สัตว์โลกน้อยใหญ่ ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลหายากปรากฏกายให้เห็นมากขึ้นในช่วงที่ไร้วี่แววมนุษย์ในสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยคลาคล่ำด้วยฝูงชน การฟื้นตัวของธรรมชาติและระบบนิเวศเมื่อกิจกรรมทุกอย่างหยุดชะงัก มองในแง่หนึ่งอาจจะดี...แต่อีกมุมก็เป็นเพียงภาพฉาบฉวยที่ไม่ยั่งยืนอย่างที่หลายคนคิด 

แม้ว่าเราจะเริ่มกลับมาท่องเที่ยวกันได้แล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนคงอยากให้ภาพความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเหล่านี้คงอยู่ไปนาน ๆ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ปัญหาการท่องเที่ยวที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติคลี่คลาย ให้สมกับเป็นการเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้จัดทำชุดซีรีส์นโยบายเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือข้อเสนอเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งหมด 4 ข้อ เพื่อช่วยให้การท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้ไม่รบกวนธรรมชาติจนเกินไป และได้รักษาให้สิ่งสวยงามให้ยังคงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน

  1. ประชาสัมพันธ์ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงข้อปฏิบัติ มาตรการ และข้อตกลงที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงความรู้และความสำคัญของการดูแลรักษาธรรมชาติให้แก่ประชาชน หรือร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อการสอดแทรกประเด็นเหล่านี้ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งยังสามารถร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสำหรับการให้ข้อมูลและสร้างความตระหนักให้แก่นักท่องเที่ยว
  2. จำกัดนักท่องเที่ยว เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจัดความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการระบาดของโรคแล้ว ยังช่วยรักษาสถานที่จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากเกินไปด้วย โดยอุทยานแห่งชาติได้ออกมาตรการใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนเข้าสถานที่ผ่านแอพพลิเคชัน และประกาศว่า “หากเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแล้วนักท่องเที่ยวทิ้งขยะจนทำให้สัตว์ป่าล้มตายอีก อาจมีการประกาศปิดให้บริการทันที” ทั้งยังมีช่วงเวลาปิดทำการเพื่อให้ธรรมชาติได้กลับมาฟื้นฟู
  3. เที่ยวคับคุณภาพ จากปกติที่การท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีเป้าหมายเป็นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้เราเน้นที่การท่องเที่ยวเชิงปริมาณเป็นหลัก หลังวิกฤตครั้งนี้ เราอาจะต้องทบทวนเปลี่ยนมาใช้มาตรการการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องคุณภาพแทน โดยทีดีอาร์ไอเสนอว่า ให้เล็งไปที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ที่จะทำให้การเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติของเรากลมกลืนไปกับสถานที่ รู้รักษาสิ่งแวดล้อม และไม่รบกวนธรรมชาติไปในตัว
  4. กลับมาให้ดีกว่าเดิม แนวคิดที่เรียกว่า Building Back Better ซึ่งใช้ในการฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ หลังการเกิดภัยพิบัติ สามารถนำมาปรับใช้กับวิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งนี้ได้โดยเฉพาะในแง่ของการจัดการธรรมชาติให้ดีกว่าเมื่อครั้งก่อนที่จะเกิดโควิด-19 ทั้งนี้ก็เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเรามีความสวยงามยั่งยืน และมีเกราะป้องกันจากเหตุการณ์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

หากเราอยากให้สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ เพื่อจะได้มีที่ไว้ให้เที่ยวและให้สมกับที่ได้ตำแหน่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามติดอันดับโลกต่อไป การร่วมมือร่วมใจกันเพื่อพลิกเกมในครั้งนี้ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นเดิมพัน ก็จำเป็นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่น้อยเลย

ที่มา : บทความ “เปลี่ยนวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาส: การพลิกฟื้นทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” (16 มิถุนายน 2563) โดย ประมณฑ์ กาญจนพิมลกุล และ ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ จาก tdri.or.th

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร