จากการละเล่นที่เกิดจากความเชื่อและความศรัทธาของชาวอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยในอดีต “ผีตาโขน” กลายเป็นเครื่องหล่อหลอมจิตใจของชาวด่านซ้ายเข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่นจนสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาและกลายเป็นอัตลักษณ์ประจำพื้นถิ่นแห่งนี้ อีกทั้งเปลี่ยนอำเภอเล็ก ๆ อย่างด่านซ้าย ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างแห่แหนมาเยี่ยมเยียนเพื่อร่วมขบวนความสนุกไปกับสีสัน ความสนุก และเสียงหัวเราะของการละเล่นผีตาโขนที่เกิดจากการสืบทอดและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมให้เข้ากับบริบทของเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่สามารถผลักดันให้กลายเป็นสินค้าส่งออกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว สร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชุมชน การโรงแรม และร้านอาหารอย่างเป็นกอบเป็นกำ พร้อม ๆ ไปกับการสร้างชื่อให้กับอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติได้อย่างคาดไม่ถึง

ความสนุกจากความศรัทธา
ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคมของทุก ๆ ปี ถนนหลายสายในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จะแน่นขนัดและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาเฝ้ารอชมและร่วมสนุกไปกับขบวนแห่ผีตาโขนที่ออกมาอาละวาดร้องเล่นเต้นรำกันอย่างสนุกสนานตามท้องถนน ท่ามกลางริ้วขบวนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ใส่หน้ากากและแต่งกายคล้ายผี สิ่งที่สะดุดสายตานักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน คือ หุ่นรูปผีตาโขนสองตัว ที่ทำจากไม้ไผ่สานและมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาถึงสองเท่า มีการประดับตกแต่งแยกเป็นเพศหญิงและชาย หรือที่ชาวด่านซ้ายรู้จักกันดีในชื่อของ “ผีตาโขนใหญ่” โดยผู้ที่สามารถแต่งชุดเป็นผีตาโขนใหญ่ได้นั้น ถูกสงวนไว้สำหรับคนเฉพาะกลุ่มที่ได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน และต้องรับหน้าที่นี้อย่างน้อยเป็นเวลาสามปี ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง จะแต่งตัวคล้ายผีหรือปีศาจด้วยการสวมหน้ากากเพื่อรับบท “ผีตาโขนเล็ก” ที่คอยสร้างความสนุกผ่านการร้องรำทำเพลงไปพร้อม ๆ กับริ้วขบวนแห่ 

แม้ว่าเบื้องหน้าของการละเล่นผีตาโขนที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ของชาวด่านซ้ายนั้นจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากการหยอกล้อกันในขบวน แต่เบื้องหลังกลับมีที่มาจากความเชื่อและความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา การละเล่นผีตาโขนของชาวด่านซ้ายเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีบุญหลวงหรืองานบุญประเพณีใหญ่ที่รวมงานบุญต่าง ๆ ได้แก่ งานบุญเผวส บุญสงกรานต์ บุญบั้งไฟ และบุญซำฮะ (บุญชำระ) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อบูชาหลักเมืองและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองชาวบ้าน การละเล่นผีตาโขนได้รับอิทธิพลมาจากมหาเวสสันดรชาดก ชาดกในทางพระพุทธศาสนาที่กล่าวไว้ว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นตอนที่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีเดินทางกลับสู่เมือง เหล่าผีป่าหลายตนและสัตว์หลากหลายชนิดที่รักทั้งสองพระองค์พากันแฝงตัวมากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง จึงเรียกกันว่า “ผีตามคน” และเพี้ยนมาเป็น “ผีตาโขน” ในปัจจุบัน 

นอกจากนี้การละเล่นผีตาโขนยังเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง ที่มีจุดประสงค์ในการเล่นเพื่อบูชาดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่มีพลังปกปักษ์รักษาหรือทำลายล้างบ้านเมืองได้ จึงจัดให้มีการละเล่นผีตาโขนร่วมกันกับขบวนแห่งานบุญหลวงเพื่อเป็นการถวายให้วิญญาณบรรพบุรุษพอใจและดลบันดาลให้บ้านเมืองมีแต่ความสุขสงบ

จุดเริ่มต้นของการละเล่นผีตาโขนอยู่ที่วัดโพนชัยซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวด่านซ้ายมาตั้งแต่ก่อตั้งชุมชน เจ้าพ่อกวน ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวด่านซ้ายที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จะเข้าทรงวิญญาณเพื่อเสี่ยงทายกำหนดวันจัดงานบุญหลวงที่จัดขึ้นเป็นเวลาสามวันทุกปี และในวันแรกของงานประเพณีบุญหลวง คณะของเจ้าพ่อกวนจะนำขบวนไปนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพและเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทรเพื่อปกปักษ์รักษาความสงบสุขที่บริเวณริมแม่น้ำหมัน เมื่ออัญเชิญพระอุปคุตต์เสร็จแล้ว จะนำใส่พานและนำขบวนกลับมาที่หอพระอุปคุตต์ บริเวณวัดโพนชัยเพื่อช่วยปราบมารและป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดในช่วงงานบุญ วันที่สองจะเป็นพิธีการแห่พระเวสสันดรและนางมัทรีเข้าเมืองโดยสมมติให้วัดคือเมือง โดยบรรดาผีตาโขนจะเข้าร่วมในขบวนแห่และเล่นหยอกล้อไปกับผู้คนที่มาร่วมงาน วันที่สามชาวบ้านมานั่งฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ที่วัดโพนชัยเพื่อเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับผู้คนที่มาเข้าร่วมงาน

แปลงกายเป็นผี   
เครื่องแต่งกายของผีตาโขนเล็ก ประกอบด้วยส่วนหัวทำด้วยหวดหรือที่นึ่งข้าวเหนียวที่ด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้าทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดให้เป็นรูปหน้ากาก เจาะช่องตา ติดไม้เนื้ออ่อนเป็นจมูก และวาดลวดลายตามจินตนาการ นอกจากหน้ากากและเสื้อผ้าแล้ว ผีตาโขนยังถืออาวุธประจำตัวคือดาบที่เหลาจากไม้เนื้ออ่อน แกะสลักตรงด้ามเป็นรูปอวัยวะเพศชายทาสีแดง ซึ่งเชื่อกันว่าถ้านำอวัยวะเพศมาเล่นในพิธีแห่งานบุญหลวงจะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พอใจและดลบันดาลให้ฝนตกต้องถามฤดูกาล ส่งผลให้พืชพันธุ์ต่าง ๆ อุดมสมบูรณ์ โดยสีแดงที่ใช้ คือสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และยังเชื่อกันว่าการนำอวัยวะเพศมาเล่นในขบวนแห่เป็นการป้องกันเภทภัยจากมาร เพราะเมื่อมารมาเห็นจะเล่นสนุกกับอวัยวะเพศจนลืมทำการขัดขวางกิจกรรมงานบุญ ทำให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น นอกจากดาบแล้วยังมีหมากกะแหล่ง หรือกระดิ่งรูปสี่เหลี่ยม สำหรับแขวนคอวัวควายให้เกิดเสียงดัง โดยผีตาโขนจะนำมาผูกกับเอวหรือขา เพื่อให้เกิดเสียงดัง เมื่อเดินหรือขย่มตัวจะเกิดเสียงดังไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ชาวบ้านรู้ว่าแถวนั้นมีผีตาโขน

จากพิธีกรรมสู่การแสดง
จากการเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาโดยมีจุดประสงค์เพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพระบาง การละเล่นผีตาโขนได้ถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สังคม และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปของชาวด่านซ้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีพ.ศ. 2500-2530 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้สามารถสร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นที่น่าพอใจให้กับจังหวัดเลย โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและสื่อมวลชน ที่ต่างมีส่วนช่วยผลักดันให้ขบวนแห่ของผีตาโขนสามารถเคลื่อนขบวนมาอยู่แถวหน้าบนเวทีระดับประเทศ จนกลายเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้สำเร็จ หลังจากได้รับการบรรจุอยู่ในแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีพ.ศ. 2530 การละเล่นพื้นบ้านที่ได้รับการคิดค้นขึ้นสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาจึงถูกปรับรูปแบบให้เป็น “การแสดง” มากขึ้น เพื่อให้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ติดตาตรึงใจนักท่องเที่ยว เช่น มีพิธีเปิดงาน การจัดประกวดขบวนแห่ การประกวดหน้ากากและชุดแต่งกายผีตาโชน หรือการประกวดท่าเต้นที่สวยงามของผีตาโขน การละเล่นผีตาโขนจึงได้เปลี่ยนสถานะจากการละเล่นเพื่อพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อและการดำเนินชีวิต มาเป็นการแสดงที่เน้นความบันเทิงสนุกสนาน การจัดงานจึงถูกแบ่งเป็นสองรูปแบบ คือ การละเล่นเพื่อประกอบพิธีกรรมและการแสดงที่มีทีมงานดูแลเรื่องการแสดงเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับชม 

นอกจากรูปแบบการละเล่นที่เปลี่ยนไปแล้ว รูปแบบของหน้ากากและเสื้อผ้าของผีตาโขนเอง ก็เปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจเช่นกัน นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงฝีมือด้านศิลปะของชาวด่านซ้ายที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา หน้ากากและเครื่องแต่งกายของผีตาโขนในยุคแรก ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้ ส่วนหน้ากากทำขึ้นจากหวดที่ใช้แล้วนำมาเย็บติดกับกากมะพร้าว วาดเส้นลงสีด้วยสีที่หาได้จากธรรมชาติ เช่น สีดำจากถ่าน สีแดงจากปูนหมาก และสีขาวจากปูนขาว ซึ่งลวดลายที่วาดนั้นก็ไม่ได้ซับซ้อน มีแค่ตาและปาก โดยตั้งใจวาดให้ไม่ชัดเจนนัก เพื่อเน้นให้หน้ากากมีความลึกลับน่ากลัว ส่วนชุดนั้นเย็บขึ้นจากเศษผ้าหรือจีวรพระเพื่อความประหยัด แต่หลังจากที่การละเล่น ผีตาโขนได้รับการบรรจุในแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีพ.ศ. 2530 รูปแบบของหน้ากากและเสื้อผ้าของผีตาโขนก็ถูกปรับเปลี่ยนให้มีสีสันที่สดใสเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวที่เข้าชมงาน ชาวบ้านเริ่มหันไปใช้หวดใหม่ นำสีสังเคราะห์อย่างสีน้ำมันหรือสีพลาสติกมาใช้เพื่อเพิ่มเฉดสี มีการเพิ่มรายละเอียดให้มากขึ้น โดยการใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การลงรักปิดทอง การเสริมลายต่าง ๆ เพิ่มความสวยงาม เช่น ลายเรขาคณิต ลายไทย ลายตัวอักษร 

เมื่อหน้ากากผีตาโขนกลายเป็นสินค้าที่ต้องใช้ความละเอียดมากขึ้น การผลิตหน้ากากเพื่อนำมาขายจึงถูกเปลี่ยนมือจากชาวบ้านทั่วไปมาเป็นกลุ่มช่างที่มีทักษะทางด้านศิลปะที่เน้นการออกแบบลวดลาย โดยลวดลายนั้นจะเน้นให้เห็นถึงความเป็นกลุ่มเดียวกันเพื่อให้จดจำได้ง่ายในขบวนแห่และมีโอกาสชนะการประกวดมากขึ้น เสื้อผ้าของผีตาโขนเองก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นกัน จากเดิมที่ใช้จีวรพระมาเย็บต่อกันเพื่อความประหยัดเป็นเหตุผลหลัก เนื่องจากชาวด่านซ้ายในสมัยก่อนมีฐานะค่อนข้างยากจน ก็ถูกเปลี่ยนเป็นชุดที่มีสีสันสวยงามได้รับการตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหมหรือผ้าซิ่นโดยช่างฝีมือ ร้อยตำรวจเอก สนอง อุปลา ผู้ศึกษาวิจัยเรื่องพัฒนาการประเพณีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “เป็นยุคที่ผีตาโขนดูหยิบโหย่งและเป็นผีตระกูลผู้ดี ซึ่งเหตุผลในการทำก็คือหวังเงินรางวัลจากการประกวดแข่งขัน”

จินตนาการสร้างรายได้ 
สีสันความสนุกอันเป็นเอกลักษณ์ของขบวนแห่ผีตาโขนนั้น คือแม่เหล็กที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศแห่แหนเข้ามาร่วมงานที่อำเภอด่านซ้ายมากขึ้นทุกปี ในปีพ.ศ. 2562 มีนักท่องเที่ยวกว่า 103,000 คนเข้าร่วมงานและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าของที่ระลึกให้กับอำเภอด่านซ้ายและอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดเลย เช่น อำเภอภูเรือและอำเภอเชียงคาน กว่า 123.6 ล้านบาท หน้ากากผีตาโขนกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนเป็นอย่างมาก ณรงค์ คำยี่ เจ้าของร้าน “คนโขน” ในอำเภอด่านซ้าย เล่าว่า มีคนสั่งจองหน้ากากสำหรับใส่เล่นในเทศกาลประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อผลิตให้ทันกับความต้องการของลูกค้า แต่ด้วยความละเอียดของชิ้นงานที่ต้องทำด้วยมือ ทำให้การผลิตหน้ากากหนึ่งชิ้นใช้เวลานานถึง 7-14 วัน โดยแต่ละชิ้นทำจากทางมะพร้าวที่ต้องนำไปแช่น้ำ 2-3 วันเพื่อให้มีความอ่อนมากพอที่จะนำไปขึ้นแบบกับกระป๋อง จากนั้นต้องนำไปตากแดดให้แห้งอีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อนำมาประกอบกับหวดก่อนที่จะนำไปเจาะตกแต่งหน้าตาและลงสีวาดลาย สนนราคาต่อชิ้นอยู่ที่ 500-1,000 บาทแล้วแต่ความยากง่ายของลาย ในสมัยก่อน เมื่อจบงานแล้ว ชาวบ้านจะไม่นำหน้ากากและเสื้อผ้าผีตาโขนกลับเข้าบ้าน แต่จะนำไปทิ้งแม่น้ำหมันเพื่อเป็นการทิ้งความทุกข์ไปกับสายน้ำ แต่ทุกวันนี้ ด้วยลวดลายที่สวยงามแปลกตา ทำให้นักท่องเที่ยวต้องการนำหน้ากากกลับไปเป็นที่ระลึก เกิดเป็นกิจกรรมซื้อขายหน้ากากที่ใช้เล่นในขบวนแห่หลังจบงาน โดยมีราคาสูงถึง 3,000-4,000 บาทต่อชิ้นแล้วแต่ความสวยงามของลายบนหน้ากากนั่นเอง

จริงอยู่ว่ามูลค่าของหน้ากากผีตาโขนนั้นแปรผันตามฝีมือด้านศิลปะในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างประณีตบรรจง แต่ด้วยราคาที่สูง ทำให้นักท่องเที่ยวหลาย ๆ กลุ่มต้องคิดก่อนที่จะควักกระเป๋าจ่าย หรือบางทีก็เลือกที่จะไม่ซื้อเลย เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีงบในการใช้จ่ายมากนักสามารถซื้อของที่ระลึกได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ อารยา เครือหงษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยา จึงเริ่มบริษัท ตาโขน จำกัด ในปีพ.ศ. 2558 โดยรวมตัวกับเพื่อน ๆ ทำสินค้าที่ระลึกที่มีราคาจับต้องได้สบายกระเป๋า อย่างหน้ากากผีตาโขนจิ๋ว เสื้อยืด พวงกุญแจ หรือโคมไฟวาดลายผีตาโขนมาจำหน่ายในช่องว่างทางการตลาดที่มองเห็นนี้ “จุดเด่นของผลิตภัณฑ์จะเป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด โดยเพื่อน ๆ ในกลุ่มช่วยกันวาดลวดลายลงบนพวงกุญแจบ้าง หน้ากากผีตาโขนขนาดเล็กบ้าง ส่วนเสื้อยืดใช้วิธีสกรีน สินค้านำไปวางจำหน่ายในร้านขายของที่ระลึกทั่วอำเภอด่านซ้ายและอำเภอใกล้เคียง” อารยากล่าว สินค้าที่ระลึกราคาเข้าถึงได้เหล่านี้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากยอดขายเสื้อยืดเฉลี่ย 300-400 ตัวต่อเดือน แม้จะไม่ใช่ช่วงเดือนที่จัดงานประเพณีผีตาโขน ในช่วงที่มีออร์เดอร์เข้ามาเยอะแต่ไม่สามารถทำได้ทัน เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม อารยาจะแบ่งงานให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันวาดลายบนสินค้าต่าง ๆ ทำให้ในแต่ละเดือนชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรสามารถมีรายได้เสริมเดือนละ 3,000-4,000 บาท

เคลื่อนขบวนสู่เวทีโลก 
การสนับสนุนงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนจากหลายภาคส่วนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเป็นเวลาต่อเนื่อง ทำให้การละเล่นผีตาโขนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศจนสามารถเลื่อนระดับจากประเพณีท้องถิ่นสู่ระดับจังหวัด ระดับประเทศ และไปได้ไกลถึงระดับนานาชาติ ที่นำไปสู่ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม โดยปีพ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับจังหวัดเลย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดงาน “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาชาติประจำปี 2562” ช่วงวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2562 งานนี้ไม่ได้มีแค่การแสดงจากผีตาโขนเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงหน้ากากนานาชาติจากนานาประเทศ เช่น จีน ฟิลิปปินส์ ลาว และอินโดนีเซีย ซึ่งเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมงานได้เป็นอย่างดี "การจัดงานยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ครั้งนี้จะได้ชมขบวนแห่ของท้องถิ่น จะได้เห็นขบวนแห่รัชกาลที่ 10 หมายถึงประชาชนได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี นอกจากนี้ยังมีการแสดงหน้ากากของ 4 ประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมร่วมกันด้วย ซึ่งจะเห็นพี่น้องประชาชนชาวต่างชาติมาเที่ยว สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นจังหวัดเลย" นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว 

การยกระดับสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมให้เป็นที่น่าสนใจในระดับนานาชาติทำให้ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และสีสันที่โดดเด่นของหน้ากากผีตาโขนไม่ได้แค่เตะตานักท่องเที่ยวที่มาร่วมประเพณีที่ด่านซ้ายเท่านั้น แต่ยังโดนใจของนายอันแดร มาร์คอน (Andrea Marcon) กงสุลกิตติมศักดิ์เมืองเวนิส ถึงขั้นเชิญชวนให้เหล่าผีตาโขนไปร่วมแสดงบนเวทีระดับโลกอย่างงาน “หน้ากากคาร์นิวัล” เทศกาลหน้ากากอันเก่าแก่ของอิตาลีที่เมืองเวนิส ที่ภายในงานจะมีการสวมหน้ากากและแต่งตัวอย่างอลังการ สร้างสีสันความสนุกสนานและความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าชมจากทั่วโลก และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับเชิญไปร่วมงานนี้ 

การละเล่นผีตาโขนที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นและได้รับการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ที่สามารถสร้างชื่อให้กับเมือง สร้างงานและรายได้ให้กับผู้คน อีกทั้งเป็นที่ยึดเหนี่ยวและสร้างความสนุกพร้อมกับเสียงหัวเราะให้กับชาวด่านซ้ายมาตลอดทุกยุคทุกสมัย

ที่มา :
บทความ ผีตาโขนย่อส่วนที่ระลึกเล็กๆ แต่มีเรื่องราว จาก thaipr.net
บทความ สุดคึก “ผีตาโขน” ชาวด่านซ้าย จาก siamrath.co.th
บทความ ‘ผีตาโขน’ หนึ่งเดียวในโลก เทศกาลงานบุญใหญ่ถิ่นอีสาน จาก thansettakij.com
เที่ยวชมเทศกาลผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย | โอ้โห ไทยแลนด์ | 01-09-62 | 1/2 จาก youtube.com/Thairath
เจาะลึกถึงการทำหน้ากากผีตาโขน | โอ้โห ไทยแลนด์ | 08-09-62 | 2/2 จาก youtube.com/Thairath
โดดเด่น! “ผีตาโขนเมืองเลย” ร่วมโชว์ตื่นตากลางงานหน้ากากคาร์นิวัลเวนิส
บทความ https://www.matichon.co.th/foreign/news_477880 จาก matichon.co.th

เรื่อง : ชาลินี บริราช