เมื่อก่อนใครๆ ก็ว่าบ้านเราแห้งแล้งกันดาร แต่ความแร้นแค้นของอีสานกลับสร้างคนให้อดทน มีความหวัง และสร้างสรรค์อยู่เสมอ ลูกอีสานจำนวนหนึ่งเคยต้องจากบ้านไปแสวงหาโอกาสและชีวิตที่ดีกว่า จนกลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจเเละกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ 

วันเวลาผ่านไป ความเจริญวิ่งเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น อีสานบ้านเรากำลังเชื่อมโยงภูมิภาคเข้าด้วยกัน ขุมทรัพย์แห่งโอกาสกำลังเปิดกว้างรอการเติมเต็ม ลูกอีสานวันนี้จึงไม่ต้องข้ามแดนไปแสวงหาโอกาสใหม่จากที่ไหน เเต่ใช้ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะของโลกสมัยใหม่ ช่วยพัฒนาบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดเอกลักษณ์ของท้องถิ่น บริหารจัดการวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

มองไปข้างหน้า 2050 
รายงาน World Urbanization Prospects ขององค์การสหประชาติคาดการณ์ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากร 2 ใน 3 ของโลกหรือราว 68% จะอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เมือง นับจากปี 2007 ซึ่งถือเป็นปีแรกของโลกที่มีประชากรในเมืองมากกว่าชนบท โดยตอนนี้ 1 ใน 8 ของประชากรโลกอาศัยอยู่ใน 33 มหานคร (Mega City) ที่มีประชากรราว 10 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 43 เมืองในปี 2030

ปัจจุบันประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ความเป็นเมือง (Urbanisation) อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2050 ไทยจะมีพื้นที่เมืองสูงถึง 69.5% ของประเทศ ข้อมูลจาก Nielsen Retail Index ระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ที่ขยายตัวสู่ความเป็นเมืองสูงที่สุดในประเทศ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี โดยวัดจาก 2 มิติ คือจำนวนประชากรในเมืองนั้นๆ ที่มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1-5 ล้านคน เเละการเติบโตของเศรษฐกิจในจังหวัด หรือ Gross Provincial Product:  GPP) 

ขอนแก่นสมาร์ตซิตี

ภูมิภาคแห่งการพัฒนา
การขยายตัวของเมืองเเละสัดส่วนประชากรที่ย้ายมาอาศัยในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้นมักเกิดจากตัวเร่งชั้นดี อย่าง “การเดินทางที่สะดวกสบาย” ซึ่งมาจากการวางโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะของเมือง การเชื่อมโยงคมนาคมเเละระบบขนส่ง รวมถึงการติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนที่ใกล้ชิดของภาคอีสาน ข้อมูลจาก สู่วิถีอีสานใหม่ โดย พัฒนา กิติอาษา เผยว่าอีสานกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชสำคัญของ “มิติใหม่แห่งการพัฒนา” จากการเติบโตด้านการลงทุนที่จะพลิกโฉมให้ภูมิภาคแห่งนี้เข้าสู่สังคมเมือง (Urbanisation) โดยมาพร้อมแนวนโยบายการพัฒนาจากส่วนกลาง อย่างแผนการเชื่อมโยงระบบคมนาคม รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีส่วนปรับเปลี่ยนสังคม วิถีชีวิต ตลอดจนอัตลักษณ์ด้านการบริโภคของคนอีสาน นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทย เช่น สปป.ลาว และกัมพูชา ที่เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ล้วนมีส่วนช่วยเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตของภาคอีสานได้อีกทางหนึ่ง

โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ ที่เริ่มพัฒนาในอีสานผ่านความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ตลอดจนโมเดลการพัฒนาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เริ่มปรากฏและมีแผนงานในหัวเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น กับการเริ่มต้นรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit: LRT) ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit Oriented Development: TOD) และโคราช ที่ทางจังหวัดออกแผนการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit: LRT)) เฟสแรกซึ่งจะเปิดใช้ในปี 2023 พร้อมให้บริการประชาชนและนักเดินทางในเมือง และรองรับปลายทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทางรวมราว 627 กิโลเมตร เเละเส้นทางหนองคาย-เวียงจันทน์ รวมทั้งเตรียมก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งใหม่เพื่อรองรับทางรถไฟความเร็วสูง 

“ผังกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี พ.ศ. 2600” หรือ “ผังภาค” ซึ่งเป็น แผนผังโครงการการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาเมือง การคมนาคม การขนส่งและสาธารณูปโภคระดับภาค อยู่ภายใต้ “ผังประเทศ ปี พ.ศ. 2600” โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง สังกัดกระทรวงมหาดไทย เน้นการพัฒนาพื้นที่ภาคอีสานเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ และการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม หรือการใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่า เพื่อทำเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์และสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ นอกจากนี้ ยังระบุว่า โครงการพัฒนาที่สําคัญในพื้นที่ภาคอีสาน คือสะพานข้ามแม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหารและนครพนม มุกดาหารจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและพาณิชยกรรมของภาคอีสาน ขอนแก่นจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้เส้นทางรถไฟ และยังจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ศูนย์กลางการบินจะอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ฯลฯ ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับโครงการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงอินโดจีนตามแนวตะวันออกและตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) ซึ่งภาคอีสานตั้งอยู่ในเส้นทางสะพานเศรษฐกิจในโครงการดังกล่าว และโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งถือเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค รวมทั้งเวียดนาม ลาว พม่า และประเทศไทย 

การค้าชายเเดน อีสานเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพอย่างยิ่งในเชิงภูมิศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นหน้าด่านของการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม และภาคใต้ของจีน ตัวอย่างแรกๆ ของการพลิกโฉมคือการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง เพื่อเปิดพรมแดนระหว่างไทยกับลาวด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่หนึ่งในปี 1994 สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงอีกหลายแห่งก็ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น มุกดาหาร นครพนม การค้าขายข้ามพรมแดนกับกัมพูชาผ่านด่านต่างๆ ทางตอนใต้ของภูมิภาค ก็เปลี่ยนภาพและเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ตัวเมืองชายแดน เช่น เลย หนองคาย บึงกาฬ อุบลราชธานี สุรินทร์ ได้เปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากเดิมที่พึ่งพากรุงเทพฯ และตลาดในจังหวัดใกล้เคียง ด้วยการหันไปทำการค้าขายและแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนมากขึ้น ตลอดจนแรงงานข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอีสานอย่างเห็นได้ชัด

ความต้องการเเบบคนเมือง
โครงการการลงทุนระยะยาวจากภาครัฐเเละเอกชน ไม่เพียงเป็นปัจจัยที่สะท้อนศักยภาพการสร้างรายได้ในอนาคตของภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการสร้างรายได้ให้กับคนอีสานด้วยเช่นกัน การคมนาคมที่ดี สาธารณูปโภคที่ครบถ้วน ก่อให้เกิดการจ้างงานและรายได้ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นของคนอีสาน ที่จะช่วยหนุนกำลังซื้อ เสริมสร้างการขยายตัวทางการค้า และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของวิถีชีวิตเเละการใช้จ่ายของคนภาคอีสานที่ต่างไปจากเดิม

เเม้การขยายตัวของพื้นที่เมืองจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการสินค้าเเละบริการของคนในเมืองมีความซับซ้อนมากขึ้น เเต่สิ่งที่ลืมไม่ได้คือการเข้าใจคาเเร็กเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้บริโภคในเเต่ละเเห่งให้ชัดเจน

ข้อมูลจาก Nielsen Retail Index ระบุว่าผู้บริโภคในภาคกลางเเละตะวันออกเป็นพื้นที่ที่ท้าทายในการทำการตลาด เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดั้งเดิมในภูมิลำเนานี้ เเต่พื้นที่ภาคอีสานจะเริ่มมีความคล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ ทำให้จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้ามีการเติบโตและขยายตัว เเละรูปแบบของครอบครัวเดี่ยว (Single Family) ก็เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าภาคอื่นๆ ดังนั้นจึงส่งผลต่อสัดส่วนที่พักอาศัยที่ค่อนข้างจำกัด ที่พักอาศัยขนาดเล็ก อย่างคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และทาวน์เฮาส์ รวมถึงธุรกิจของตกแต่งบ้านขยายตัว การใช้ชีวิตที่เร่งรีบและอาศัยเวลาที่ยืดหยุ่นก็ส่งเสริมธุรกิจบริการ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ธุรกิจแฟรนไชส์ในกลุ่มร้านอาหาร หรือเเม้เเต่สถานที่ออกกำลังกาย ในขณะเดียวกัน ธุรกิจด้านความงาม สุขภาพ เเละกลุ่มธุรกิจแฟชั่น เสื้อผ้า เเละเครื่องประดับ ก็จะเติบโตไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ในรายงานการศึกษาจาก Siemens พบว่าการเคลื่อนย้ายของจำนวนประชากรที่เข้าเขตเมืองเพิ่มขึ้นในระดับสากล ดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาระบบเมืองให้ดียิ่งขึ้น โดยสถิติสูงสุดของความต้องการของประชาชนเขตเมืองที่สอดคล้องกับการลงทุน คือการลงทุนด้านระบบขนส่งสาธารณะจำนวน 86% รองลงมาคือระบบการศึกษาและสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะจำนวน 77% จากสถิติคาดว่าการลงทุนพัฒนาในเขตเมืองหรือจุดเชื่อมต่อเมืองจะเพิ่มขึ้นจากปี 2010 ที่มีจำนวนการลงทุนอยู่ที่ 360 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 920 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2050 โดยการลงทุนหลักจะเน้นไปเพื่อพัฒนาเมืองในรูปแบบ Smart City       

ลาณีเร้สซิเด็นซ์ อ. นาโพธิ์ จ. บุรีรัมย์

ความท้าทายของลูกอีสานวันนี้ 
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่าจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 9.7 พันล้านคนภายในปี 2050 โดยกว่า 14% ของประชากรทั้งหมดจะมีอายุ 65 ปีขึ้นไป เท่ากับว่าในปี 2050 สัดส่วนประชากร 1 ใน 4 บนโลกจะมีอายุมากว่า 65 ปี ในขณะเดียวกัน ข้อมูลคาดการณ์โครงการประชากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าในช่วงปี 2000 ภาคอีสานมีประชากรวัยแรงงานจำนวนมาก หากตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา กลับมีจำนวนการเกิดลดลง วัยทำงานลดลง ในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 

หมู่บ้าน “ลาณีเร้สซิเด็นซ์” อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ คือหมู่บ้านจัดสรรเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ที่มีจุดประสงค์หลักในการก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับชาวต่างชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี ที่เกษียณอายุราชการและเดินทางมาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยในช่วงบั้นปลายชีวิต นางคริสทีน ซาลาเนอร์ เบอร์เดอร์เนอร์ เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย (ในขณะนั้น) กล่าวขณะร่วมงานเปิดหมู่บ้านในปี 2011 ว่า “แนวโน้มต่อไปในอนาคต จะมีประชาชนชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่เกษียณอายุราชการและอยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ที่ภาคอีสานเพิ่มมากขึ้นเนื่องด้วยชื่นชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัฒนธรรมความเป็นอยู่ และผลงานด้านฝีมือหัตถกรรมของชาวอีสาน” 

การเตรียมพร้อมสู่วันที่วัยแรงงานมีจำนวนลดลง ที่ส่งผลให้มีการย้ายถิ่นของเเรงงาน เเละการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตที่ต้องใช้เครื่องจักรกลหรือเทคโนโลยีทดแทนแรงงาน เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการผลิต มหาวิทยาลัยขอนเเก่นได้จัดตั้งศูนย์ทดลองและทดสอบเทคโนโลยี 5G เพื่อการเรียนการสอน Smart Agriculture หรือภาคการเกษตรอย่างชาญฉลาด เพื่อใช้ประโยชน์จาก IoT (Internet of Things) ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบความเสี่ยงการเกิดโรค ปริมาณน้ำ สารอาหาร เเละงานด้านการเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อต้นปี 2020

การเปลี่ยนแปลงลักษณะอากาศและสิ่งเเวดล้อม ความเปลี่ยนเเปลงของเเม่น้ำโขงส่งผลโดยตรงต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรริมฝั่งโขง อัมมาร สยามวาลา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวเเละเศรษฐศาสตร์การเกษตรกรรม ตั้งข้อสังเกตว่า “ลักษณะพิเศษของเกษตรกรไทยคือการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเกษตรกรไทยจึงมีความเหนียวแน่นมากกว่าคนในภาคอื่นๆ ได้เรียนรู้ของใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งคนมักจะมองข้าม เกษตรกรมีจุดเด่นและจุดแข็งค่อนข้างมาก และเชื่อว่าในอนาคตก็จะมีจุดแข็งต่อไป” การปลูกพืชน้ำน้อย ไปจนถึงการสร้างโรงเรือนที่ควบคุมสภาพเเวดล้อม อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบของความท้าทายนี้

บริษัท PWC ได้เผยสถิติจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละประเทศทั่วโลกที่ค่ามลพิษเพิ่มขึ้นมากกว่า 80%  ก่อให้เกิดสภาวะวิกฤตในมิติด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคน การเปลี่ยนแปลงของอากาศนำไปสู่ระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งจะแสดงให้เห็นภาวะวิกฤตจนไม่สามารถใช้ชีวิตในแบบเดิมได้ และคาดการณ์ว่าจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2020 เป็นต้นไป มลพิษทางอากาศทำให้ภาคธุรกิจจนถึงบุคคล จำเป็นต้องสร้างระบบการจัดการใหม่ ที่ต้องชัดเจนด้านกระบวนการเเละความเข้าใจ ว่าอะไรคือพลังงานทางเลือก สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)ประเมินว่าปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การปฏิวัติเงียบ" จะเกิดขึ้นบนท้องถนนทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือการที่รถยนต์พลังไฟฟ้าจะแพร่หลายมากขึ้น บริษัท ฟอมม์ เอเซีย ผู้ผลิตรถไฟฟ้าบริษัทแรกในไทย เปิดตัว FOMM One ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือว่าตอบโจทย์แนวคิดรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับเมืองขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็รุกพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยมีสถานีที่จังหวัดนครราชสีมา

การแก้ไขวิกฤตด้านพลังงานถือเป็นความท้าทายสำหรับอนาคต หลายประเทศลงทุนกับนวัตกรรมนี้เพื่อรักษาสมดุลเรื่องทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่อีสานก็มีการขานรับความเปลี่ยนเเปลงนี้ ทั้งการปรับปรุงระบบโรงไฟฟ้าที่พร้อมรองรับพืชพลังงาน ‘หญ้าเนเปียร์’ สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่จังหวัดอุบลราชธานี หรือเเม้เเต่กังหันลมผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตมากที่สุด 10 อันดับเเรกก็อยุู่ในภาคอีสาน ซึ่งมีการลงทุนที่จังหวัดนครราชสีมาเเละชัยภูมิ โดยบริษัทเอกชนเเละการไฟฟ้าฝ่ายผลิต 

ภาพ “ลาบ” อาหารอีสานในภาพยนตร์ Spider-Man: Homecoming (2017)

การรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
โลกาภิวัฒน์ทำให้โลกหลอมรวมกัน เกิดการถ่ายเทวัฒนธรรมผ่านสินค้าทางวัฒนธรรมในโลกสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ เกม หรือสื่อดิจิทัลต่างๆ วัฒนธรรมดั้งเดิมถูกมองว่าเป็นสิ่งล้าสมัย ไม่ได้รับการใส่ใจ ซึ่งนับวันจะยิ่งสูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน และชาติพันธุ์ที่แตกต่างหลากหลาย ความท้าทายนี้ทำให้นักสร้างสรรค์เริ่มกลับมาทบทวนภูมิปัญญาท้องถิ่น ค้นหาทักษะ ช่างฝีมือ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการ พัฒนาต่อยอดสินค้าทางวัฒนธรรมต่างๆ ให้สามารถเข้าไปอยู่ได้ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมนั้นวิวัฒน์ไปตามความเจริญของสังคม

การพัฒนาสินค้าทางวัฒนธรรมในอดีตมักถูกผลิตขึ้นตามทักษะความสามารถ หรือทรัพยากรต่างๆ ที่มี และบางครั้งอาจไม่สามารถหาตลาดที่เหมาะสมให้กับสินค้านั้นได้ ซึ่งหากมองวัฒนธรรมเป็นสินค้า เช่นเดียวกับสินค้าโดยทั่วไป สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมๆ กับความเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงที่วัฒนธรรมนั้นมอบให้ การพัฒนาสินค้าและบริการจึงมุ่งส่งต่อคุณค่านั้นไปยังลูกค้าเป้าหมาย ตอบสนองความต้องการซึ่งจะสร้างความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมกับโลกในปัจจุบัน 

อาหารอีสาน
ที่ไหนมีคนอีสาน ที่นั่นมีอาหารอีสาน วัฒนธรรมอาหารอีสานเดินทางไปทั่วโลก การส่งออกความแซ่บนี้สอดคล้องกับกระแสท้องถิ่นนิยมที่คนต่างตามหาประสบการณ์ใหม่ อาหารอีสานที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ เครื่องเทศเฉพาะถิ่น สมุนไพร และผักพื้นบ้าน ทำให้รสชาติของอาหารอีสานนั้นมีความแตกต่าง พร้อมกับประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เราอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น “ลาบ” เข้าไปอยู่ในฉากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง Spider–Man: Homecoming ซึ่งเป็นการแนะนำอาหารอีสานให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก

ยังมีวัตถุดิบและอาหารอีสานอีกมากมาย ที่รอการเล่าเรื่องหยิบจับไปขาย แมลงและหนอนไม่เป็นแค่สัญลักษณ์ของการหากินบนความแร้นแค้นของภาคอีสานอีกต่อไป แต่เป็นถึงความหวังของโลก เเละด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ การลงทุนด้านการเพาะเลี้ยงเเมลงจึงเกิดขึ้นในพื้นที่นี้ ทำให้แมลงกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจของไทย โดยมูลค่าการส่งออกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้งแบบเป็นตัวและแปรรูป อยู่ที่เกือบ 1,000 ล้านบาทต่อปี นี่คือ อีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าวัตถุดิบอีสานสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านอาหารให้กับประชากรโลก

"บ่มีอีหยังเป็นไปบ่ได้" 
ทุกที่ล้วนมีโอกาส จากภูมิประเทศที่แตกต่าง วัฒนธรรมที่แตกต่าง และผู้คนที่แตกต่าง การเล่าเรื่องใหม่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนตามหา ประสบการณ์ใหม่นี้จะเกิดขึ้นจาก “ตัวตน” ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ เรื่องราวอันมีเอกลักษณ์จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน รากฐานทางวัฒนธรรมและลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ การต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และการบริหารจัดการที่ดี  จะเชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัส ดังนั้น กระบวนการถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) จะกลายเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับท้องถิ่น และนำมาซึ่งเศรษฐกิจระดับชุมชนที่ไม่สิ้นสุด

บนพื้นที่กว่า 1.68 แสนตารางกิโลเมตร เเละจำนวนประชากรที่มากถึง 22 ล้านคน ความท้าทายบทใหม่ของลูกอีสานวันนี้และวันต่อๆ ไป อาจเริ่มต้นจากการมองหาจนมองเห็นโอกาส และสมการสร้างสรรค์แบบฉบับอีสานที่เกิดจากการหลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความหมายใหม่และความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดให้กับแผ่นดินอีสาน พร้อมยืนยันว่า "บ่มีอีหยังเป็นไปบ่ได้" 

พบกับนิทรรศการ “LOOK ISAN NOW: ลูกอีสานวันนี้”
19 มีนาคม–26 กรกฎาคม 2563
เวลา 10.30 - 19.00 น.
ณ TCDC ขอนแก่น ถนนกัลปพฤกษ์ ย่านกังสดาล (ปิดวันจันทร์)
เข้าชมฟรี  

ที่มา : 
บทความ “แนวโน้มความต้องการผู้บริโภคและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” จาก CEA
บทความ “ประเทศไทยไม่ใช่แค่ ‘กรุงเทพฯ’ 10 อินไซต์ตอกย้ำ ‘โอกาสทางธุรกิจ‘ ในจังหวัดเมืองรอง” จาก brandbuffet.in.th
บทความ “ไม่อยากตกกระแส ต้องลงทุนใน Mega Trend” จาก scb.co.th
บทความ “เศรษฐกิจอีสานสู่มิติใหม่แห่งการพัฒนา เสริมสร้างโอกาสการค้า และการลงทุน” จาก positioningmag.com
บทความ “อีสานมุมใหม่ คำบอกเล่าจากนักเศรษฐศาสตร์ ม.ขอนแก่น” จาก voicetv.co.th
บทความ “Tales of Cities: City Branding Through Storytelling” โดย Journal of Global Strategic Management จาก researchgate.net
รายงาน “World Urbanization Prospects: The 2018 Revision” จาก population.un.org