หากจะพูดถึงนักกีฬาอีสปอร์ตที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในวันนี้ คงต้องพูดถึง “มิก-ปองภพ รัตนแสงโชติ” หรือ “Mickie” นักกีฬาอีสปอร์ตชาวไทยที่ได้ก้าวไปเป็นสมาชิกผู้แข่งขันในทีมใหญ่อย่าง Dallas Fuel ทีมชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา และสามารถพาให้ทีมชนะรางวัลระดับโลกมาได้ ปัจจุบัน มิกได้ย้ายไปอาศัยที่สหรัฐอเมริกาและกำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขัน Overwatch League ลีกการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตแบบมืออาชีพที่มีผู้ติดตามชมจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก เราจึงชวนมิกมาพูดคุยทางเฟซบุ๊กเพื่อให้เขาได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตน ทัศนคติในการแข่งขัน แรงบันดาลใจ ไปจนถึงความ Geek ที่ทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพที่น่าจับตาในระดับโลก

จากเด็กธรรมดาที่ชอบเล่นเกมจนกลายมาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตในทีมระดับโลก อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้
จริงๆ แล้ว ผมไม่เคยคิดจะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตเลย แม้ในช่วงที่ได้ก้าวเข้ามา ก็ไม่ได้คิดจะไปในระดับโลกด้วยซ้ำ พอดีตอนที่เป็นตัวแทนไปแข่งกับเพื่อนๆ ในรายการเวิลด์คัพที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นทีม EnVyUs ขาดผู้เล่นไปหนึ่งคน ทางกัปตันทีมที่ชื่อว่า INTERNETHULK (ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) เขาเห็นแววและชวนให้เรามาร่วมทดสอบ เลยได้ไปแข่งในรายการที่ชื่อว่า OGN Overwatch APEX Season 1ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นรายการที่ทีมจากเกาหลีจะชนะอยู่เสมอ แต่ว่าครั้งนั้นเราดันได้แชมป์พอดี ผมเลยได้ไปแข่งต่อที่รายการ MLG Vegas แล้วพอหลังจากจบรายการนั้น ทีม EnVyUs จึงรับผมเข้าทีมอย่างเป็นทางการ

ถ้าถามถึงจุดเปลี่ยนเกี่ยวกับมุมมองความคิดเรื่องการเล่มเกม คงเกิดขึ้นตอนผมอายุ 14 เพราะเริ่มแข่งเกมครั้งแรกคือเกม Audition Online เมื่อปี 2008 จนได้ตำแหน่งรองแชมป์และได้เงินรางวัลประมาณ 23,500 บาท ทำให้ผมคิดว่า การเล่นเกมมันไม่ได้มีแต่เสียอย่างเดียว เราน่าจะหาอะไรจากมันได้บ้าง และยังมีเงินซื้อของให้ตัวเองได้โดยไม่ต้องขอเงินจากแม่ ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราทุ่มเทกับมันอีกซักหน่อย จากที่เล่นเพื่อความสนุก ก็พยายามคิดว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้รับชัยชนะ เมื่อเริ่มจริงจังมากขึ้น ความสนุกก็จะลดลง พอเราทำอะไรซ้ำๆ เพื่อการพัฒนา มันไม่สนุกแล้วครับ แต่มันก็เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของเรา

©flickr.com/photos/hiljus
 

มิกเล่นตำแหน่งอะไรในทีม แล้วมันมีความสำคัญอย่างไรต่อเพื่อนร่วมทีม
หลักๆ แล้วผมเล่นตำแหน่ง Off-Tank โดยในตำแหน่ง Tank จะมีสองตำแหน่งคือ Tank หลักที่เป็นตัวปกป้องทีม เป็นแนวหน้า แต่ถ้าเป็น Tank รอง หรือ Off-Tank จะเป็นตัวช่วยเหลือเพื่อนข้างหลังและอาจบุกไปพร้อมกับตำแหน่ง DPS (Damage Per Second) ซึ่งเป็นตำแหน่งสร้างความเสียหาย Off-Tank จึงเป็นตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างรุกกับรับ

แรงบันดาลใจที่ทำให้มุ่งมั่นในเส้นทางของอีสปอร์ต คืออะไร
แรงบันดาลใจของผมคือการเอาชนะและไม่อยากเสียเวลาเปล่าๆ หมายความว่าถ้าผมเล่นเกมๆ หนึ่งไปเป็นเวลา 5 ปี ผมจะต้องได้ทักษะอะไรบางอย่างจากมัน แต่ถ้าคิดว่าเล่นไปก็ไม่ได้อะไร ก็จะเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่น มันอาจไม่ใช่เกมที่ใช้ฝีมือเยอะก็ได้ แต่ต้องอาศัยความคิดหรือความชำนาญบางอย่าง อย่างในเกม Audition Online ก็ต้องใช้ไหวพริบและความว่องไว พอถึงช่วงอายุ 16 ผมก็มาเริ่มเล่นเกมแนวยิง ซึ่งใช้ทักษะในการยิงเป้า 

อีกอย่างหนึ่งคือการเอาชนะ เช่น ถ้าเพื่อนทุกคนเล่นเกมนี้หมด ผมจะทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้เพื่อนยอมรับว่าผมเก่งที่สุด ซึ่งเป็นทั้งเรื่องกีฬาและเรื่องเรียนด้วย เหมือนเวลาผมเห็นเพื่อนบางคนใช้เวลาทำข้อสอบไม่ถึง 10 นาที แต่ทำคะแนนได้เต็ม มันทำให้สงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร และนั่นจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเรียนพิเศษ ก็เหมือนกันไม่ต่างกับอีสปอร์ต

คนทั่วไปมักเล่นเกมเพื่อความสนุก แต่ในฐานะนักกีฬา คุณยังสนุกกับเกมไหม เพราะในการแข่งขันเราจะแพ้มันไม่ได้
ช่วงที่แข่งเกมตอนอายุ 16-17 ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันสนุกแล้วนะ แต่ต้องแยกระหว่างการเล่นเกมและการแข่งเกม เพราะการเล่นเกมทุกวันนี้ผมก็ยังเล่นเกมกับเพื่อน แต่ถ้าเป็นช่วงซ้อมกับทีมจริงจัง อันนี้มันจะไม่สนุกครับ เพราะว่ามันมีเรื่องผลลัพธ์และมีโค้ชเข้ามาเกี่ยว ความกดดันมีมากขึ้นเนื่องจากว่ามันมีคนที่พร้อมจะแทนที่เราเสมอ

ส่วนประโยคที่ว่าการแข่งขันเราแพ้ไม่ได้ มันก็ไม่ได้ถูกแต่มันก็ไม่ได้ผิด ในอาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตบางสังกัดเขาจะบอกว่าคุณไม่ต้องชนะเลยก็ได้ เหมือนว่าให้เป็นหน้าเป็นตาให้กับสังกัดเฉยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วชัยชนะสำคัญมาก ถึงเขาจะไม่บอกก็เถอะ สุดท้ายแล้วถ้าเกิดว่าเราเป็นจุดด้อยของทีมอย่างเห็นได้ชัด จุดนั้นแหละครับ ต่อให้ทีมชนะคุณก็อาจอยู่ในจุดเสี่ยงที่จะโดนแทนที่แล้ว

©flickr.com/photos/hiljus
 

เนื่องจากเกม Overwatch เป็นเกมแนวมุมมองบุคคที่หนึ่งหรือ FPS (First-Person Shooter) เรามีการฝึกซ้อมอย่างไร ซ้อมกับเกม Overwatch อย่างเดียว หรือซ้อมกับเกม FPS  อื่นๆ และเรื่องสภาพร่างกายจำเป็นไหมสำหรับการแข่งขัน
เกมแนวเดียวกันไม่ใช่ว่าจะซ้อมแทนกันได้ ถ้าเราอยากเก่งเกมอะไร เราก็ต้องเล่นเกมนั้น แต่ถ้าถามว่าเราได้ทักษะจากเกมแนวเดียวกันเกมอื่นไหม มันก็ได้ แต่มันจะมีเรื่องการเข้าใจเกมเข้ามาเกี่ยวด้วย อย่างเรื่องกลยุทธ์และการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งมันสำคัญกว่าฝีมือการเล็งยิงมาก และมันหาไม่ได้จากเกมอื่น เพราะฉะนั้นการฝึกซ้อมมันต้องเป็นการฝึกซ้อมในเกมที่เราแข่งเท่านั้น เกมอื่นอาจจะช่วย แต่เทียบกับเวลาที่เสียไปมันไม่คุ้ม

 

เรื่องสภาพร่างกายจำเป็นอยู่แล้ว ในเมื่อมันถูกเรียกว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ถึงอาจจะไม่ต้องลงแรงมาก แต่สภาพร่างกายย่อมมีผลต่อความคิดและการตัดสินใจ แค่เราป่วยเป็นไข้หวัด ไม่ต้องถึงกับเจ็บนิ้วมีดบาด ก็ทำให้เราคิดช้าลง การตัดสินใจแย่ลงแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ป่วยมักจะโดนพัก ในกรณีที่มีตัวสำรอง คนนั้นจะต้องพักจนกว่าจะหายจึงสามารถกลับมาแข่งได้ ส่วนถ้าเป็นการบาดเจ็บทางกายภาพ มันชัดอยู่แล้วว่าส่งผลโดยตรง อย่างเช่นเจ็บข้อมือ อันนี้ต้องพักเลย

คิดว่าตอนนี้วงการอีสปอร์ตในประเทศไทยเป็นอย่างไร
ก่อนที่ผมจะมาอยู่อเมริกา ผมว่าวงการอีสปอร์ตของไทยก็โตกว่าเดิมเยอะแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินรางวัลในการแข่งขันที่มากขึ้น สปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้น การสตรีมมิ่งมีคนเข้ามาติดตามมากขึ้น และอีกเหตุผลหนึ่ง ผมว่าเพราะเด็กโตขึ้นด้วยครับ จากเมื่อก่อนวงการอีสปอร์ตมีแต่เด็กอายุ 12 -13 ตอนนี้เด็กๆ เขาโตกันหมดแล้วเป็นวัยทำงาน ก็ช่วยดันวงการได้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องของเด็กแล้วครับ และยิ่งในตอนนี้ ประเทศไทยประกาศให้อีสปอร์ตเป็นกีฬาด้วย ผมคิดว่าน่าจะดีขึ้นกว่าเดิมเยอะนะครับ

มีอีกหลายคนที่ฝันจะเป็นเกมแคสเตอร์ สตรีมเมอร์ หรือเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต มีคำแนะนำอะไรบ้างสำหรับคนที่มีเป้าหมายในสายอาชีพนี้
จริงๆ ผมไม่เคยผ่านจุดที่โดนต่อต้านที่จะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต แล้วก็ไม่เคยอยากที่จะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตและเกมแคสเตอร์มาตั้งแต่แรกด้วย เพราะในสมัยนั้น สองสิ่งนี้มันยึดเป็นอาชีพไม่ได้ ผมก็แค่เล่นเกม แล้วก็ได้เงินนิดหน่อยพอที่จะซื้อของที่อยากได้ ส่วนมากหากคนเขาจะมาว่าเกี่ยวกับตัวเราก็จะผ่านมาทางแม่มากกว่า เพราะฉะนั้นเมื่อแม่มาบอกผม เขาจะมาพูดประมาณว่า อย่าให้มันกระทบกับการเรียนก็พอแล้ว

แต่ปัจจุบันเราสามารถยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลักได้แล้วและค่อนข้างมั่นคง ถ้าคุณก้าวมาถึงนะ ฉะนั้นต้องเผื่อใจไว้บ้างนะครับ ผมคิดว่าการทุ่มสุดตัวมันไม่คุ้ม เช่นตัดสินใจออกจากการเรียนมาเพื่อทุ่มสุดตัวเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตหรือเป็นสตรีมเมอร์ (คนที่เล่นเกมให้คนอื่นดูแบบสดๆ)  ผมคิดว่าไม่คุ้มเสี่ยงครับ ขนาดตอนที่ผมอยู่ม.ปลาย ผมเรียนวันละ 12 ชม. วันหยุดผมเรียน 6 ชม. เวลาที่เหลือไปเล่นเกม มันก็พอที่จะฝึกเกมไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วยได้ ถ้าผมตัดสินใจเทสุดตัว ก็คงไม่มีวันนี้สำหรับผม ที่สำคัญนักกีฬาไม่ว่าจะแบบไหนก็ไม่ควรนอนน้อย เพราะสุขภาพมันสำคัญกว่าอนาคตอยู่แล้ว  ถ้าสู้แทบตายจนประสบความสำเร็จ แต่กลายเป็นคนขี้โรคก็ไม่ดี ฉะนั้นควรจัดเวลาให้ดี ไม่ควรหักโหม รวมทั้งการเล่นเกมด้วยนะ

©flickr.com/photos/hiljus
 

นอกจากเกมสำหรับแข่งแล้ว ยังมีเกมอื่นที่เล่นไหม หรือเล่นเกมในแพลตฟอร์มอื่นบ้างไหม
ถ้าเป็นช่วงที่ผมอยู่ไทย ผมเล่นเกมค่อนข้างหลากหลายนะ ช่วงที่อยู่ม.6 แล้วเพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัย ผมไปเล่นพวก  Arcade Game (เกมตู้) ช่วงนั้นผมติดเกมเต้นมากเพราะรู้สึกว่าได้ออกกำลังกายและได้เล่นเกมไปด้วย ส่วนเกมอื่นๆ ผมไม่ค่อยได้เล่นเยอะมากครับ ส่วนมากก็จะเล่นตามเพื่อน

 

ตั้งแต่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมา เคยมีเรื่องอะไรที่เราคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” แล้ว “เป็นไปได้” บ้างไหม แล้วมีวิธีไหนในการทำ “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้” บ้าง
การที่ผมเข้ามาอยู่ตรงนี้ มันเหนือกว่าคำว่า “คิดว่าเป็นไปไม่ได้” อีก เพราะผมไม่เคยคิดถึงมันเลย ไม่มีใครเคยคิดถึงว่าจะมีนักกีฬาไทยมาอยู่ในทีมระดับโลก มันเป็นสิ่งที่มีคนพยายามมาเป็นสิบปีแต่ก็มาไม่ถึง ยังมีเรื่องการแข่งอีก ที่เรียกว่าเป็นไปได้ยาก ตอนที่ผมแข่งครั้งแรกรายการ OGN APEX ซึ่งเป็นการแข่งแบบ Single-Elimination คือแพ้แล้วตกรอบเลย ทีมแรกที่ผมเจอเป็นเต็งหนึ่งของรายการ ผมเข้ามาเป็นตัวสำรอง ผมสู้ใครไม่ได้เลย ซ้อมก็แพ้ แพ้ทุกทีม อย่าว่าทีมเต็งหนึ่งเลย ทีมธรรมดาก็แพ้ แล้วมันเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ แม้จะเป็นไปได้ยากมาก 

ตอนนั้นผมคิดว่าการจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เป็นเรื่องของทัศนคติ การที่เราไม่ยอมแพ้ คิดว่าเขาก็เป็นคนเหมือนเราซึ่งสามารถทำพลาดได้ ต่อให้เขาเป็นทีมที่เก่งที่สุดก็ตาม ผมจึงคิดว่าเรามีสิทธิ์ที่จะชนะได้ ในระหว่างการแข่งผมไม่ได้คิดเรื่องว่าเขาเก่งแค่ไหน ผมคิดแค่ว่าผมจะทำพลาดให้น้อยที่สุด และผมก็ค่อยๆ ดูว่าฝั่งตรงข้ามพลาดอะไรบ้าง สุดท้ายผมก็ชนะมาได้ แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเขาเล่นพลาดเยอะจริงๆ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าทีมผมเก่งกว่า ถึงจะมาดูย้อนหลังก็ยังไม่คิดว่าเก่งกว่า เพียงแต่เขาเล่นพลาดในวันนั้นพอดี เลยทำให้เขาต้องแพ้ไป

เป้าหมายต่อไปในอาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตคืออะไร
ผมว่าเป้าหมายต่อไปของนักกีฬาอีสปอร์ตของผมไม่มีแล้วนะ ถ้าผมไปต่อมากกว่านี้ มันจะขัดกับสิ่งที่ผมไม่อยากเป็น คือการเป็นคนดัง ดังในวงการผมโอเค แต่ไม่อยากถึงขั้นไปไหนคนก็รู้จัก เพราะฉะนั้นผมไม่มีเป้าหมายต่อไปสำหรับอีสปอร์ต แต่ผมมีเป้าหมายต่อไปสำหรับชีวิต คือผมคิดว่าหลังจากผมไม่ได้เป็นนักกีฬาอีสปอร์ตแล้ว ผมจะไปทำอะไร อันนี้ก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหนและเมื่อถึงจุดนั้นแล้ว มันจะมีอะไรที่น่าสนใจหรือน่าเข้าไปศึกษาหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือผมจะไม่กลับมาเป็นมนุษย์เงินเดือน ผมรู้สึกว่าผมใช้ชีวิตไม่คุ้ม แต่เอาจริงๆ ตอนนี้อาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตของผมนี่มันเหมือนมนุษย์เงินเดือนมากเลย คือที่ซ้อมก็เป็นออฟฟิศ ผมก็ต้องไปแล้วเลิกงานตามปกติ และนอกเวลาก็ต้องซ้อมต่างหากอีก แต่มันมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือมีช่วงหยุดยาวหลังจบลีก ก็ถือว่าทดแทนกันไป ผมก็ไม่รู้ว่ามันคุ้มไหมเพราะบางทีมันก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันCT 

Mickie - ปองภพ รัตนแสงโชติ

©flickr.com/photos/hiljus
 

Education background
ก่อนจะมาเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต ผมศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันยังคงดรอปและรักษาสถานภาพนิสิตไว้

Experience / Skill
ผมไม่อยากเหมารวมว่า “เกม” เพราะจริงๆ เกมแต่ละแนวใช้ทักษะที่แตกต่างกัน ซึ่งผมถนัดแนว FPS, MOBA และ Rhythm นอกจากเกมก็มีเปียโน ยิมนาสติก และเรื่องหุ้น

Interest
เปียโน การลงทุนต่างๆ และการออกกำลังกาย

Personality
ค่อนข้างจะมองโลกแง่บวก เข้ากับคนง่าย จริงจังบางครั้ง

Love / Hate
รักอิสระ / เกลียดคนเห็นแก่ตัว

Obsession: In / Out 
ดนตรี

Tool / gadget 
โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ นาฬิกา แต่ส่วนใหญ่จะไม่แตะอย่างอื่นเลย ถ้าไม่ได้อยู่คนเดียว

A Big Fan of…
อาหารญี่ปุ่น

เรื่อง : นพกร คนไว