©cosmetics.specialchem.com
 

Inherent Beauty หน้าสวยผิวดีด้วยแบคทีเรีย

มีการประเมินว่ามูลค่าของตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในสหรัฐอเมริกา จะมีมูลค่าสูงถึงถึง 1 แสน 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2019 และกลายเป็นหนึ่งในส่วนแบ่งตลาดที่มากที่สุดในอุตสาหกรรมด้านความสวยงาม ทำให้ผู้เล่นคนใหม่ในสนามจะเข้ามาท้าทายแบรนด์เจ้าเดิมในตลาด ให้สู้กันในสนามรบใหม่ครั้งนี้ โดยมีคำว่า “แบคทีเรีย” เป็นอาวุธสำคัญ

คำว่าไมโครไบโอติกส์ (Microbiotic) ที่แปลว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและอนาคตใหม่ของเทรนด์ความสวยงามในปีหน้า การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ทำให้ต้นทุนด้านความสวยงามนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่วัตถุดิบที่จับต้องได้ แต่ยังรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ระบบนิเวศของความสวยงามที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูและสร้างสมดุลให้กับชีวนิเวศบนใบหน้า

ก่อนอื่นจะต้องทำความรู้จักกับคำว่าไมโครไบโอม (Microbiome) หรือกลุ่มรวมของจุลินทรีย์ในร่างกาย ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ซึ่งมีจำนวนเป็นล้านล้านหน่วย ผลรายงานจากโครงการ Human Microbiome นักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินตัวเลขของจำนวนเซลล์ของไมโครไบโอมทั้งในและนอกร่างกายของมนุษย์ พบว่ามีจำนวนเซลล์มากกว่า 10 เท่าของเซลล์มนุษย์ ซึ่งไมโครไบโอมเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นให้นักวิทยาศาสตร์ความงามเริ่มต้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไมโครไบโอมและสุขภาพผิว การศึกษาทำให้ค้นพบว่าสารเสริมชีวนะ (Probiotic) ที่อยู่ในอาหารอย่างโยเกิร์ต นม นั้น สามารถนำมาช่วยฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นได้ ทั้งเรื่องของสิว โรซาเซียหรือสิวอักเสบ ริ้วรอย และความเสื่อมโทรมของผิวหน้าตามอายุ

ในวารสาร Cosmetic Science ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2012 แสดงผลการศึกษาว่าสารละลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีแลคโตบาซิลลัสจำนวน 5% ช่วยรักษาสิวได้ ยิ่งไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังพัฒนาการศึกษาเรื่องโลชั่นที่มีสารเสริมชีวนะที่ทำมาจากแบคทีเรีย ซึ่งได้มาด้วยการใช้ไมโครไบโอมของคนที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เพื่อนำมาต่อสู้กับสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส แบคทีเรียที่ทำให้ผิวหนังติดเชื้อ

“ครั้งหนึ่งผู้บริโภคเคยคิดว่าแบคทีเรียบนผิวหนังของพวกเขาเองนั้นอันตราย แต่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนความคิดเหล่านี้” คำกล่าวจากเดวิด เทอร์เรลล์ (David Tyrrell) ในรายงาน Future of Facial Skincare 2017 ที่แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันแบคทีเรียบนผิวหนังนั้นเป็นผลดีต่อสุขภาพผิว ทั้งแบรนด์ต่างๆ ยังสามารถนำชุดความรู้ไปปรับประยุกต์กับการพัฒนาสินค้าในอนาคตได้อีกด้วย

©feelgoodmatters.com
 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียมีชีวิตมีจุลินทรีย์ตามธรรมชาติเป็นส่วนผสมเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากแบรนด์ขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพที่คัดสรรแบคทีเรียดีมาเป็นส่วนผสมหลักในครีมบำรุงและโลชั่น เพื่อโปรโมตสุขภาพผิวที่ดีกว่า เช่น บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในบาร์เซโลนา Greenaltech ที่ได้พัฒนาสารเสริมชีวนะจากสาหร่ายเซลล์เดียวเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชื่อว่า Algaktiv ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและลดจำนวนแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค หรือสตาร์ทอัพด้านความสวยงามที่ประสบความสำเร็จมากจากฝรั่งเศสอย่าง Gallinée ที่เข้าไปแทรกซึมการทำงานของแบคทีเรียบนใบหน้า เพื่อบำรุงแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหน้าได้อย่างเต็มที่

©greenaltech.com
 

แต่แบรนด์ใหญ่เองก็ไม่ปล่อยให้แบรนด์เล็กต้องเดินหน้าเพียงลำพัง แบรนด์ใหญ่อย่าง Clinique, Elizabeth Arden หรือ Oskia ก็ขยับตัวลงมาเล่นในสนามนี้เช่นกัน นำทีมโดย L'Oréal ที่ตัดสินใจจดสิทธิบัตรให้กับสารสกัดชื่อ Vitreoscilla ที่ได้มาจากแบคทีเรีย โดยนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ La Roche-Posay เสนอขายในฐานะวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ช่วยสร้างสมดุลด้วยไมโครไบโอมให้กับผิวหน้าที่แห้งและขาดความชุ่มชื้น 

©cen.acs.org
Skin deep: The composition of the microbiome varies widely depending on location.
Note: Microbes named represent the most common types.
 

เป็นที่น่าพึงพอใจว่าผู้บริโภคในปัจจุบันก็เปิดใจรับแบคทีเรียที่ “เป็นมิตร” ต่อใบหน้า เพราะเชื่อในคุณสมบัติที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวหน้าได้จริง รวมถึงยังทำงานร่วมกับสารสกัดจากธรรมชาติและส่วนผสมต่างๆ ที่อยู่ในสูตรของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้เป็นอย่างดี โดยที่ปรึกษานักวิจัยอย่างนาวา ดายัน (Nava Dayan) เสนอข้อแนะนำให้นักวิทยาศาสตร์และนักผสมสูตรสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้เริ่มต้นเน้นความสำคัญกับไมโครไบโอมและเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ ทำความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต