ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเมืองนั้นมีหลากหลายรูปแบบ การเป็นคนถิ่นไหน เมืองใด นอกจากจะบ่งบอกที่มาและตัวตนตามอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นนั้นๆ แล้ว หลายครั้งยังนำเสนอความสามารถที่โดดเด่น ทักษะ และความชื่นชมของผู้คนในเมืองที่พัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์ของเมืองนั้นๆ ไปได้ด้วย 

ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับสโมสรฟุตบอล เป็นหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์ที่คนไทยอาจไม่คุ้นเคยมากนัก แม้เราจะมีสโมสรฟุตบอลประจำจังหวัดที่จัดแข่งกันอย่างเป็นระบบมายาวนาน เพราะถ้าให้พูดถึงความสัมพันธ์ของสโมสรกับเมืองที่เด่นชัดที่สุด เห็นทีจะหนีไม่พ้นสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษ ที่พัฒนาไปจนถึงระดับวัฒนธรรมและฝังรากลึกลงไปในวิถีชีวิตของชาวเมือง เราจึงมักจะเห็นชาวอังกฤษในแต่ละเมืองจูงมือลูกหลานไปดูฟุตบอลที่สเตเดียมประจำเมืองแทบทุกสุดสัปดาห์ สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นสายใยที่ยึดโยงเมืองทั้งเมืองเข้าเป็นหนึ่งเดียว และการเติบของเมืองในอังกฤษจึงถูกผูกเข้ากับสโมสรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แล้วกีฬาฟุตบอลสร้างเมืองได้อย่างไรกัน? เมื่อผู้เล่นคนที่ 12 ของสโมสรไม่ใช่เป็นเพียงแค่กองเชียร์ หากแต่เป็นเมืองทั้งเมือง การประสบความสำเร็จของสโมสรจึงกลายเป็นความภาคภูมิใจและเกียรติยศของชาวเมืองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านตัวอย่างเหตุการณ์การคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในปี 2015/2016 ของเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรที่มีผู้บริหารเป็นกลุ่มทุนจากประเทศไทยอย่างคิง พาวเวอร์ และได้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าไปต่อยอดการพัฒนาเมืองเลสเตอร์ผ่านการทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ การบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลเลสเตอร์ส รอยัล อินเฟอร์มารี่ และมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ เพื่อนำไปพัฒนาสิ่งที่ชาวเมืองต้องการอันเป็นเสมือนการแสดงถึงการตอบแทนชาวเมืองที่คอยให้การสนับสนุนสโมสรมาโดยตลอด จึงกล่าวได้ว่าความรักและความสามัคคีที่เกิดจากการแข่งขันกีฬาของเมืองนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเมือง แต่เมืองทั้งเมืองคือสโมสร เหมือนเช่นที่เลสเตอร์ ซิตี้ทำได้นั่นเอง

ภาพประกอบจาก : bbc.co.uk

เรื่อง : ภีร์รา และรวิภา ดิษฐากรณ์