สินค้านานาชนิดออกวางขายในรูปร่างหน้าตาแบบเดียวกันเปี๊ยบ พ่อค้าแม่ค้ารายใหม่ที่เลือกกลยุทธ์แบบซื้อมาขายไปผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด แต่ละรายหยิบของชนิดเดียวกันมาจำหน่าย สินค้าขายดี ต้นทุนถูก มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ในการตัดสินใจรับมาขายต่อ แต่นั่นคือคำตอบของธุรกิจยุคใหม่จริงหรือ

เมื่อของส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในท้องตลาด ทั้งตลาดนัด ร้านขายของราคาเดียว หรือมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ ไม่ได้แข่งกันที่การออกแบบหรือการใส่ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดความแตกต่าง ราคาจึงกลายเป็นตัวชี้ขาดชนิดที่ว่าใครขายถูกที่สุด คนนั้นได้ลูกค้าไป วัฏจักรการซื้อขายแบบนี้ปิดกั้นโอกาสของผู้บริโภคให้เห็นแต่ของเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นของที่มาจากแหล่งผลิตเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากเครื่องจักรและวัตถุดิบราคาถูก จนอาจลืมไปว่า ‘สองมือของเราก็สร้างชิ้นงานได้เช่นเดียวกัน’ อาจจะช้าหน่อย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าเหลือหลาย

จุดพลิกผันของงานทำมือ
ย้อนกลับไปช่วงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม1  ยุคสมัยที่ผู้คนยังผลิตสิ่งต่าง ๆ ด้วยมือ ข้าวของทุกชิ้นต้องใช้เวลาและแรงงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมีเครื่องจักรเข้ามาแทนที่แรงงานคนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 นับแต่นั้นเป็นต้นมา เครื่องจักรได้เปลี่ยนวิถีการผลิตงานฝีมือไปตลอดกาล เกิดโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย สินค้าจากโรงงานที่ผลิตสินค้าได้ครั้งละมหาศาล ราคายิ่งถูกลง สวนทางกับงานฝีมือที่ต้องรอคอยการประดิดประดอย จึงมีราคาต่อหน่วยที่สูงกว่า

เครื่องจักรผลิตของได้มากชิ้นกว่าในเวลาที่น้อยกว่ามาก ๆ จึงไม่แปลกที่สินค้าจากโรงงานกลายเป็นที่นิยมมากกว่าในหมู่ผู้ประกอบการทั้งมือใหม่และเก่า ยกตัวอย่างเทียบง่าย ๆ ให้เห็นภาพ กระเป๋าสานมือกับกระเป๋าแฟชั่น ไม่จำเป็นต้องจับเวลาก็รู้ทันทีว่าแบบไหนจะเสร็จก่อนกัน ยิ่งเมื่อผู้คนบริโภคด้วยความเร็วที่มากขึ้น เราเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ในรอบการใช้งานที่เร็วขึ้น เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานอีกต่อไป สังคมของการผลิตสิ่งต่าง ๆ ด้วยมือจึงเริ่มถดถอยและมีเครื่องจักรไร้ชีวิตพลังสูงเข้ามาแทนที่

เส้นทางธุรกิจของ ‘หน้าใหม่’
ดูเหมือนนอกจากเส้นทางพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ที่เน้นการซื้อมาขายไป และทำธุรกิจบนการแข่งขันเรื่องโปรโมชันแล้ว อีกทางเลือกหนึ่ง หากใครพอจะมีทักษะฝีมือและรู้ตัวเองว่าชอบอะไรหรือถนัดสิ่งไหน ก็คงไม่ยากที่จะเริ่มจับทางธุรกิจงานฝีมือได้ “ไอเดียอาจสำคัญ แต่หากไม่ลงมือทำก็เป็นได้แค่ความคิด” กลุ่มคนเหล่านี้เลือกเส้นทางการทำธุรกิจจากความต่าง ไม่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิของหน้าตาเหมือนกัน แต่ต้องห้ำหั่นด้วยราคา แต่พวกเขาเลือกจะคิด ผลิต และ (อาจจะ)ขายเองด้วยซ้ำ 

ตลาดที่รองรับงานฝีมือในวันนี้ก็มีไม่น้อย การสร้างคอนเนคชันไว้มาก ๆ นั้นเป็นผลดีกับธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน เจ้าของงานสามารถส่งออกสินค้าไปยังช่องทางร้านค้าปลีกมากมายที่ปัจจุบันให้ความสนใจกับการเปิดพื้นที่จำหน่ายงานฝีมืออย่างจริงจัง หรือแม้แต่การออกร้านขายเองตามตลาด งานแฟร์ หรือแม้แต่โลกออนไลน์ที่มีตลาดเฉพาะกลุ่ม ส่วนการพัฒนาฝีมือและทักษะก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจไม่อยู่ไปตลอด หากเราไม่หมั่นฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ ทุกวันนี้มีพื้นที่ให้ลงมือทำและทดลองต้นแบบอย่างที่เรียกว่า Maker Space มากมายรองรับเหล่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่รักจะใช้ฝีมือ เครื่องมือเครื่องไม้ครบครัน พร้อมสำหรับการลงมือคุย คิด และทำ ซึ่งน่าจะเป็นเส้นทางที่ยั่งยืนกว่าการรับมาแล้วขายออกไปเพียงอย่างเดียว 

เอนก กุลทวีทรัพย์ เจ้าของแบรนด์เครื่องหนัง Labrador ทิ้งเคล็ดลับไว้ให้สำหรับการเริ่มต้นใหม่ว่า “วิธีที่ง่ายที่สุด คือให้ดูว่าเราอยากทำอะไร แบบไหน ให้ตัวเองใช้ก่อน”

เวิร์กช็อปช่วยได้
เส้นทางธุรกิจของเหล่าผู้ค้าหน้าใหม่คงไม่ยากเย็นอย่างที่คิดฝันเอาไว้ เพราะทุกวันนี้มีเส้นทางมากมายที่ปูรอไว้สำหรับคนที่สนใจในงานฝีมือแต่ (คิดว่า)ไม่มีทักษะ รวมถึงผู้ประกอบการที่มีทักษะเด่นชัดแล้ว แต่ต้องการฝึกฝนและหาไอเดียใหม่ ๆ ‘เวิร์กช้อป’ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และอาจเป็นทางที่เราจะได้พบทักษะซ่อนเร้นในตัวเอง ว่าเราถนัดอะไรและต้องการประกอบธุรกิจแบบไหน เวิร์กช้อปทำให้เราได้ลงมือทำ เกิดความชอบ และได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราลงมือ คราวนั้นเราอาจพบว่า การก้าวเข้าสู้เส้นทางของผู้ประกอบการสร้างสรรค์แบบมีทักษะติดตัวไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป อย่างที่คริส แอนเดอร์สัน ภัณฑารักษ์ผู้จัดงาน TED Talk และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Makers รวยเป็นล้าน ผลิต คิด ขายเอง (2557) ได้กล่าวไว้ว่า “เราทุกคนล้วนเป็นนักประดิษฐ์ และเราเกิดมาเพื่อเป็นนักประดิษฐ์”

Bambouinque แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ที่มีเจ้าของอย่างอมรเทพ คัชชานนท์ คืออีกหนึ่งเสียงที่พิสูจน์ว่าการเป็นผู้ประกอบการงานฝีมือ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “เราไม่จำเป็นต้องผลิตเองทุกอย่าง แต่เราต้องหาพาร์ทเนอร์ หาคนมาช่วย เพื่อให้งานมันเกิดขึ้นได้จริง” เขามักเริ่มต้นการสร้างงานด้วยการเรียนรู้คุณสมบัติและเทคนิคที่จะนำมาใช้กับวัสดุชิ้นต่าง ๆ ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง แล้วจึงนำมาต่อยอดทางธุรกิจ “จริงอยู่ที่คนเราไม่สามารถถนัดรอบด้าน แต่ถ้าเราตั้งใจ และคิดหากระบวนการทำงานที่ลงตัวได้ งานสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน”

สองมือไม่มีวันตาย
ลืมไปได้เลยเรื่องการไปแข่งขันราคากับผู้ค้ารายอื่น เพราะคำตอบของงานทำมืออยู่ที่ ‘เอกลักษณ์เฉพาะตัว’ ที่ไม่มีใครเหมือน ซึ่งช่วยขับให้ชิ้นงานนั้น ‘ทรงคุณค่า’ ท่ามกลางของเหมือนกันทุกชิ้นแล้ว หากมีของทำมือโดดเด่นขึ้นมา แน่นอนว่าสิ่งนั้นจะต้องพิเศษและจับใจได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ที่สำคัญหากวันนี้เราไม่เริ่มที่จะลงมือสร้างสินค้าด้วยตนเอง อนาคตอาจไม่เหลือร่องรอยของงานประดิษฐ์ที่สืบสานกันมา “พยายามเลือกหาด้านที่เราเด่น แล้วดึงมาเป็นจุดแข็งให้ได้ เราต้องรู้ก่อนว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร” อีกข้อคิดหนึ่งข้อจาก Bambounique ที่ยังคงใช้ได้จริง 

ก้าวแรกมักยากเย็นเสมอ การหันหลังและโบกมือลาให้สินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง ตราบใดที่เรายังมีสองมือและสมองที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ การสานต่องานทำมือก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม และประสบการณ์จะบอกเราเองว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง อย่างที่คริส แอนเดอร์สันให้ข้อคิดเกี่ยวกับการผลิตแบบดีไอวาย หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่างานฝีมือว่า “การผลิตแบบเฉพาะและผลิตแบบจำนวนน้อย ๆ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จริง ๆ แล้วมันคืออนาคตด้วยซ้ำ” เพื่อเป็นการตอกย้ำว่างานทำมือไม่มีวันหมดสิ้น แถมยังทรงพลัง มีเสน่ห์และมากคุณค่า แล้วทำไมเราจะไม่อยากลงมือบ้างล่ะ

1ปัจจุบันอยู่ในช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4  และมีทีท่าว่าต้องปฏิวัติกันอีกเพื่อสร้างวงจรอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Rebecca Grant

ที่มา
หนังสือ “Makers รวยเป็นล้าน ผลิต คิด ขายเอง”  เขียนโดย Chris Anderson แปลโดย วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา
เอกสาร  “ความเป็นมาของโลกสมัยใหม่ ตอนที่ 2 : การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 – ปัจจุบัน” จาก human.cmu.ac.th
บทความ “ 'คราฟต์' แค่ไหน ถามใจดู” (สิงหาคม 2559) จาก bangkokbiznews.com
บทความ “THE MAKER & THE NEW AGE OF CRAFT เมคเกอร์ กับงานทำ “มือ” ยุคใหม่” (เมษายน 2562) จาก baanlaesuan.com 

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร