แม้จะยังตอบไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะสิ้นสุดลงเมื่อไร หรืออนาคตหลังโรคร้ายผ่านพ้นไปแล้วจะเป็นแบบไหน แต่มนุษย์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดต่อสถานการณ์เช่นนี้ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับโควิด-19

เนื่องจากเชื้อไวรัสนั้นแพร่กระจายผ่านการสัมผัสร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและสามารถซ่อนตัวอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้นานกว่าสองสัปดาห์ก่อนแสดงอาการ ทำให้การใช้รังสีฉายเพื่อกำจัดเชื้อโรค (Ultraviolet Germicidal Irradiation หรือ UVGI) ได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็ว รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นต่ำกว่าที่ตามองเห็นซึ่งแผ่จากดวงอาทิตย์มายังโลก ประกอบไปด้วยคลื่น UV-A UV-B และ UV-C โดยปกติแล้วคลื่นทั้ง 3 ชนิดนั้นล้วนเป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะ “UV-C” ที่แม้จะไม่สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศที่มีโอโซนเข้ามายังโลกได้ แต่ก็มีพลังงานในการทำลายสิ่งมีชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย จึงนิยมนำมาประยุกต์ใช้สำหรับฆ่าเชื้อภายในโรงพยาบาล เครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์ทำความสะอาดรถโดยสารสาธารณะ รวมไปถึงอุปกรณ์ฆ่าเชื้อส่วนบุคคล เช่น กล่องอบฆ่าเชื้อโทรศัพท์มือถือ หรือกระบอกน้ำที่มีหลอดยูวีสำหรับฆ่าเชื้อภายในตัว

จากงานวิจัยของบริษัท Seoul Viosys ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี LED จากเกาหลี ยืนยันว่า ในสภาวะที่ทดสอบ UV-C แบบหลอด LED สามารถกำจัดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) หรือ COVID-19 ได้ถึง 99.9% ซึ่ง UV-C ในช่วงความยาวคลื่นประมาณ 200-280 นาโนเมตร ที่นิยมนำมาใช้งานทั่วไปในปัจจุบันนั้น แม้จะกำจัดเชื้อโรคได้จริง แต่ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานที่เป็นอันตราย หากมีการสัมผัสกับแสงโดยตรง โดยเฉพาะดวงตาและผิวหนัง ทำให้ยังต้องใช้งานภายในระบบปิดเท่านั้น

ล่าสุดบริษัท Ushio Inc. และทีมนักวิจัยจาก Kobe University ยังได้ร่วมมือกันวิจัยและแสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกของโลกว่า การใช้งาน UV-C ที่ความยาวคลื่น 222 นาโนเมตร  หรือที่รู้จักกันว่า Far-UVC Light สามารถฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้มีประสิทธิภาพเท่ากับ UV-C แบบดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมคือความปลอดภัยต่อผิวหนังและดวงตาของมนุษย์มากขึ้น ประกอบกับผลการศึกษาของดร. เดวิด เบรนเนอร์ (Dr. David Brenner) แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และปาร์ก ซังจิน (Park Sung-Jin) จาก Eden Park Illumination, Inc. ที่ศึกษาถึงการใช้งาน UV-C ที่ความยาวคลื่น 207-222 นาโนเมตรสำหรับใช้ในการผ่าตัด พบว่าช่วยลดการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดและลดการฟุ้งกระจายของเชื้อวัณโรคและไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน 

ในอนาคตเราจึงอาจได้เห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อมนุษย์เหล่านี้ร่วมกับการออกแบบเพิ่มเติมเพื่อใช้ในพื้นที่สาธารณะทั้งในและนอกอาคารเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ เช่น การใช้งานหุ่นยนต์ทำความสะอาดตามพื้นที่ต่าง ๆ ของอาคาร การฆ่าเชื้อในห้องน้ำแบบอัตโนมัติ หรือการฆ่าเชื้อในบริเวณที่ผู้คนพลุกพล่าน รวมไปถึงอุปกรณ์ฆ่าเชื้อแบบพกพาที่ใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น   

ดังนั้นอ่านจบแล้ว ก็ควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C มาใช้กัน เพื่อความสะอาดที่ปลอดภัยและสบายใจของผู้ใช้เอง

ที่มา
อินโฟกราฟิก “รู้...สู้ไวรัส COVID-19 ตอน รังสียูวีซี (UV-C) กำจัดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ ถ้าใช้ให้ถูกวิธี” จากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ,
บทความ “Ultraviolet-LED Maker Demonstrates 30-Second Coronavirus Kill” โดย Samuel K. Moore จาก IEEE SPECTRUM,
รายงานวิจัย “Repetitive irradiation with 222nm UVC shown to be non-carcinogenic and safe for sterilizing human skin” โดย Professor NISHIGORI Chikako และคณะ จาก  KOBE UNIVERSITY และ
รายงานวิจัย “Monochromatic 222 nm UV light: Development of a safe, cost-effective technology for the efficient reduction of bacterial and viral infection and transmission” โดย Park, Sung-Jin และ Brenner, David Jonathan จาก Eden Park Illumination, Inc.

ดัดแปลงภาพจาก : rawpixel.com/ Kappy Kappy

เรื่อง : มนต์นภา ลัภนพรวงศ์