เจเนอเรชั่นซี (Generation Z) เป็นกลุ่มคนที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) เพราะเป็นผู้ใช้งานหลักของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างมูลค่าทางการตลาด การเติบโตในโลกดิจิทัลแบบเต็มตัวของกลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2548-2552 ทำให้เกิดบริการและโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อรองรับกลุ่มคนในช่วงวัยนี้ รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างแท้จริงของพวกเขาในสถาบันการศึกษาด้วยเช่นกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว CU NEX Application แอพพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงทุกมิติในการใช้ชีวิตของนิสิต อาจารย์ และบุคลากรในรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้ประกาศนโยบายที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์แห่งทศวรรษ ด้วยการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ยกระดับการเรียนการสอน การพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างสรรค์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของนิสิต เปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือครั้งนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบันการเงินและสถานศึกษา นับเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ในการเข้าไปเชื่อมโยงการใช้ชีวิตของลูกค้าและเติบโตไปพร้อมกัน ทั้งนี้ธนาคารคาดการณ์ว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มนักศึกษาได้กว่า 38,000 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ธนาคารเข้าถึงข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก (Data Driven Insights) เพื่อนำมาพัฒนาและต่อยอดสู่ดิจิทัลเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ และอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกคนอย่างตอบโจทย์และครอบคลุมต่อไป 

การเชื่อมโยงทุกมิติในการใช้ชีวิตที่จะมารองรับนิสิตที่เป็นกลุ่มเจเนเรอชั่นซีเริ่มขึ้นในทุกจุดสัมผัสบริการ (Touch Point) ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย นิสิตสามารถตรวจสอบตารางเรียนและห้องเรียน หรือค้นหา e-Book ที่สนใจจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องเรียน เมื่อเดินทางถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ยังสามารถตรวจสอบตารางเวลา สถานะ และตำแหน่งของรถประจำทางภายในมหาวิทยาลัย เพื่อวางแผนเดินทางไปยังจุดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นิสิตสามารถค้นหาหนังสือจากทุกห้องสมุดในมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่หลังเลิกเรียน ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ด้วยการจองการเข้าร่วมกิจกรรมภายในของมหาวิทยาลัยที่สนใจ หรือจองสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการให้บริการระบบ SOS ในแอพพลิเคชั่นเพื่อการใช้ชีวิตที่ปลอดภัยในมหาวิทยาลัยด้วย 

ในอนาคต CU NEX Application ยังมีแผนจะพัฒนาแพลทฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ของข้อมูลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Data Hub ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning รวบรวมพฤติกรรมของนิสิต และการใช้ Business Intelligence วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมในการพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการจัดการงานเอกสารสำคัญต่างๆ ของมหาวิทยาลัยด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน Blockchain ทั้งหมดนี้เป็นการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล และเทรนด์เหล่านี้ถือเป็นการตอบโจทย์ธุรกิจในฝั่งการเงินการธนาคารด้วย เนื่องจากธุรกิจธนาคารนั้นเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมมาสู่ Mobile Banking ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปในทุกระดับ

ที่มา:
บทความ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว CU NEX Application ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจากกสิกรไทย มุ่งขับเคลื่อนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่อนาคตด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี” จาก efinancethai.com

เรื่อง: ชมพูนุท วีรกิตติ และปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข