เราคงไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่ง เสียงไอค่อก ไอแค่ก ของผู้คนในสังคมจะกลายเป็นเสียงสัญญาณสำคัญที่บอกให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งคนทำงานทุกระดับในระบบเศรษฐกิจ ต่างต้องปรับตัวแบบฉับพลัน !

 

การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่เราต่างเผชิญตั้งแต่ช่วงต้นปีพ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เป็นปรากฎการณ์ครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิต ความเป็นความตายของผู้คน และแน่นอนว่ากระทบไปถึงความอยู่รอดของธุรกิจ และเศรษฐกิจทั้งระบบที่ผูกโยงกัน 

ผู้คนต่างต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง หยุดเชื้อไม่ให้แพร่ไปในวงกว้างด้วยการ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน เลี่ยงการออกไปข้างนอกบ้าน ‘พยายามทำทุกอย่างอยู่ที่บ้าน’ ให้มากที่สุดทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตพักผ่อน แต่ไม่ว่าวิถีชีวิตจะเกิดขึ้นในสถานที่ใด ความต้องการพื้นฐานของคนยังคงเหมือนเดิม เพียงแค่เกิดขึ้นในรูปแบบที่เปลี่ยนไป และเมื่อพฤติกรรมคนเปลี่ยนอย่างไม่ทันตั้งตัว ธุรกิจต่างต้องรีบปรับตาม หยิบแผนสำรองมาใช้ หรือเขียนแผนขึ้นใหม่ให้ทันเวลา

 

Work & Life at Home

ผู้คนยังคงต้อง ‘กินอาหาร’ ในแบบที่เคยกิน เมื่อมีโบนัสเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการไม่ต้องเดินทาง หลายคนมีโอกาสลุกขึ้นมาทำอาหารเอง ปลุกความเป็นเชฟในตัวขึ้นมา ‘เสื้อผ้า แฟชั่น การแต่งหน้า’ อาจไม่สำคัญในช่วงนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ต้องออกไปพบเจอใคร แต่ ‘ไฟฟ้าและสัญญาณอินเตอร์เน็ต’ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ยิ่งทวีความสำคัญขึ้นมา ทำให้ผู้คนยังสามารถเชื่อมต่อกันได้แบบไร้สาย ไร้การสัมผัสในช่วงเว้นระยะห่างทางสังคมแบบนี้ และปัจจัยที่เพิ่มมาคงเป็นเรื่องของ ‘ความสะอาดและการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางสุขภาพ’ ซึ่งจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ (Norm) ที่คนหันมาให้ความสำคัญในทุกกิจกรรมของชีวิต

ในด้านธุรกิจ กลุ่มคนที่ยังพอมีกำลังซื้อคือกลุ่มเป้าหมายในฐานะ ‘ลูกค้า’ ที่ยังคงต้องการเข้าถึงปัจจัยเหล่านี้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางเดิมอย่างที่เคยทำได้ การทำการตลาดและแผนการสื่อสารของธุรกิจจึงต้องเดินหน้าในเชิงรุก เข้าหาลูกค้าผ่านช่องทางที่เหลืออยู่ทางออนไลน์เท่านั้น ส่วนการนำเสนอบริการและสินค้าเน้นการ ‘ส่งตรงถึงบ้าน’ ให้เร็วที่สุดในรูปแบบที่แตกต่างกันตามกำลังความสามารถของธุรกิจ

เราได้เห็นธุรกิจในประเทศไทยที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส หยิบเอาความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนรูปไป มาเป็นโจทย์ใหม่ในการปรับแผน บวกด้วยความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ ท่ามกลางพื้นฐานทรัพยากรทางธุรกิจอาจมีอยู่ไม่เท่าเดิม

 

New Size for Quarantine Life: ขนาดใหม่ กินใช้ในช่วงกักตัว

เมื่อกิจกรรมการออกไปจ่ายตลาดกลายเป็นภาพคล้ายการส่งตัวแทนในครอบครัวออกไปล่าอาหาร เสี่ยงชีวิตเพื่อหาเสบียงกลับมาให้คนในครอบครัวได้อิ่มท้อง โอกาสทางธุรกิจจึงกลายเป็นของบริการส่งสินค้าถึงบ้าน แต่สำหรับผู้บริโภคตัวเลือกในการลดความเสี่ยงนี้ต้องแลกมากับค่าบริการส่งราคาแพง และขยะที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากบรรจุภัณฑ์อาหาร บริการส่งถึงบ้านจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด โจทย์ใหม่นี้จึงเป็นการบ้านของแบรนด์สินค้าที่หันมาพัฒนา ‘สินค้าที่มาในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ขึ้น’ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในด้านความคุ้มค่า ปรับขนาดใหญ่จุใจแบบแฟมิลิไซส์ (Family Size) กินใช้ได้นานขึ้น พ่วงมาด้วยความรู้สึกดี ที่สามารถลดจำนวนขยะบางส่วนลงได้ ในฟากของธุรกิจเองการปรับขนาดสินค้าก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ที่มากขึ้นต่อการซื้อหนึ่งครั้ง พร้อมกับสร้างประสบการณ์ใหม่ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

ภาพตัวอย่างธุรกิจกาแฟ ชานม ไอศครีมที่ปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่จุใจ
ภาพจาก: Guss Damn Good, Brave Roasters, Bea.officialth

 

New Product from Existing Resource: ผลิตภัณฑ์ใหม่ จากวัตถุดิบเดิม

นอกจากการปรับขนาดของสินค้า บางธุรกิจถึงกับต้องหยุดการผลิตไลน์สินค้าเดิม และปรับแผนในการนำวัตถุดิบที่มีมาพัฒนาเป็นสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เร่งด่วน ตัวอย่างธุรกิจที่เห็นได้ชัดคือแบรนด์เสื้อแฟชั่นที่ปรับกระบวนการตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นการตัดเย็บหน้ากากผ้า หลายแบรนด์ยังคงคอนเซปต์ ตัวตนของแบรนด์ไว้ด้วยการนำเทคโนโลยีและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์มาใส่ในดีไซน์ของหน้ากาก สร้างรายได้ทางธุรกิจให้ยังเกิดขึ้นจากทิศทางใหม่ ในช่วงเวลาที่การซื้อเสื้อผ้าใหม่อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้ามองหาขณะต้องใช้ชีวิิตอยู่แต่ในบ้าน

ภาพตัวอย่างธุรกิจเสื้อผ้าที่ปรับกระบวนการตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นการตัดเย็บหน้ากากผ้า
ภาพจาก: The Parrot Bangkok, GQ Apparel, Rotsaniyom

 

Service at Home: บริการถึงบ้าน ประสบการณ์เต็มรูปแบบ

สินค้าหรือบริการหลายอย่างที่ลูกค้าคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์ และจำเป็นต้องสัมผัสสินค้าโดยตรง คงรอให้ลูกค้าออกจากบ้านเพื่อไปใช้บริการไม่ได้ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับกลยุทธ์เชิงรุก ยกบริการมาให้ถึงบ้านเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ใกล้เคียงกับการบริการในร้านที่สุด อย่างธุรกิจอาหารระดับพรีเมียมอย่าง เชฟส์ เทเบิล (Chef's Table) เชฟบางคนยกครัวไปที่บ้านของลูกค้าเพื่อปรุงอาหารให้อย่างเต็มรูปแบบบนโต๊ะอาหารส่วนตัวซึ่งยังคงเว้นระยะห่างทางสังคมไว้ ในขณะที่ร้านมิชลินสตาร์บางร้านปรับตัวจากการเปิดจองโต๊ะ เป็นการจองเซ็ตอาหารที่ส่งตรงถึงหน้าบ้าน 

ภาพตัวอย่างธุรกิจร้านมิชลินสตาร์ปรับตัวจากการเปิดจองโต๊ะเป็นการทำเซ็ตอาหารแบบเดลิเวอรี่
ภาพจาก: Le Du, Khao

อีกตัวอย่างธุรกิจที่ปรับรูปแบบการบริการอย่างชุดว่ายน้ำพรีเมียม เป็นสินค้าที่แบรนด์เข้าใจดีว่าลูกค้าจำเป็นต้องลองสินค้าทางแบรนด์จึงพัฒนา ‘บริการส่งสินค้าให้ลองถึงบ้าน’ เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสเนื้อผ้า ทดลองสวมใส่ก่อนตัดสินใจซื้อ

ภาพตัวอย่างธุรกิจที่ปรับบริการส่งสินค้าให้ลองถึงบ้าน

ภาพจาก: V Activeware

 

Drive Thru Service: รับบริการแบบขับรถผ่าน เว้นระยะห่างให้มากที่สุด

ส่วนธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องส่งมอบบริการหรือประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ และผู้ให้บริการเองก็ไม่สามารถยกบริการไปหาลูกค้าถึงที่ได้ ช่องทางในการรับบริการแบบที่ลูกค้ายังคงนั่งอยู่ในรถ จึงเป็นตัวเลือกที่ลดการสัมผัสกันได้มากที่สุด อย่างบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชนพัฒนาขึ้น เป็นอีกตัวอย่างของบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงและต้องการตรวจเชื้อสามารถเข้ารับบริการได้ โดยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ในด้านของผู้ให้บริการทางการแพทย์เองก็ลดโอกาสในการสัมผัสผู้ที่อาจมีเชื้อไวรัส และสามารถจัดการบริการให้เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ลดต้นทุนทางธุรกิจในการทำความสะอาดสถานที่ และสามารถเปิดรับผู้ที่ต้องการตรวจหาเชื้อได้จำนวนมากขึ้นต่อวัน

ภาพตัวอย่างบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รูปแบบไดรฟทรู (Drive Thru)
ภาพจาก: โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ และโรงพยาบาลรามคำแหง\

 

Virtual Service: บริการเสมือน ในยามที่ต้องห่างกัน

ธุรบริการบางรูปแบบทำได้แค่เพียงสร้างประสบการณ์เสมือนจริงเท่านั้น อย่างธุรกิจศูนย์ออกกำลังกาย ฟิตเนส โยคะ ไม่สามารถเปิดพื้นที่ให้สมาชิกเข้ามาใช้บริการได้ แต่ลูกค้ายังคงต้องการออกกำลังกาย ยิ่งการใช้ชีวิตในบ้านที่มีโอกาสให้ได้ขยับร่างกายและเคลื่อนไหวน้อย ธุรกิจกลุ่มนี้จึงต้องหันมาเปิดคลาสสอนออกกำลังกายผ่านทางออนไลน์ เพื่อให้สมาชิกยังคงสามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับเทรนเนอร์ สร้างวินัยให้ออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังมีเพื่อนร่วมออกกำลังกายในโลกออนไลน์ไปด้วย ผู้ให้บริการบางรายถึงกับปรับรูปแบบบริการเสริมด้วยการเปิดให้เช่าอุปกรณ์ออกกำลังกายพร้อมบริการติดตั้งอุปกรณ์ถึงบ้าน ในยามที่บ้านสามารถเป็นทุกสถานที่ได้ และแบรนด์ยังสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงเดิม สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยไม่ต้องเว้นระยะ

ภาพตัวอย่างคลาสออกกำลังกายออนไลน์ และบริการเช่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ภาพจาก: Absolute You


รูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจเหล่านี้ ถูกพัฒนาขึ้นในเวลาอันสั้นเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ถึงแม้ก่อนที่วิกฤตการณ์โควิด-19 จะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ต่างรู้ดีว่าอนาคตของธุรกิจและเศษฐกิจมีความผันผวน ไม่แน่นอน ทั้งจาก Digital Disruption ที่อาจจะเข้ามาแทนที่สินค้าหรือบริการของเราเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุฉะงักจากโรคระบาดที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และมีจุดจบที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันแล้ว เราต่างได้รับบทเรียนของความไม่แน่นอนแห่งอนาคต

 

What’s your plan?

แผนฉุกเฉินของบริษัทในปีหน้าอาจไม่ใช่แค่การซ้อมหนีไฟ อย่างน้อยรูปแบบการ Work From Home อาจต้องถูกซักซ้อมอย่างเป็นระบบ และการปรับแผนธุรกิจที่ต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างแน่นอน 
 

‘ความสะอาด สุขอนามัยจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญ รวมทั้งระยะห่างทางสังคมที่ไม่อาจกลับมาใกล้ชิดกันเท่าเดิม..’

แล้วคุณล่ะ เตรียมแผนฉุกเฉินรองรับธุรกิจ หรืออนาคตของคุณไว้แล้วหรือยัง?

 

เรียบเรียงโดย โศภิษฐา ธัญประทีป