วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไอซ์แลนด์ในปี 2008 คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระบบประชาธิปไตยในเมืองหลวงของประเทศอย่างเรคยาวิก แม้หน้าที่อย่างหนึ่งของรัฐคือการเป็นผู้กำหนดทิศทางในการพัฒนาเมืองและออกกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลเมืองเรคยาวิกจะมองเห็นแล้วว่า บทบาทของชาวเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้สิ้นสุดลงที่การเลือกตั้งผู้แทน และรัฐจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จนับแต่นั้น หากแต่ยังมีวิธีอื่นที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการดูแลเมืองด้วยตัวเอง โดยใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอิสรภาพในการแสดงความคิดเห็นและมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

Better Reykjavik เรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืน 
Better Reykjavik คือเว็บไซต์ที่เปิดให้ชาวเมืองเรคยาวิกนำเสนอไอเดียในการพัฒนาเมือง สามารถโหวตให้คะแนน และแสดงความคิดเห็นต่อไอเดียที่ผู้อื่นเสนอได้ โดยไอเดียที่ได้รับการโหวตสูงสุดในแต่ละเดือน จะได้ผ่านเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและนำไปพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง 
เว็บไซต์ที่ว่านี้เกิดขึ้นจากความต้องการที่จะสร้างความเชื่อใจในตัวรัฐบาลให้กลับคืนมา หลังจากการพังทลายของเศรษฐกิจไอซ์แลนด์ในปี 2008 ที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ของไอซ์แลนด์ต้องปิดตัวลงถึง 3 แห่ง ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ลดต่ำลงถึง 10% รวมไปถึงอัตราการว่างงานจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ ที่ก่อนเกิดวิกฤตเพียงปีเดียว ได้รับการจัดอันดับโดยองค์การสหประชาชาติว่า มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงเป็นอันดับหนึ่งของโลก โรเบิร์ต บียาร์นาสัน (Robert Bjarnason) หนึ่งในสองผู้ก่อตั้ง Better Reykjavik ให้สัมภาษณ์ว่า “ระบบประชาธิปไตยของรัฐบาลจำเป็นต้องมีการคิดและปรับปรุงเสียใหม่ แทนที่จะให้ประชาชนเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี เราสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนในการกำหนดนโยบายต่างๆ ของเมืองและประเทศได้มากกว่านั้น”

No more a regulator, here’s a facilitator 
ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคช่วยหรือเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้ Better Reykjavik ประสบความสำเร็จ แต่การเมืองในเรคยาวิคได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางของการพัฒนาเมืองแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นชาวเมืองต่างหากที่มีส่วนช่วยควบคุมมันด้วยตัวเอง 

ในปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเลือกตั้งนายกเทศมนตรีของเมืองเรคยาวิก บียาร์นาสันเสนอพื้นที่บนเว็บไซต์ Better Reykjavik ให้ผู้ลงสมัครทุกพรรคใช้การเปิดรับความคิดเห็นและข้อเสนอในการพัฒนาเมืองจากประชาชน โดยพรรคการเมือง Best Party ของนักแสดงตลก ยอน นาร์ (Jón Gnarr) ใช้แพลตฟอร์มนี้มากที่สุด เขาสนับสนุนให้ชาวเมืองเสนอแนะนโยบายต่างๆ ผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ และเขาก็ได้รับเลือกตั้ง ในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ มีไอเดียกว่า 2,000 ไอเดียและความคิดเห็นกว่า 10,000 ข้อที่หลั่งไหลเข้ามา รวมถึงผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 50,000 คน นาร์รับเอาแพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลและพัฒนาเมืองของเขาต่อมาอีก 4 ปี และแสดงให้เห็นว่า เมืองจะก้าวต่อไปอย่างไรนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความคิดและความต้องการของประชาชนจริงๆ 

Better Reykjavik มีลักษณะคล้าย open forum คือใครก็สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลได้ เพียงแต่ผู้ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนเท่านั้นจึงจะสามารถโพสต์ไอเดีย กดโหวต และเสนอความคิดเห็น โดยช่องแสดงความคิดเห็นจะแบ่งออกเป็น 2 ช่อง คือช่องความเห็นที่เห็นด้วย และช่องที่ไม่เห็นด้วย ผู้ใช้จะไม่สามารถแสดงความคิดเห็นด้วยการกดตอบ (reply) ความคิดเห็นของผู้อื่นได้ นั่นหมายความว่าแต่ละความคิดเห็นจะมีจุดยืนและข้อโต้แย้ง (argument) เป็นของตัวเอง สามารถช่วยลดปัญหาการโต้แย้งที่ตัวบุคคลมากกว่าที่ความคิดเห็น

ในแต่ละเดือน ห้าไอเดียที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ตลอดจนความคิดเห็นและข้อโต้แย้งที่มีต่อไอเดียนั้นๆ จะถูกนำไปพิจารณาโดยคณะกรรมการที่นำโดยเทศบาลเมือง รวมไปถึงไอเดียที่ได้รับคะแนนสูงสุดจากแต่ละหมวดหมู่ ทั้งการบริหารจัดการเมือง การให้บริการและปฏิบัติงานของรัฐ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การศึกษา การคมนาคม สวัสดิการ ผังเมือง ไปจนถึงประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว การพักผ่อนและสันทนาการ กีฬา และศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น และในแต่ละไอเดียก็อาจจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการมากกว่า 1 คณะตามความเหมาะสม โดยไอเดียที่ได้รับความเห็นชอบจะถูกนำไปทำให้เกิดขึ้นจริง ส่วนไอเดียอื่นๆ ที่ไม่ได้รับเลือกหรือได้คะแนนโหวตน้อยกว่าก็จะยังคงเปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อไป และยังถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยแสดงให้เจ้าหน้าที่รัฐเห็นทิศทางความต้องการหรือปัญหาของประชาชน 

From crowd-sourced policy-making to participatory budgeting
ตัวเลขในปี 2017 แสดงให้เห็นว่า Better Reykjavik มีผู้ใช้งานกว่า 20,000 คน และมีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 70,000 คน จากจำนวนประชากรของเมืองซึ่งอยู่ที่ 120,000 คน โดยมีไอเดียกว่า 750 ไอเดียที่ผ่านการพิจารณาและถูกนำไปใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างการเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือคนไร้บ้าน การเปลี่ยนอดีตโรงงานไฟฟ้าให้เป็นศูนย์เยาวชน ไปจนถึงการมีห้องน้ำที่ไม่แบ่งเพศ หรือแม้แต่การตั้งชื่อถนนว่า Svarthöfði ซึ่งเป็นชื่อไอซ์แลนดิกของ ดาร์ธ เวเดอร์ (Darth Vader) ตัวละครในภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส (Star Wars) 

ไม่เพียงแต่อำนาจในการเสนอแนวทางเพื่อเปลี่ยนเมือง ชาวเรคยาวิกยังสามารถตัดสินใจว่าจะใช้จ่ายงบประมาณในแต่ละปีได้อย่างไรบ้าง My Neighborhood คือแคมเปญย่อยภายใต้ Better Reykjavik ที่ให้อำนาจนั้นกับพวกเขา โดย 6% ของงบประมาณในแต่ละปี หรือประมาณ 3.5 ล้านยูโร จะถูกแบ่งมาให้ประชาชนตัดสินว่าจะใช้เงินจำนวนนี้อย่างไรเพื่อพัฒนาทั้ง 10 เขตของเมืองผ่านกระบวนการนำเสนอไอเดียและโหวตตามปกติ ภายในช่วงเวลา 7 ปีนับตั้งแต่เริ่มแคมเปญนี้ในปี 2011 มีการใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 25 ล้านยูโร สำหรับกว่า 600 ไอเดียที่ได้รับอนุมัติ

©flickr.com/photos/Mariusz Kluzniak

E-democracy: a new global norm
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเมืองเรคยาวิก สร้างความตื่นตัวให้กับทั้งรัฐและประชาชนในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก และอาจกลายเป็นแนวโน้มใหม่ของความเป็นประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21 Citizens Foundation ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง Better Reykjavik สร้างเว็บไซต์อีกแห่งที่มีชื่อว่า Your Priorities (yrpri.org) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มแบบเดียวกันให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ ปัจจุบันมีหลายประเทศที่เห็นความสำคัญและรับนำไปใช้ เช่น เอสโตเนีย ออสเตรเลีย สก็อตแลนด์ นอร์เวย์ มอลตา เป็นต้น

ที่มา
วิกิพีเดีย
betrireykjavik.is
citizens.is 
reykjavik.is
สารคดีเกี่ยวกับ Better Reykjavik, Your Priorities and the Citizens Foundation (2013) โดย Citizens Foundation
บทความ “Reykjavík names a street after Darth Vader from Star Wars” (2015) จาก icelandmag.is
บทความ “The World Watches Reykjavik’s Digital Democracy Experiment” (2017) จาก ft.com
บทความ “Rebel Cities 9: Iceland's Slow-Burning Digital Democratic Revolution” (2018) จาก occupy.com
บทความ “Updating Democracy: The Citizens Foundation” (2018) จาก impakter.com

เรื่อง: นันทกานต์ ทองวานิช