คลื่นแห่งดนตรีแร็ปกำลังถาโถมสู่ฝั่งตลาดดนตรีไทยเป็นอย่างมากในช่วงเวลาไม่นานมานี้ และขยับเข้ามาเป็นดนตรีในกระแสที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังมากขึ้น “A:TIP (DJ Dig-it-all)” เจ้าของค่ายเพลง N.Y.U.Club โปรดิวเซอร์, DJ และนักแต่งเพลงอิสระผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีของไทยมาเกือบ 20 ปี และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดาจิม ศิลปินแร็ป-ฮิปฮอปในยุคแรกๆ ร่วมเจาะประเด็นถึงกระแสของแนวเพลงที่กำลังมาแรง และความเป็นไปได้ของการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินแร็ปให้ไปต่อได้ในตลาดดนตรีของเมืองไทย

จากดนตรีใต้ดิน สู่แนวเพลงที่คนฟังเข้าถึงง่ายขึ้น 
หลายคนอาจบอกว่าตอนนี้ดนตรีแร็ปกำลังขึ้นมาจากการเป็นดนตรีใต้ดิน แต่ส่วนตัวผมมองว่าจริงๆ ก็ยังเป็นใต้ดินอยู่ เพียงแต่สื่อที่เราเสพเปลี่ยนไป คนฟังเลยเข้าถึงมากขึ้นและง่ายขึ้น แต่ก่อนอย่างช่วงที่ทำเพลงของดาจิม เราทำเพลงแล้วก็นำเทปไปฝากขายตามร้านกันเอง แต่พอทำไปทำมา เพลงก็ฟลุ๊กดังขึ้นมา อาจเพราะเพลงออกจะหยาบคาย แอนตี้สังคม ด่าตำรวจด้วย เลยเกิดกระแสแบบปากต่อปาก ดีเจตามผับเอาเพลงไปเปิดจนดังไปทั่ว เมื่อก่อนเพลงจะดังหรือไม่ดัง ขึ้นอยู่กับดีเจตามผับบาร์หรือการเปิดในวิทยุ ซึ่งจะช่วยให้เป็นกระแสได้ นั่นเป็นครั้งแรกที่มีดนตรีฮิปฮอป-แร็ปออกมาแล้วพีคมาก แต่ปัจจุบันด้วยความที่สื่อเปลี่ยนไป เรามีทั้งเฟซบุ๊ก ยูทูบ ซึ่งล้วนทำให้เกิดการแชร์อย่างกว้างขวาง ง่าย และเร็ว อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้การทำเพลงแร็ป-ฮิปฮอปเป็นเรื่องง่าย ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะทำเพลงทีต้องมีห้องอัด แต่ปัจจุบันง่ายเลย เพราะเครื่องมือถูก ทำเองได้หมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งค่ายเพลง มีคอมฯ เครื่องหนึ่งและมีบีทก็อยู่ ทำเสร็จแล้วก็โพสต์ลงเฟซบุ๊กหรือยูทูบได้เลย เราจึงได้ยินเพลงแร็ป มากขึ้น

ความต่างของดนตรีแร็ปในยุคก่อนและปัจจุบัน
แต่ก่อนเป็นแร็ป-ฮิปฮอปจะเน้นความสละสลวยของคำ รูปประโยค และความคล้องจองมากกว่านี้ เนื้อหาก็จะรุนแรงหน่อย พูดถึงปัญหาสังคมต่างๆ นานา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศที่เขาพูดเรื่องพวกนี้มาก่อนอยู่แล้ว แต่เพลงแร็ปสมัยใหม่ที่ดังๆ จะออกแนวป๊อป เป็นเพลงรัก เพลงอกหักมากกว่า เพียงแต่วิธีการยังเป็นแร็ปอยู่ ซึ่งคนไทยอินกับเพลงรักอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ผมคิดว่าทั้งไทยและฝรั่งก็มีทำเพลงรักในสไตล์แร็ป-ฮิปฮอปขึ้นมา โดยใช้ทำนองการร้องที่ไม่ยากมาก เด็กรุ่นใหม่ฟังแล้วก็เข้าถึงง่ายขึ้น ผมเคยคุยกับเด็กที่ฟังเพลงฮิปฮอปสมัยใหม่หลายคน เขาบอกว่าถ้าเขาฟังแล้วร้องตามได้ ร้องแล้วมันปาก เค้าก็จะชอบฝึกร้องบ่อยๆและชอบเพลงนั้นไปเลย

ฟีเจอริงท่อนแร็ป ขยายฐานคนฟัง
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาของดนตรีแร็ปในเมืองไทยคือการที่ศิลปินแร็ปไปร่วมมีท่อนแร็ปในเพลงป๊อปด้วย นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ศิลปินต่างประเทศก็ทำกันมาก่อน มันก็คือการฟีเจอริง ที่จริงทุกแนวเพลงก็มีนำท่อนแร็ปไปเป็นส่วนผสมด้วยทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ป๊อป ทั้งเพลงแดนซ์ อีดีเอ็ม ก็มีนำท่อนแร็ปไปใส่อยู่ ผมมองว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยครีเอตเพลงให้ดูน่าสนใจขึ้น ที่สำคัญคือตอนนี้ดนตรีแร็ปกำลังมาแรง มีศิลปินรุ่นใหม่ที่กำลังดังเยอะ เพราะฉะนั้นการดึงศิลปินแร็ปมาฟีเจอริงในเพลงด้วย ย่อมมีส่วนช่วยให้ศิลปินป๊อปมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น ศิลปินแร็ปก็ได้ฐานแฟนคลับมากขึ้นเช่นกัน ดูอย่างยังโอม (YOUNGOHM) เวลาเขาไปฟีเจอริงเพลงไหน เพลงนั้นมียอดวิวในยูทูบเยอะแน่นอน เพราะฐานแฟนคลับของแร็ปใหญ่มาก ถ้ายังโอมมีผลงาน แฟนๆ ก็จะตามไปฟัง ศิลปินที่ชวนเขาไปฟีเจอริงก็จะได้รับความสนใจมากขึ้นตามไปด้วย เป็นการช่วยกันดึงดูดแฟนคลับของทั้ง 2 ฝ่ายให้เข้าไปติดตามผลงาน เพลงก็จะเป็นที่รู้จักและโด่งดังมากขึ้น ต้องบอกว่าศิลปินหลายคนทำเพลงมาล้วนหวังยอดวิวทั้งนั้น แต่ความยากอาจอยู่ที่จังหวะของแต่ละคนด้วย เพราะเราคาดการณ์กระแสตอบรับหรืออะไรไม่ได้เลย บางครั้งบางคนเจอจังหวะหรือกระแสอะไรพอดี ก็ดังเปรี้ยงขึ้นมาได้เหมือนกัน

ศิลปินแร็ปคุณภาพและหัวใจของแร็ป 
ผมคิดว่าหัวใจของแร็ปน่าจะอยู่ที่เนื้อร้องและการร้อง เทคนิคในการเขียนคำให้สละสลวยและคล้องจองกัน ภาษาไทยค่อนข้างยากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะมีทั้งเสียงสูง กลาง ต่ำ มีวรรณยุกต์ ศิลปินไทยที่ผมมองว่าเขียนเพลงได้ดี เนียน ร้องแล้วฟังดูไหลลื่น ก็เช่น อิลสลิก (ILLSLICK) สำหรับแร็ปเปอร์ การฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องฝึกร้อง ฝึกเล่น พัฒนาทักษะบ่อยๆ ยิ่งถ้ามีการอิมโพรไวส์ด้วยแล้ว มันอยู่ที่ว่าความคิดของใครจะเร็วกว่ากัน ถ้าจะทำเพลงแนวนี้ การขยันทำเพลงออกมาเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว แร็ปก็มีความคล้ายกับร็อกตรงที่ต้องซ้อม ของร็อกต้องซ้อมเล่นดนตรี แต่แร็ปต้องฝึกออกเสียง อ่านเยอะ ฟังเยอะ ดนตรีแร็ปนั้นมีจังหวะจะโคน ทำยังไงถึงจะคิดสดไปด้วยและร้องให้ลงล็อกกับบีทไปด้วยได้อย่างไหลลื่น ก็จะพัฒนาตัวเองได้ดีมาก

องค์ประกอบสำคัญของการทำเพลงแร็ปในยุคนี้
ในฐานะโปรดิวเซอร์อิสระ ผมไม่ได้ทำเพลงเหมือนค่ายใหญ่ที่จะต้องทำเพลงให้แมสส์ แต่ผมจะดูศิลปินเป็นหลักว่าคาแร็กเตอร์ของเขาเป็นแบบไหน น่าจะเหมาะกับเพลงแบบไหน ถ้าเขาแต่งเพลงมา เขาต้องมาร้อง มาแร็ป ให้ผมฟัง เพื่อที่เราจะช่วยกำหนดกรอบให้เขาว่าน่าจะทำเพลงออกมาในรูปแบบใด เหมือนแต่งตัวให้เขาล่ะครับ แร็ปเปอร์อาจมีเป็นสิบคน คนนี้อาจเด่นเรื่องนี้ คนนั้นอาจเด่นอีกเรื่อง แต่ละคนมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป หน้าที่ของเราคือผลักดันให้เขาชัดเจนในสิ่งที่เป็น สำหรับวิธีโปรโมตผลงานในยุคนี้ อย่างที่บอกว่าเดี๋ยวนี้ถ้าทำเพลงเสร็จ ศิลปินสามารถอัพโหลดผลงานของตัวเองลงเฟซบุ๊กหรือยูทูบได้เลย ถ้าจะให้เพลงเข้าถึงผู้คนมากขึ้นก็ซื้อโฆษณาในเฟซบุ๊กบ้าง ให้คนพอเห็น แล้วอีกทางเราอาจจะชวนเพื่อนๆ หรือคนรู้จักให้ช่วยกันแชร์ ซึ่งมันก็เชื่อมโยงถึงกันหมด

แนวโน้มของดนตรีแร็ปและการต่อยอดของแร็ปเปอร์ไทยในอนาคต
โดยส่วนตัวผมมองว่าตอนนี้เพลงแร็ปแต่งมาค่อนข้างเหมือนกัน คนทำแบบไหนแล้วดังก็ทำตามกันไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าทำแบบนี้อาจไม่ยั่งยืน ที่จริงหากแร็ปเปอร์คนไหนมีไอเดียที่จะทำเพลงให้เป็นแนวทางที่ชัดเจนของตัวเองก็น่าจะดี ไม่ใช่เหมือนกันไปหมด การที่เพลงแร็ปไทยจะแข็งแกร่งและมีรากฐานแฟนคลับเหมือนแนวเพลงอื่นๆ คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับแร็ปเปอร์ไทยก็คือความอดทนและการมีแรงผลักดันของตัวเองอยู่เสมอ ถามว่าถ้าทำเป็นอาชีพจริงๆ แล้วจะอยู่รอดได้ไหม เราต้องแข่งกับคนอีกไม่รู้เท่าไร เพราะทุกคนก็ปล่อยเพลงออกมาได้เหมือนกัน หรือบางคนอาจทำเป็นอาชีพเสริมก็ได้ การเป็นโปรดิวเซอร์ของผมก็ไม่ใช่อาชีพหลัก ผมหาอย่างอื่นทำควบคู่ไปด้วย เพราะว่างานแบบนี้มีรายได้ไม่แน่นอน แต่สำหรับแร็ปเปอร์ที่มีชื่อเสียงแล้ว บางคนก็อาจต่อยอดทางการตลาดด้วยการปล่อยผลงานต่อเนื่อง ไปฟีเจอริงกับศิลปินคนอื่นๆ มีโชว์ หรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แบรนด์ต่างๆ เป็นการนำตัวตน งานเพลง ภาพลักษณ์แบบแร็ปเปอร์ มาแบรนดิ้งเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

คุณสมบัติสำคัญที่แร็ปเปอร์ควรมี
มันไม่สำคัญว่าต้องร้องเก่ง เพราะการร้องฝึกฝนได้ แต่เรื่องเขียนเพลงเก่งนั้นสำคัญ ต้องใช้เวลาและอยู่ที่พรสวรรค์ด้วย คือต้องแร็ปได้ และเขียนเนื้อเป็น ต้องฝึกฝนควบคู่กัน 
คุณสมบัติที่คนทำงานเบื้องหลังของดนตรีแร็ปควรมี
เดี๋ยวนี้อาชีพโปรดิวเซอร์แทบจะไม่มีแล้ว เพราะศิลปินทำเพลงเองกันเกือบหมดและมีช่องทางของตัวเอง บางคนทำดนตรีเองได้ก็แทบไม่ต้องพึ่งใคร ทำเสร็จก็ปล่อยลงยูทูบ มิวสิกวิดีโอก็ไม่ต้องลงทุนเยอะมาก รายได้หลักน่าจะอยู่ที่ยอดวิวในยูทูบด้วย ถ้ายอดวิวเยอะ มีคนรู้จัก ก็จะมีคนจ้างไปเล่น หลังจากนั้นศิลปินอาจต่อยอดด้วยการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ พรีเซ็นเตอร์ ค่อยๆ ไปทีละสเต็ป แต่ถ้าอยากมีชื่อเสียงเร็วหน่อย ก็อาจไปแข่งขันในรายการแข่งขันต่างๆ ซึ่งก็จะช่วยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น  
ศิลปินที่ติดตาม 
ปกติผมค่อนข้างจะฟังแต่เพลงสากลอย่างเดียว และฟังทุกแนวเพลง โดยเฉพาะดนตรีร็อก ซึ่งวงโปรดตลอดการก็คือ Nirvana ถ้าเป็นแนวเพลงแร็ป ตอนนี้ที่ฟังบ่อยๆ คือ Post Malone

 

ติดตามผลงานจาก A:TIP ได้ที่
https://www.facebook.com/ATIPofficial
https://www.facebook.com/NYUClub
https://www.youtube.com/atipofficial
https://www.youtube.com/nyuclub

เรื่อง : ศันสนีย์ เล้าอรุณ