ในระหว่างที่รอให้รัฐบาลทั่วโลกมีชัยชนะจากการต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยมาตรการปิดเมืองเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และการพยุงเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินมหาศาล “ความคิดสร้างสรรค์” ในหลากรูปแบบยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และไม่เพียงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังมีส่วนช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเดินหน้าไปสู่อนาคต   

ในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ยังคงดำเนินไป มาตรการปิดเมือง (Lockdown) ทำให้ธุรกิจที่ต้องอาศัยพื้นที่การขายหรือการให้บริการต้องหยุดชะงัก ธุรกิจออนไลน์จึงก้าวมาเป็นความหวัง แต่สำหรับบางธุรกิจที่ไม่อาจย้ายทุกอย่างสู่อี-คอมเมิร์ซ ความคิดสร้างสรรค์ในการนำจุดแข็งของธุรกิจที่มีมาใช้ให้เกิดผลตอบรับที่ดีในระยะยาวจึงปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

©facebook.com/lvmh

หนึ่งสัปดาห์แห่งการช่วยชีวิต
การพบกันของทีมวิศวกรจากมหาวิทยาลัยลอนดอนคอลเลจ (University College London) ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลแพทย์ UCLH (University College London Hospitals) และทีมเมอร์ซิเดซ ฟอร์มูลา วัน ที่ทำงานแข่งกับความเร็ว ได้กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เมื่อผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนักต้องได้รับออกซิเจนจำนวนมากมีโอกาสเข้าถึงเครื่องช่วยหายใจที่ถูกพัฒนาขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตให้ได้จำนวนมาก ตามความต้องการของหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (British National Health Service) ที่ต้องการถึง 10,000 เครื่อง 

เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันบวกต่อเนื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องช่วยหายใจแบบหน้ากากครอบปากและจมูกสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาในการนอนเพื่อให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอโดยไม่ต้องสอดท่อเข้าไปในร่างกายของคนไข้  ซึ่งมีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรที่มีจำนวนมาก 

©facebook.com/lvmh

ศาสตราจารย์รีเบคกา ชิปเลย์ (Rebecca Shipley) ผู้อำนวยการสถาบันวิศวกรรมการแพทย์ยูซีแอล (UCL Institute of Healthcare Engineering) กล่าวว่า โดยปกติแล้ว การพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต้องใช้เวลาเป็นปี แต่ครั้งนี้เราสามารถทำได้ในระดับสัปดาห์ ด้วยการหันกลับไปใช้เทคนิคพื้นฐานของการย้อนรอยทางวิศวกรรม (Reverse Engineer) ว่าระบบเครื่องช่วยหายใจทำงานอย่างไร แล้วนำมาออกแบบและประยุกต์เพื่อให้ผลิตได้อย่างรวดเร็วและผลิตได้จำนวนมาก 

แอนดี โคเวล์ (AndyCowell) ผู้บริหารของ Mercedes AMG High Performance Powertrains หน่วยงานสำหรับการพัฒนาทีมฟอร์มูลาวัน ที่รับผิดชอบตั้งแต่แนวคิด เครื่องยนต์ และการแข่งขัน กล่าวว่า “ทีมทำงานได้อย่างดีในการใช้ทรัพยากรและความรู้ในการผลิต CPAP ที่ได้มาตรฐานสูงสุดภายในระยะเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”  

MHRA (Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency) องค์กรกำกับผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ ได้อนุมัติการใช้งานเครื่องต้นแบบจำนวน 40 เครื่อง ที่จะถูกส่งไปยังโรงพยาบาล 4 แห่งในลอนดอน ซึ่งถ้าหากการทดลองใช้เครื่องช่วยหายใจดังกล่าวนี้เป็นไปด้วยดี โรงงานของเมอร์ซิเดสก็จะเร่งการผลิตให้ได้ถึง 1,000 ชิ้นต่อวัน พร้อมกับเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ระบบการดูแลผู้ป่วยทั่วโลกทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

©facebook.com/lvmh

ทีมฟอร์มูลาวันของเมอร์ซิเดส เป็นหนึ่งในอีกหลายโรงงานผู้ผลิตที่เปลี่ยนศักยภาพของโรงงานที่มีอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “คุณค่าใหม่” ท่ามกลางวิกฤตการณ์ ก่อนหน้านี้ วงการแฟชั่นได้พลิกภาพลักษณ์ของใช้ที่ฟุ่มเฟือยหรือหรูหราเกินจำเป็นในยามนี้ ให้กลายเป็นของจำเป็นของผู้คนทั่วไป เครือ LVMH กลุ่มผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก ได้เปลี่ยนอุปกรณ์และวัตถุดิบในโรงงานผลิตน้ำหอมให้เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาด ปรับทักษะการตัดเย็บขั้นสูงไปผลิตถุงมือและเสื้อกาวน์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ติดตามมาด้วยอีกหลายแบรนด์แฟชัน รวมถึงโรงงานผลิตชุดชั้นในในประเทศไทย ที่แม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่คุณค่าของแบรนด์ที่สร้างความรู้สึกดีให้กับผู้บริโภคกำลังจะเพิ่มขึ้น 

ฮาวทูเซฟพนักงาน 
สำหรับธุรกิจสายการบินที่แทบจะจอดสนิทในช่วงโควิด-19 การปรับพนักงานออกอาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับสิงคโปร์แอร์ไลน์ พนักงานคือหัวใจของงานบริการที่ไม่อาจละทิ้งไปได้ สายการบินจึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานโดยความสมัครใจของพนักงานบนเครื่องเอง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนั้นถูกฝึกมาให้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารมาก่อนเป็นอันดับแรก ให้กลายมาเป็น “Care Ambassador” หรือ “ทูตผู้ดูแล” จำนวน 300 คน เพื่อทำงานให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน นอกจากนี้พนักงานเหล่านี้ยังสามารถเลือกที่จะทำงานนี้เพิ่มต่อไปอีก 3 เดือนได้ 

Care Ambassador จะทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทั่วไปภายในโรงพยาบาล และดูแลผู้ป่วยที่ไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ รวมถึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคโควิด-19 เช่น การช่วยพาผู้ป่วยไปห้องน้ำ การให้บริการอาหาร การรับข้อมูลความคิดเห็นจากผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงการจัดการด้านการเข้าเยี่ยมที่เป็นระบบ เพื่อลดงานของ

©edition.cnn.com

เหล่านางพยาบาลตัวจริงให้มีเวลาไปดูแลผู้ป่วยโควิดมากขึ้น โดยพนักงานทุกคนจะต้องผ่านการฝึกความพร้อมในด้านต่าง ๆ จากทางโรงพยาบาลก่อน และจะต้องมีการวัดไข้ก่อนเข้าปฏิบัติงานสองครั้งต่อวัน อีกทั้งทางโรงพยาบาลก็จะมีการฉีดวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ ให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน 

แต่สำหรับบางธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยพนักงานที่เชี่ยวชาญอย่างสายการบิน อย่างเช่น McDonald's ในประเทศเยอรมนีที่มีสาขาเปิดดำเนินการถึง 1,500 แห่ง ก็สามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพนักงานได้เช่นกัน โดยแบรนด์ได้จับมือกับ Aldi Sud and Aldi Nord ซูเปอร์มาร์เก็ตธุรกิจครอบครัวที่แยกตัวออกจากกันของเยอรมัน และมีจำนวนร้านค้ากว่า 10,000 แห่งใน 20 ประเทศ ในการย้ายพนักงานของ McDonald's ไปทำงานที่สาขาของร้านค้าทั้งสองแบรนด์แทน เพื่อช่วยเหล่าพนักงานที่กำลังเหนื่อยล้ากับความต้องการข้าวของอุปโภคบริโภคจำนวนมหาศาลจากช่วงกักตัวอยู่บ้านของประชาชน  

แม้ว่าการโยกย้ายงานตามอุปสงค์และอุปทานจะดูเป็นเรื่องปกติตามกลไกตลาด แต่ในช่วงโควิด-19 เช่นนี้ กูรูการตลาดต่างให้คำแนะนำว่า การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเชื่อมโยงกับความมั่นคงของแบรนด์ที่มีต่อสังคม ยิ่งถ้าบริษัทใดยังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้โดยไม่มีผลกระทบต่อพนักงาน ผู้บริโภคจะมองบริษัทนั้นว่ามีความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อแบรนด์นั้น ๆ 

©Smiling Tuk Tuk

เจาะตลาดบนความช่วยเหลือ 
จากรายงานการสำรวจของ Video Advertising Bureau (VAB) ในสหรัฐอเมริกา พบว่า นอกจากจะมีผู้ชมวัยรุ่นหันกลับมาชมรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการการล็อกดาวน์แล้ว ในการรับชมข่าวสารทางทีวี ยังพบว่าร้อยละ  56 ของผู้บริโภครู้สึกพึงพอใจที่แบรนด์ต่าง ๆ ออกมาแสดงความช่วยเหลือต่อสถานการณ์โรคระบาด ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสินค้าหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคผ่านบริการพิเศษเพื่อรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า เช่น บริการรับสินค้าจากหน้าร้านแบบไร้สัมผัส หรือโปรแกรมช่วยยืดระยะเวลาผ่อนชำระสินค้าและบริการ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจที่มีจุดขายในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะได้รับการตอบรับที่ดี และเป็นการปูทางไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ภายใน ประเทศที่ผ่านสงครามโควิด-19 มาด้วยกัน     

“ตุ๊ก ตุ๊ก เอ็กซ์” เป็นบริการใหม่ของ สมายลิ่ง ตุ๊ก ตุ๊ก ที่เกิดขึ้นเพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ โดยเริ่มจากการขายต้นไม้ออนไลน์ แล้วให้รถสามล้อในเครือข่ายมาจัดส่งต้นไม้ให้ลูกค้า ก่อนที่จะมองเห็นช่องทางในการเปลี่ยนรถสามล้อสำหรับพานักท่องเที่ยวไปตระเวนชิมของอร่อยทั่วกรุงเทพฯ มาเป็นรถสำหรับส่งของ ภายใต้สโลแกน #ส่งได้ทุกอย่างในปฐพี โดยมาพร้อมกับระบบการจองผ่านเฟซบุ๊กที่สะดวกสบาย มีแอดมินเพจช่วยคำนวณค่าส่งและตอบคำถาม อีกทั้งยังใช้ข้อดีของรถสามล้อที่สามารถบรรทุกของได้มาก จึงกำหนดราคาเริ่มต้นตามระยะทางที่ 180 บาทแบบไม่เกี่ยงน้ำหนักหากสามารถบรรจุเข้าไปในรถได้

จากจุดเริ่มต้นในการสร้างรายได้ให้บริษัทได้ขยายไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มในการช่วยเหลือเครือข่ายรถสามล้อที่ขาดรายได้ให้สมัครเข้ามาเป็นผู้ส่งของ จนขยายไปสู่การช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนในการส่งขายสินค้าและผู้ประกอบการอื่น ๆ  ทำให้บริษัทเริ่มมีการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น ประสบการณ์จากการปรับตัวนี้ อาจจะเป็นโอกาสในการแตกไลน์เป็นบริษัทขนส่ง เพื่อรองรับพฤติกรรมออนไลน์ที่ยังคงบูมต่อเนื่องในช่วงหลังจากโควิด-19

 

©visuals/Unsplash

4D เพื่อการทำความเข้าใจอนาคต 
ผลจากโควิด-19 กำลังส่งผลให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ที่นักกลยุทธ์มองว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงหลังโควิด ซึ่งเรียกว่า 4D ที่ประกอบด้วย 

  • Digital : นับจากนี้ไปดิจิทัลจะกลายเป็นความสำคัญหลักในการดำรงชีวิต หรือเรียกได้ว่า Digital is a Life. ไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่เท่านั้นที่จะรู้สึกคุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ทุกคนในครอบครัวจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น และสิ่งนี้จะขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรม สินค้า และบริการใหม่ ๆ เกี่ยวกับดิจิทัลอีกเป็นจำนวนมากจากทั้งบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ขณะที่ธุรกิจเองก็จำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะการขับเคลื่อนไปสู่ Digital Transformation ของภาคธุรกิจที่จะเกิดขึ้นและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Distant : การรักษาระยะห่างของผู้คนจะยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่ใช่เพียงแค่ในมิติของกายภาพเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องของจิตใจด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกันที่เคยแสดงออกมาผ่านการสัมผัส (Human Touch) จะน้อยลง คนเลือกที่จะไม่สัมผัสกันโดยไม่จำเป็น เพราะติดพฤติกรรมการรักษาระยะห่างในช่วงการเฝ้าระวังโควิด-19 ทำให้วัฒนธรรมในการทักทายของผู้คน โดยเฉพาะหลาย ๆ ชาติในตะวันตกที่เคยจับมือ สัมผัสตัวกันจะเปลี่ยนแปลงไป 
  • Discrimination : การแบ่งฝักฝ่ายเลือกปฏิบัติอาจจะไม่ใช่เรื่องผิด ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย หรือการคำนึงถึงสุขอนามัยของผู้คน ทำให้การเลือกพรรคเลือกพวก กลายเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้มากขึ้น เพราะโลกยังมีร่องรอยของความหวาดระแวงและความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ ส่งผลให้กฎเกณฑ์การข้ามเขต ข้ามแดน ทั้งสินค้าหรือผู้คนเป็นไปได้ยากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต่างกับหลังเหตุการณ์ 911 ที่การรักษาความปลอดภัยทางการบินถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้น แต่วิกฤตครั้งนี้อาจส่งผลมาถึงเรื่องของสินค้าที่ต้องดูไปถึง Country of Origin หรือประเทศต้นทาง ที่บางประเทศอาจเลือกไม่รับสินค้าจากบางแห่งโดยไม่ถูกโจมตีว่ากีดกันทางการค้า หรือเลือกปฏิเสธคนบางกลุ่ม บางเชื้อชาติ โดยไม่ถูกครหาว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ
  • Domestic : การหันมาพึ่งพากันเองภายในประเทศมากขึ้นจะเป็นทางออกสำคัญของโลกยุคหลังโควิด-19 ทั้งในแง่ของการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) หรือแม้แต่การมีทัศนคติหรือความเชื่อบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป คนที่เคยส่งลูกไปเรียนต่างประเทศอาจมองทางเลือกการศึกษาต่อในประเทศมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจจะพยายามสร้างรายได้จากตลาดในประเทศ เนื่องจากมาตรการเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศที่อาจมีการยกระดับความเข้มข้นทั้งเรื่องมาตรฐาน และการปกป้องตลาดการค้าภายใน ตลอดจนเพื่อระมัดระวังความปลอดภัยต่าง ๆ
ที่มา : บทความ “New Normal โลกยุค Post Covid-19” (17 เมษายน 2563) โดย รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร | คอลัมน์ THINK MARKETING IS ALL AROUND จาก bangkokbiznews.com


©volkswagen-newsroom.com

ปรับตัวสู่อนาคต 
แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเริ่มดีขึ้นในบางพื้นที่ และมีบางกิจการที่เริ่มได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้อีกครั้ง แต่ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันและการรักษา การรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดและสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคจึงยังคงต้องดำเนินไป 

โรงงานผลิตรถยนต์ Volkswagen ที่โวล์ฟสบวร์ก (Wolfsburg) ประเทศเยอรมนีเปิดให้พนักงาน 8,000 คนกลับมาทำงานที่โรงงานเพื่อเริ่มต้นการผลิตใหม่ แต่ไม่ใช่ด้วยสภาพแวดล้อมเดิม บริษัทมีการออกกฎระเบียบใหม่และการออกแบบไลน์การผลิตใหม่ที่คำนึงถึงสุขภาพของพนักงานอย่างเข้มข้น 

แอนเดรียส โทสต์มันน์ (Andreas Tostmann) กรรมการของ Volkswagen ที่รับผิดชอบการผลิตและการขนส่ง กล่าวว่า โรงงานได้จัดทำแผน 100-point ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการรักษาระยะห่างและความสะอาดในโรงงาน โดยพนักงานจะต้องได้รับการวัดอุณหภูมิและตรวจเช็กร่างกาย สวมชุดทำงานให้เรียบร้อยก่อนทุกเช้าก่อนเดินทางมาที่โรงงาน ภายในโรงงานมีการจัดทางเดินไม่ให้สวนกัน บนพื้นจึงมีเครื่องหมายเพื่อบอกเส้นทางการเดินและระยะยืนที่ห่างกัน 1.5 เมตร ในระหว่างที่เจอกัน ซึ่งทุกคนต้องใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก กระจกกั้นแบบเคลื่อนย้ายได้ถูกนำมาใช้ในหลายพื้นที่ และการส่งต่อชิ้นส่วนระหว่างพนักงานกับพนักงานจะไม่เกิดขึ้น แต่จะปรับมาเป็นการวางชิ้นส่วนต่าง ๆ ไว้เพื่อให้หยิบเอง การทำความสะอาดอุปกรณ์ พื้นที่ทำงาน และห้องน้ำถูกเพิ่มความถี่ให้ทำบ่อยขึ้น พร้อมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับล้างมือทั่วโรงงาน ปรับเปลี่ยนห้องประชุมเป็นพื้นที่ทำงานเพิ่มเติม รวมถึงปรับเวลาการทำงานให้ยืดหยุ่น และคงยังให้มีการทำงานที่บ้าน (Work from Home) มาตรการทั้งหมดนี้จะถูกนำมาจัดทำเป็นคู่มือในการปฏิบัติสำหรับพนักงานทุกคน เพื่อให้ทำความเข้าใจก่อนกลับมาปฏิบัติงาน นอกจากนี้ มาตรฐานเพื่อการป้องกันนี้ยังถูกนำไปใช้กับซัพพลายเออร์และพาร์ตเนอร์ขนส่งสินค้าอีกกว่า 40,000 ราย ทั่วโลก 

แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกในการกลับมาทำงาน และยังมีงานอีกมากมายที่ต้องช่วยกระตุ้นการขายในเยอรมนีและยุโรป แต่การสร้างมาตรฐานการผลิตนี้ ไม่เพียงทำให้พนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัย แต่แบรนด์ของ Volkswagen ยังเป็นแบบอย่างของการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมปกติใหม่ (New Normal) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต CT 

ที่มาภาพเปิด : Adam Nieścioruk/Unsplash

ที่มา : 
ข่าวประชาสัมพันธ์ “Production at Volkswagen in Wolfsburg begins again today” (27 เมษายน 2020) จาก volkswagen-newsroom.com
บทความ “Aldi, McDonaldsroom.comn in Wolfsburg begins again ” (23 มีนาคม 2020) โดย Jon Springer จาก winsightgrocerybusiness.com 
บทความ “Coronavirus: Mercedes F1 to make breathing aid” (30 มีนาคม 2020) โดย Fergus Walsh จาก bbc.com
บทความ “Customers in US are responding to authentic, purpose-driven campaigns’ on TV amidst COVID-19” (8 เมษายน 2020) จาก yougov.co.uk
บทความ “Singapore Airlines เปลี่ยนลูกเรือเป็น Care Ambassador ดูแลผู้ป่วย ยามว่างงาน” (10 เมษายน 2020) โดย Techsauce Team จาก techsauce.co
บทความ “สมายลิ่ง ตุ๊ก ตุ๊ก” ตุ๊กตุ๊กเดลิเวอรี่ บริการใหม่สู้วิกฤตโควิด-19” (20 เมษายน 2020) โดย PPTV Online จาก pptvhd36.com

เรื่อง : มนฑิณี ยงวิกุล