ไพร์มโลเกชันของกรุงเทพฯ คือนิยามของย่านทองหล่อ-เอกมัย (ถนนสุขุมวิท ซ. 55-ซ. 63) ที่นอกเหนือจากจะเป็นแหล่งรวมธุรกิจไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ร้านค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตีมอลล์ และสตูดิโอสร้างสรรค์ชั้นนำระดับประเทศ ทำให้ทองหล่อ-เอกมัยกลายเป็นจุดขายของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบล้ำสมัย 

กลุ่มทองเอก ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของนักธุรกิจและนักออกแบบในย่านที่ต้องการยกระดับการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการรวมตัวกันทำงานในลักษณะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่อยู่ภายในย่านจึงเป็นคำตอบสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและความเป็นไปของทองหล่อ-เอกมัย ให้ยังคงความกลมกลืนและเกื้อกูลกันในที ขณะเดียวกันก็ตอบรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและธุรกิจในวันนี้ที่ยากจะมีใครยืนหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังที่เข้มแข็งที่สุด และส่งต่อให้กับทุกธุรกิจและทุกชีวิตในพื้นที่ต่อไป 

ทองหล่อ-เอกมัย แหล่งรวมพลังแห่งการสร้างสรรค์ 
คุณต๊ะ-อนุพล อยู่ยืน, คุณมาร์ค-เมธชนัน สวนศิลป์พงศ์
และ คุณยศ-ยศพล บุญสม คือสามนักธุรกิจสายออกแบบในกลุ่มทองเอกผู้รับหน้าที่โต้โผหลักของการจัดกิจกรรมในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ในย่านทองหล่อ-เอกมัย 

คุณต๊ะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการออกแบบบริษัทโมเบลลา แกลเลอเรีย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำสัญชาติไทยแบรนด์โมเบลลา (Mobella) ในย่านมาราว 6 ปี คุณมาร์คดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบแห่งเคนคูน (kenkoon) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Outdoor Living ในสไตล์โมเดิร์นสัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกในย่านราว 6-7 ปี ส่วนคุณยศเป็นหนึ่งในกรรมการผู้จัดการของบริษัท ฉมา จำกัด (Shma) บริษัทรับปรับภูมิทัศน์ชื่อดังที่ตั้งในย่านมาราว 12 ปี 

เหตุผลโดยรวมที่ทั้ง 3 ท่านเลือกทำธุรกิจย่านทองหล่อ-เอกมัยนั้นคล้ายกัน หากแตกต่างกันไปในรายละเอียด นั่นคือการที่ย่านเป็นศูนย์รวมของธุรกิจไลฟ์สไตล์และการออกแบบ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเป็นวัตถุดิบแห่งแรงบันดาลใจ 

คุณยศกล่าวว่า “ทองหล่อ-เอกมัยมีแรงดึงดูดบางอย่างที่สร้างพลังงานให้แก่นักออกแบบหรือคนทำงานสร้างสรรค์ ย่านนี้มีทั้งที่พักอาศัย พื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ในย่าน วิถีชีวิตทั้งตอนกลางวันและกลางคืนที่ไม่ซ้ำกัน ผู้คนหลากหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ธุรกิจหลากหลาย มันจึงเป็นย่านที่มีชีวิตซึ่งไม่หยุดนิ่ง เป็นวัตถุดิบสำคัญต่อการผลิตงานหรือสร้างแรงบันดาลใจให้แก่งาน” ทางด้านคุณต๊ะเปิดใจว่า “งานของผมเน้นการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นดีไซน์ของคนไทย ช่วงแรกที่ทำแบรนด์ Mobella สินค้าไทยยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าไร และด้วยความที่คนมักมองว่าย่านทองหล่อ-เอกมัยเป็นย่านที่มีดีไซน์จัด เป็นศูนย์รวมของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งบ้าน เราจึงต้องการนำงานดีไซน์ของเราเข้ามาฝังตัวอยู่ในย่านนี้ อยากทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านได้เห็นว่าสินค้าไทยก็มีดีไซน์เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งย่านทองหล่อ-เอกมัยยังเป็นแหล่งรวมของที่อยู่อาศัยและธุรกิจไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ อย่างร้านค้าและร้านอาหาร ประกอบกับผู้คนในย่านเป็นกลุ่มลูกค้าที่เรามองหาด้วย จึงเลือกที่นี่เป็นทำเลที่ตั้งในการประกอบธุรกิจ” ส่วนคุณมาร์คให้เหตุผลว่า “แต่ก่อนเมืองไม่ได้ขยายออกไปมาก ส่วนใหญ่อยู่ในโซนสาทรหรือย่านเมืองชั้นใน เมื่อที่ดินแพงขึ้น ประชากรมากขึ้น คนจึงเริ่มย้ายจากย่านนั้นมาอยู่สุขุมวิทกัน คนที่พอจะมีกำลังก็สร้างที่พักอาศัยในรูปแบบสมัยใหม่หน่อย ที่นี่ยังมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เยอะ จึงเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดทุกอย่างเข้ามาในชุมชน ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ฯลฯ ภาพของสุขุมวิทจึงมีสีสันแตกต่างจากย่านอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ มีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะมีทั้งความเป็นฝรั่ง ความเป็นญี่ปุ่น เข้ามาแทรกอยู่ นอกจากนี้เมื่อพูดถึงสินค้าคุณภาพ คนก็มักนึกถึงสุขุมวิท แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านระดับโลกที่เป็นท็อปแบรนด์ก็ การนำแบรนด์ของเรามาอยู่ในย่านเดียวกันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจ” 

การเปลี่ยนแปลงและแรงดึงดูดของทองหล่อ-เอกมัย  
ทองหล่อ-เอกมัยนับเป็นย่านที่มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง ปัจจุบันมีการเติบโตของพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงห้างขนาดใหญ่ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานที่แฮงเอาต์ยามค่ำคืน และชาวต่างชาติทั้งที่อยู่อาศัยและท่องเที่ยวในย่าน ไม่ว่าจะฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี แรงดึงดูดต่าง ๆ ที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่ง “ค่าครองชีพ” ที่สูงขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนกับ “ไลฟ์สไตล์” ที่ต้องจ่าย การจราจรที่ดูติดขัดยิ่งกว่าเก่า แต่ข้อดีคือย่านนี้ยังมีเรื่องราวของคนที่อยู่อาศัยอยู่จริง ๆ ไม่ใช่ย่านเกิดใหม่ที่ไม่มีประวัติความเป็นมา ยุคเก่าและใหม่มีการเติบโตไปอย่างเป็นธรรมชาติในตัวของมันเอง การเปลี่ยนแปลงของความต่างระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่มีเสน่ห์ น่าสนใจ และน่าค้นหา แต่คำถามคือจะควบคุมการเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและทำให้ย่านเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน    

กลุ่มทองเอก...ชุมนุมกลุ่มคนสายออกแบบ
จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของทองหล่อ-เอกมัยคือ ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของกลุ่มคนทำงานสายออกแบบและสร้างสรรค์มานาน หากแต่ส่วนใหญ่เป็นการรู้จักกันอย่างหลวม ๆ โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กันจริงจัง แต่ท่ามกลางกระแสธุรกิจและผู้บริโภคที่ยากจะเติบโตตามลำพัง การสร้างความเกื้อกูลของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในย่าน จึงเป็นคำตอบสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและความเป็นไปของทองหล่อ-เอกมัยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง นั่นเป็นที่มาของกลุ่มทองเอก (ThongEk Creative Neighborhood) ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจเด่นของย่าน แบรนด์แฟชั่น ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมถึงการรวมตัวของกลุ่มนักออกแบบในพื้นที่ ทั้งสถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบกราฟิก ฯลฯ 

ทองหล่อ-เอกมัยวันนี้ กำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันอย่างแท้จริง นำมาซึ่งมิตรภาพที่ดีและเกื้อกูล คุณต๊ะกล่าวว่า “ทางฝั่งของผมเป็นผู้ประกอบการที่เน้นเรื่องธุรกิจ แต่โดยพื้นฐาน เราใช้ดีไซน์ในการผลักดันแบรนด์ เพราะเราก็เป็นนักออกแบบที่นำสินค้ามาจำหน่าย การรวมตัวกันเกิดจากการที่รู้สึกว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว การทำธุรกิจตามลำพังไม่สนุกและเหนื่อยด้วย จึงเริ่มจากการรวมกลุ่มกันเล็ก ๆ ก่อน แน่นอนว่าจุดประสงค์ข้อแรกเป็นเรื่องของธุรกิจ เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์และสินค้าของเรามากขึ้น อีกข้อคือเราอยากทำให้ย่านทองหล่อ-เอกมัยที่เราอยู่เป็นย่านที่น่าเดินมากกว่าเดิม เช่นวันนี้ลูกค้าอาจไปที่สตูดิโอ Shma ของคุณยศ จากนั้นคุณยศแนะนำลูกค้ามาดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟข้างล่างโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ Mobella ของผม จากนั้นผมส่งต่อลูกค้าไปที่โชว์รูมเพื่อนบ้านอย่าง kenkoon ของคุณมาร์ค ผมมองว่ามันครบวงจรมาก ทำให้กลุ่มนักออกแบบได้เชื่อมโยงกันเป็นทอด ๆ ซึ่งรวมถึงร้านค้าดั้งเดิมในท้องถิ่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องดีไซน์ด้วยเช่นกัน นับเป็นการสร้างบรรยากาศของเครือข่ายเพื่อนบ้านทางธุรกิจในย่านที่ดี อบอุ่น และเป็นมิตร ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนและเติบโตไปด้วยกัน นอกจากนี้เรายังรวมกลุ่มกันเพื่อจัดทำสัมมนาหรือการพูดคุยเล็ก ๆ โดยเชิญนักออกแบบในพื้นที่มานั่งฟัง หรือทำโอเพนเฮ้าส์เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามาดูงาน รวมถึงสนับสนุนผลงานของนักศึกษาให้มีโอกาสได้รับประสบการณ์กับแบรนด์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เราอยากนำเสนอทรัพยากรที่น่าสนใจหรือเรื่องราวที่ยังไม่ค่อยถูกเล่าในย่านที่มีอยู่มากมายให้ผู้คนได้รู้จักมากขึ้น ให้ได้รู้ว่าทองหล่อ-เอกมัยไม่ได้เด่นแค่เรื่องไลฟ์สไตล์กิน ดื่ม เที่ยวเท่านั้น” 

ทางด้านคุณยศรับหน้าที่เป็นผู้นำการรวมตัวของนักออกแบบในย่าน ทั้งสถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบกราฟิก นักออกแบบฝั่งสื่อและนิทรรศการ ฯลฯ “กลุ่มทองเอกเกิดจากความท้าทายหรือปัญหาที่ว่าเราอยู่ในย่านนี้กันมาเป็น 10 ปี เราไปออกแบบให้ที่อื่น แต่พอหันไปมองรอบ ๆ บ้านตัวเอง ก็พบว่าปัญหาที่เราแก้ให้ที่อื่น มันยังเป็นปัญหาในย่านของเราอยู่เลย จึงมองว่าเครื่องมือในเชิงการออกแบบสร้างสรรค์นี่ล่ะคือคำตอบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุก ๆ คนในย่าน รวมทั้งเราเองด้วย พอมารวมกลุ่มกัน ก็เริ่มเข้าใจว่ามีคนที่ทำธุรกิจเพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงนี้จริง ๆ คือเราไม่ได้อยู่คนเดียว เริ่มหันไปมองและพบว่าเรามีเพื่อนบ้านที่ทำงานสายออกแบบในด้านต่าง ๆ มากมาย เกิดการเชื่อมโยงกันของระบบนิเวศนี้ จากที่แต่ก่อนแค่รู้จักกัน รู้ว่าอยู่ในย่านเดียวกัน แต่ต่างคนต่างทำ กลายมาเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการใช้ชีวิตในย่านมากขึ้น นี่เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหรือพลังที่จะทำให้ย่านนี้ตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้” 

ค้นพบทองหล่อ-เอกมัยในมุมมองใหม่ ที่ไม่ได้มีเพียงสีสันยามวิกาล แต่คือกระบวนการลงมือทางธุรกิจที่โปร่งใส แบ่งปัน และเกื้อกูลในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (Bangkok Design Week 2020) ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่พร้อมปลดล็อกจุดติดขัด ให้ทองหล่อ-เอกมัยยังคงฐานะย่านที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ อันไม่รู้จบของกรุงเทพฯ และสะท้อนศักยภาพของการเป็นย่านสร้างสรรค์ที่พร้อมจะเติบโตเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป