ในโลกที่รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว สิ่งที่ไม่มีใครพรากใครไปจากใครได้ก็คือ “พิกัด”

พิกัดที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึง Coordination ละติจูด ลองติจูด เพียงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสภาพผืนดิน น้ำ และอากาศ ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะพืชพันธุ์อันมีคุณสมบัติและรสชาติแตกต่าง

เมื่อนำความต่างนี้มาบวกกับความรู้และเทคโนโลยีใหม่ นั่นอาจหมายถึงยุทธศาสตร์ในการสร้างมูลค่าได้ไม่รู้จบ และนี่เองที่อาจเป็นเคล็ดลับของการสร้างแบรนด์ยูนนานในปัจจุบัน

©servingjoy.com
 

ชาผู่เอ๋อ
มันเป็นชาที่มีทั้งรสชาติและหน้าตาออกจะแปลกกว่าชาทั่วไป แต่กระนั้นมันก็คือชาที่ได้รับความนิยมในระดับปรากฏการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไม่ใช่ชาไข่มุก เรากำลังพูดถึงชาผู่เอ๋อ ซึ่งมีศูนย์กลางการผลิตอยู่ในแถบสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนานต่างหาก 

จีนนั้นเป็นประเทศกว้างใหญ่ และมีวัฒนธรรมชาที่ฝังรากลึก นอกจากชาผู่เอ๋อที่ปลูกในมณฑลยูนนาน ที่รู้จักในวงกว้างนอกจากผู่เอ๋อ ก็คือชาอู่หลงโดยเฉพาะที่ปลูกในมณฑลฝูเจี้ยน

ความต่างของชาสองชนิดนี้ก็คือ ชาอู่หลงเป็นชากึ่งหมัก คือใช้กระบวนการหมักแบบออกซิเดชั่น ส่วนชาผู่เอ๋อนั้นจัดอยู่ในประเภทชาดำ ซึ่งเป็นการหมักแบบสมบูรณ์ คือใช้กระบวนการหมักโดยแบคทีเรีย 

ชาผู่เอ๋อในอดีตนั้นเป็นชาราคาทั่วๆ ไป มีศูนย์กลางการค้าอยู่ในเมืองผู่เอ๋อ แน่นอนว่าเมืองได้รับการตั้งชื่อตามชา โดยตัวชานั้นมีรสชาติเข้มตามสไตล์ชาดำ เรามักจะเห็นชาผู่เอ๋อขายในรูปแบบก้อนหรือแผ่น แต่จริงๆ แล้วมีแบบเป็นใบเช่นกัน (ที่ต้องอัดเป็นก้อนหรือแผ่นก็เพื่อความสะดวกในการขนส่ง โดยเฉพาะส่งไปทิเบต ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของชาผู่เอ๋อ)

โดยธรรมชาติของชานั้น รู้กันว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระและสรรพคุณมากมายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชาที่มีรสชาติและรูปทรงเฉพาะตัวนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาก็คือ มันถูกนำไปเปรียบเทียบกับไวน์ที่กลิ่นและมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเก็บไว้นาน

ชาผู่เอ๋อกลายเป็นของหรูใหม่ ในหลายครั้ง มันได้รับการนำไปเป็นวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ โดยชาผู่เอ๋อบางแผ่นมีมูลค่าสูงหลักสิบล้านบาท

มันน่าจะเป็นอานิสงส์ร่วมกันของความรู้ใหม่ กระแสรักสุขภาพ และลมที่พัดกลับมาหาโลกตะวันออกด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยใหม่ๆ ที่ออกมาติดๆ กันว่า ชาดำชนิดนี้มีประโยชน์เหลือเฟือต่อสุขภาพ ทั้งลดระดับไขมัน ลดระดับความดัน ทั้งลดระดับความเครียด ป้องกันมะเร็ง ช่วยย่อย ล้างพิษ และที่สำคัญ ลดริ้วรอยและความร่วงโรย  แน่นอนว่าผลการวิจัยจะช่วยให้ชาผู่เอ๋อไปต่อในตลาดโลก (แม้ว่าสรรพคุณหลายอย่างจะมีอยู่ในชาชนิดอื่นด้วยเช่นกันก็ตาม) ผู้ผลิตหลายรายนำมาขายในฐานะสินค้าลดความอ้วน มีการแนะนำให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดดื่มชาผู่เอ๋อเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังผ่าตัดอีกด้วย

©wikipedia.org
 

หยุนหนานไป่เหยา
ในทศวรรษ 1990 ที่โลกเริ่มคลั่งไคล้ชาผู่เอ๋อ ธุรกิจยาแผนโบราณที่ผลิตจากสมุนไพรของยูนนานกำลังอยู่ในจุดเสื่อมถอย

จีนนั้นเป็นประเทศเจ้าพ่อสมุนไพร และเป็นมณฑลยูนนานที่เป็นแหล่งปลูกสมุนไพรใหญ่ที่สุดในจีน มีผลผลิตปีละเป็นล้านตัน นั่นรวมถึงโสมซานชี ถั่งเช่า และเทียนหมา ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี

ไม่มีใครปฏิเสธสรรพคุณของสมุนไพรจีนซึ่งเป็นสินค้าสร้างค่าที่ตลาดเติบโตต่อเนื่อง แต่ปัญหาก็คือความมั่นใจว่าสินค้าที่จะซื้อนั้นเป็นของแท้หรือไม่  

เมื่อยูนนานเป็นมณฑลนำร่องในการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสมุนไพรจีน จึงหมายถึงการปลดล็อกตลาดสมุนไพรจีนอย่างไม่ต้องสงสัยการมีระบบตรวจสอบย้อนกลับให้ลูกค้าสาวไปถึงผู้ผลิตได้ ลูกค้าทั่วโลกสามารถเข้าถึงสมุนไพรจีนแท้ๆ ได้ แม้ว่าพวกเขาจะซื้อจากร้านขายยาจีนเก่าแก่ หรือสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มใหม่อย่างอาลีบาบาหรือเจดีดอทคอมก็ตาม

ไม่น่าแปลกใจที่ฟอร์บส์เอเชียจัดให้หยุนหนานไป่เหยา (Yunnan Baiyao) เป็นหนึ่งในสุดยอดบริษัทมหาชนแห่งเอเชีย (Fabulous 50) 

ความน่าสนใจก็คือ หยุนหนานไป่เหยานี้ คือบริษัทของรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตยารักษาบาดแผล ตามตำหรับของแพทย์ชาวคุนหมิงที่คิดค้นไว้ตั้งแต่กว่าร้อยปีที่แล้ว โดยใช้สมุนไพรหลายชนิดด้วยกัน ยานี้มีคุณสรรพคุณด้านการห้ามเลือดและป้องกันการติดเชื้อ ที่นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย

แต่เมื่อจีนเข้าสู่ความเจริญ ความนิยมในการแพทย์แผนปัจจุบันทำให้ยาแผนโบราณนี้เริ่มหมดความนิยม เมื่อถึงทศวรรษ 1990 สถานการณ์ของบริษัทก็ย่ำแย่ จนกระทั่งทีมที่เข้ามาผ่าตัดองค์กรเกิดไอเดียในการพัฒนาสินค้าในชีวิตประจำวันหลากรูปแบบ โดยใส่ "สรรพคุณเชิงยา" อันเป็นจุดแข็งของไป่เหยาเข้าไป อย่างพลาสเตอร์ปิดแผลที่ผสมผงห้ามเลือดทำให้แผลสมานเร็วขึ้น เป็นต้น

การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้ฐานความได้เปรียบในการเป็นผู้ผลิตยาแผนโบราณนี้ ทำให้ไป่เหยาสามารถขายสินค้าของตนได้ในราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันในท้องตลาด ในขณะที่ยาแผนโบราณในรูปแบบที่สะดวกก็กลับมามีตลาดกว้างขึ้นกว่าแต่ก่อน ถึงตอนนี้หากคุณลองกูเกิลคำว่า หยุนหนานไป่เหยา ก็จะพบว่าสินค้าของพวกเขาไปได้ดีไม่น้อยในบ้านเรา หรือไม่อย่างนั้น คุณก็อาจเป็นลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์นี้อยู่ก็ได้

©news.starbucks.com
 

สตาร์บัคส์
ความจริงก็คือ มณฑลยูนนานไม่ได้ปลูกแค่ชากับสมุนไพร พวกเขายังเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟเก่าแก่และใหญ่ที่สุดของประเทศจีน แถมเมืองผู่เอ๋อนั้นไม่ได้มีดีแค่ชา แต่เป็นศูนย์กลางการผลิตกาแฟในประเทศจีนเช่นกัน

ที่ว่าเก่าแก่นั้นไม่ได้เก่าแก่มาก แม้จะมีบาทหลวงชาวฝรั่งเศสนำต้นกาแฟมาปลูกในยูนนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แต่วัฒนธรรมกาแฟของจีนก็เพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา และการปลูกอย่างจริงจังก็เริ่มขึ้นไม่นานไปกว่านั้นสักเท่าไร

แน่นอนว่าผู้ที่ทำให้กาแฟกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของผู้บริโภคชาวจีนก็คือธุรกิจสัญชาติอเมริกันอย่างสตาร์บัคส์ ในปี 2017 สตาร์บัคส์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นกาแฟ Yunnan Single Origin (Single Origin คือกาแฟชั้นพรีเมียมของสตาร์บัคส์ที่มาจากแหล่งเพาะปลูกเดียว) โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากการลงแรงของสตาร์บัคส์ ในการก่อตั้งศูนย์สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟแห่งแรกในเอเชียขึ้นในมณฑลยูนนาน เพื่อพัฒนาเกษตรกรราวหนึ่งหมื่นรายในมณฑลดังกล่าวในการทำเกษตรกรรมยั่งยืนมาตั้งแต่หลายปีก่อน รวมถึงการให้การรับรองมาตรฐาน C.A.F.E (Coffee and Farmer Equity – มาตรฐานด้านคุณภาพกาแฟและการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนของสตาร์บัคส์) ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นจำนวนมาก

ไม่ว่าจะเป็นความนิยมชาที่เพิ่มขึ้นจากโลกภายนอก หรือความนิยมกาแฟที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มคนจีนรุ่นใหม่ ดูเหมือนว่ามณฑลยูนนานมีคำตอบที่ถูกใจให้กับคนทั้งโลก

จุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพ
ความนิยมในชาผู่เอ๋อไม่เพียงสร้างรายได้งดงาม แต่สิ่งที่พ่วงตามกันมาก็คือการท่องเที่ยวเพื่อมาชิมชา ณ ใจกลางผืนดินที่มันเติบโต

แต่ก่อนที่ชาผู่เอ๋อจะพานักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่มาที่นี่ มณฑลยูนนาน ก็ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว (ทัวร์ไทยจำนวนมากเคยพานักท่องเที่ยวไปหาแพทย์แผนโบราณในเมืองคุนหมิงอันเป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนานกันเป็นล่ำเป็นสัน)

ในปี 2018 มณฑลยูนนานได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ประกอบด้วยอาหารสีเขียว (Green Food, นอกจากชา กาแฟ และสมุนไพรแล้ว ยูนนานยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของจีน รวมถึงดอกไม้) พลังงานสีเขียว (Green Energy, ยูนนานเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดส่งไปให้กับมณฑลอื่นๆ ของจีน) รวมถึงการเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Healthy Lifestyle Destination) 

©cnn.com
 

ไม่ต่างจากพิธีชงชาของญี่ปุ่น การท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่มอบประสบการณ์ดื่มชาผู่เอ๋อนั้นมีให้เห็นทั่วไปในยูนนานในปัจจุบัน แต่ของยูนนานจะเน้นการดื่มชาคู่กับการชมการแสดงระบำพื้นเมือง รวมถึงสปาชาเพื่อล้างพิษ

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่ปลูกชาผู่เอ๋อมาแต่อดีต ที่รัฐบาลจีนกำลังผลักดันอย่างจริงจังให้เป็นพื้นที่มรดกโลกของยูเนสโก

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ยูนนานจะไปต่อได้เป็นอย่างดี และดินแดนของพวกเขาจะยังคงเขียวชอุ่มงดงาม ท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่ ที่ผลิตยาอายุวัฒนะให้กับโลกแห่งนี้

บทเรียนจากยูนนานบอกกับเราว่า การพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นแบรนด์ระดับโลก น่าจะเริ่มจากของดีที่ตัวเองมี ใช้ประโยชน์จากความรู้และเทคโนโลยี พัฒนานวัตกรรม สร้างมาตรฐาน และไม่ลืมที่จะขายของให้ได้ราคา

ที่มา
บทความ "Commercializing Tradition in Yunnan, China" โดย Layne Vandenberg จาก thediplomat.com
บทความ "Pu-erh Popularity on the Rise: What Makes Pu-erh Tea So Great?" จาก tinroofteas.com
บทความ "มณฑลยูนนานปรับยุทธศาสตร์ใหม่ มุ่งเน้น “เศรษฐกิจสีเขียว”"
และ "ยูนนานใช้ “หนึ่งอำเภอหนึ่งผลิตภัณฑ์” ส่งเสริมของดีในท้องถิ่น ต่อยอดสร้างแบรนด์ “Product of Yunnan” สร้างภาพจำ ย้ำคุณภาพสินค้ายูนนาน" โดย ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง จาก thaibizchina.com
บทความ "Yunnan Baiyao ยาจีนแผนโบราณผสานสองโลก" จาก forbesthailand.com
บทความ "Starbucks Debuts Its First Single-Origin Yunnan Coffee in China" จาก globalbrandsmagazine.com
บทความ "ชาดำ สรรพคุณและประโยชน์ของชาดำ 14 ข้อ ! (Black Tea)" จาก medthai.com

เรื่อง: Little Thoughts