt 
ปี 2020 ควรจะเป็นปีที่น่ายินดีสำหรับ Airbnb ที่เคยประกาศจะขายหุ้นให้กับสาธารณชนเป็นครั้งแรกหรือ IPO ในปีนี้ แต่กลายเป็นว่ายูนิคอร์นแห่งวงการสตาร์ตอัพรายนี้กลับถูกดิสรัปต์โดยตัวแปรที่คาดไม่ถึงอย่างโควิด-19 ความเชื่อมั่นไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจแชร์ที่พักอาศัยและระบบเศรษฐกิจแบ่งปันถูกทลายลง บริษัทสูญเสียรายได้ไปมากถึงครึ่งหนึ่งของปีที่ผ่านมา และต้องปลดพนักงานออก 25% สตาร์ตอัพที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2017 ร่วงหล่นเหลือ 1,800 ล้านเหรียญเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทได้ประกาศช่วยเหลือจ่ายค่าชดเชยให้กับเจ้าของที่พักที่ถูกยกเลิก แต่ก็มีหลายรายออกมาประนามบนโลกโซเชียลว่าประสบปัญหาการขอค่าชดเชยเต็มจำนวน

แต่ดูเหมือนว่า ไบรอัน เชสกี (Brian Chesky) ซีอีโอ Airbnb ยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เดินเกมด้วยการสื่อสารกับพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่องและแสดงความจริงใจ ตั้งแต่สาเหตุการปลดพนักงาน ไปจนถึงแผนปรับตัวในอนาคต เขาเผยว่ายอดจองที่พักในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-3 มิ.ย. เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ชาวอเมริกันกลับมาเที่ยวในประเทศอีกครั้ง ในระยะทาง 200 กิโลเมตร นอกจากนี้ยอดจองที่พักยังเพิ่มขึ้นในเยอรมนี โปรตุเกส เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ซึ่งต่างก็จัดการควบคุมโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงงัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมากอบกู้ความเชื่อมั่นของเหล่านักเดินทางและเร่งปรับตัวเข้ากับอนาคตของการเดินทาง

  • Safety and Cleanliness: ความสะอาดจะสำคัญมากกว่าที่เคย บริษัทจึงผุดโครงการ Enhanced Cleaning Protocol กระตุ้นให้เจ้าของที่พักยกระดับมาตรฐานการทำความสะอาดแบบสมัครใจ เช่น ออกกฎเว้นระยะเวลาสำหรับผู้เข้าพักแต่ละรายอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ เพื่อป้องกันละอองฝอยจากสารคัดหลั่งที่อยู่ในอากาศได้นาน นอกจากนี้ยังทำคู่มือแนะนำแนวทางปฏิบัติและการทำความสะอาด โดยโฮสต์ที่ทำตามและผ่านการทดสอบก็จะได้ใบรับรอง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกขั้น
     
  • Flexibility: การเดินทางอาจไม่เป็นไปตามแผนในช่วงนี้ บริษัทจึงสนับสนุนให้โฮสต์ยืดหยุ่นกับลูกค้าที่ยกเลิกการจอง และพร้อมต้อนรับผู้เข้าพักที่ตัดสินใจจองแบบนาทีสุดท้าย (last-minute booking) ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
     
  • Price and Privacy: นอกจากราคาประหยัดจะเอื้อกับการท่องเที่ยวในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี Airbnb ยังชูจุดเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวของที่พัก ซึ่งตอบโจทย์การพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง โดยไม่ต้องพบปะกับคนจำนวนมาก และมีบริการ Self Check-in เพื่อรักษาระยะห่าง
     
  • Back to Community As Its Root: กลับมาฟื้นฟูคอมมูนิตี้อีกครั้งคือภารกิจหลังโควิด-19 เพราะเชื่อว่ามนุษย์ยังคงโหยหาการติดต่อปฏิสัมพันธ์กันซึ่ง ๆ หน้ามากกว่าที่เคย

Airbnb ยังขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่คนทำงาน ตอบรับกระแส Work from (any) home ซึ่งมีแนวโน้มจะเช่าอยู่ระยะยาว นับว่าเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ที่ดึงดูดทั้งสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวได้ดี ข่าวลือเกี่ยวกับ IPO กลับมาจับจองพื้นที่สื่อต่างประเทศ แม้ซีอีโอจะปฏิเสธว่ายังไม่เกิดขึ้นภายในปีนี้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้บรรดานักลงทุนใจชื้นขึ้นมาบ้าง ถึงอย่างนั้นมาตรฐานที่ Airbnb กำหนดก็ยังถูกตั้งคำถาม เพราะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของที่พักอาศัยจะปรับใช้อย่างไร คุ้มค่ากับต้นทุนและรายรับมากน้อยแค่ไหน จึงไม่อาจสรุปได้ว่าที่พักทุกแห่งจะมีมาตรฐานความสะอาดเหมือนกัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างธุรกิจโรงแรมที่มีมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งเครือ คงต้องรอดูกันในระยะยาวว่ายูนิคอร์นรายนี้จะกลับมาสยายปีกได้หรือไม่

ที่มา :
Airbnb released a 38-page handbook with cleaning and disinfecting protocols — and it suggests that hosts have full PPE on hand, including optional shoe coverings โดย Melissa Wiley จาก businessinsider.com
Airbnb is poised for a comeback after a brutal spring โดย Deirdre Bosa จาก cnbc.com
Airbnb revives internal IPO conversations โดย Dan Primack จาก axios.com

Recovery and Resilience สู่อนาคตที่ยังไม่ไร้ความหวัง
คงเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาในไม่ช้า เมื่อยังไม่มีการผลิตและจัดจ่ายวัคซีนรักษาโรคในวงกว้าง บรรดานักวิเคราะห์นักวิชาการต่างเสนอความคิดเห็นในมุมที่ต่างกันไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เจมส์ แครบทรี มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มองว่าผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเพื่อการท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ การจัดการที่มีประสิทธิภาพจะกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว ส่วน อลิซาเบธ เบกเกอร์ (Elizabeth Becker) นักข่าวชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือ Overbooked: The Exploding Business of Travel and Tourism ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่กระเทาะเปลือกให้เห็นปัญหาของภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองที่คุกคามวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า ขณะเดียวกันธุรกิจที่ผูกโยงกับการท่องเที่ยวต่างล้มครืนเป็นโดมิโน เมื่อปราศจากนักท่องเที่ยว เศรษฐกิจที่ซบเซาจะทำให้คนไม่สามารถเดินทางได้เหมือนที่ผ่านมา

Euromonitor International ได้วิเคราะห์และจำลองซีนารีโอของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคตว่า มีแนวโน้มจะฟื้นตัวในปีหน้า 20% แต่จะใช้เวลานาน 3 ปี จึงจะกลับคืนสู่ในระดับเดียวกับก่อนโควิด ซึ่งนับว่านานกว่าการฟื้นตัวจากเหตุวินาศกรรม 9/11 และวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008-2009 ที่น่ากังวลคือ ธุรกิจบางประเภทอาจเผชิญวิกฤตหนักหรือกระทั่งไม่อาจฟื้นคืนสู่สภาวะปกติได้อีกเลย อาทิ เรือสำราญ สายการบิน และบริษัทตัวกลางต่าง ๆ ทั้งนี้การฟื้นฟูยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระดับของการแพร่ระบาดในอนาคตอีกด้วย

Euromonitor ยังได้จำลองสถานการณ์ระดับเลวร้ายที่สุด ในกรณีที่โรคระบาดกลับมาอีกระลอกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและกินเวลานาน 3-7 ไตรมาส เป็นไปได้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก เมื่อถึงจุดนั้นสาธารณสุขจะไม่สามารถรับรองผู้ป่วยได้อีกต่อไป และนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นราว 3.5% ทั่วโลก ถ้าหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวจริง อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมากกว่า 5 ปี แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่ถึงอย่างไรหนทางที่ดีที่สุดสำหรับภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นๆ คือ การเรียนรู้ที่จะยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และโจทย์ที่เปลี่ยนไปในอนาคต ในระยะสั้น ธุรกิจควรเน้นกลุ่มเป้าหมายท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อบรรเทาความเสียหายของธุรกิจในปีนี้ ก่อนเตรียมความพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีต่อไป

©Jay Zhang/Unsplash

New Normal and What’s Next?

  • สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและเงื่อนไขการกักตัวที่ต่างกันของแต่ละประเทศจะทำให้ผู้บริโภควางแผนการท่องเที่ยวยากขึ้น และต้องตัดสินใจเฉพาะหน้า
  • นักท่องเที่ยวอาจต้องใช้ใบรับรองแพทย์ในการเดินทางไปต่างประเทศ สนามบินต่างๆ อาจสนับสนุนการใช้ระบบการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกที่มาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ Digital Health Passport หรือ Immunity Passport ที่สามารถยืนยันว่านักท่องเที่ยวไม่ติดเชื้อโควิด-19
  • เบบี้บูมเมอร์จะเป็นกลุ่มที่กลับมาท่องเที่ยวช้าที่สุดเมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น และจะออกเดินทางเมื่อจำเป็นเท่านั้น
  • Track, Trace, Test แทบทุกประเทศจะติดตามข้อมูลของนักท่องเที่ยวในทุก ๆ สถานที่ที่ไปจนเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและแกะรอยผู้ติดเชื้อ นักท่องเที่ยวอาจต้องกักตัวและเข้ารับการตรวจเป็นระยะตามมาตรการของแต่ละประเทศจนกว่าโรคระบาดจะจบลงหรือมีการผลิตวัคซีน อย่างไรก็ดีจะเกิดการตั้งคำถามหรือแม้แต่ประท้วงการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ประเทศที่มอบความเชื่อมั่นทั้งในแง่สุขอนามัย และคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลได้ จะได้กระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวและประชาชนในประเทศ
  • การท่องเที่ยวเปลี่ยนโฉมหน้าจาก Overtourism ที่มีนักท่องเที่ยวล้นไปสู่ No Tourism ในชั่วข้ามคืน หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากเกินจำเป็น ซึ่งส่งผลเชิงลบต่อความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่นและระบบนิเวศ ทางรอดของอุตสาหกรรมนี้จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความยั่งยืน

ที่มาภาพ : unsplash.com/@davidmarcu

ที่มา : 
รายงาน The Impact of Coronavirus on Travel and Tourism โดย Euromonitor International
บทความ As China lifts restrictions, here's where its people want to travel
บทความ As Tourism Restarts, UNWTO Notes “Strong and Rapid” Governments’ Response to COVID-Challenge
บทความ Hilton lays off 22% of its corporate staff
บทความ Hotels in Italy Are Gradually Reopening. Here’s What That Looks Like
บทความ Light after the lockdown — the future of travel
บทความ 'Moment of a lifetime' for Italians taking advantage of museums emptied of tourists by COVID lockdown
บทความ Spain Unveils $4.8 Billion Plan for Beaten-Up Tourism Sector
บทความ Taiwan trial offers hope for restoring international travel
บทความ The Future of Travel After the Coronavirus Pandemic
บทความ The Future of Travel: How the industry will change after the pandemic
บทความ The coronavirus survival challenge for NZ tourism: affordability and sustainability
บทความ The way back: What the world can learn from China’s travel restart after COVID-19ป

เรื่อง : ปิยพร อรุณเกรียงไกร