“ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเขาทำกันอย่างไร” คงเป็นคำถามที่หลายคนพยายามค้นหาคำตอบอยู่ แน่ล่ะว่าเขาต้องมี ‘สิ่งที่คนอื่นไม่มี’ เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยากยิ่ง เหมือนที่ผู้ประกอบการเจ้าใหญ่ ๆ เคยสร้างและยังคงรักษาไว้อย่างมั่นคง

หากดาวิดเอาชนะโกลิอัท ชายร่างยักษ์ที่เป็นต่อทั้งพละกำลังและขนาดตัวที่ใหญ่กว่าได้ฉันใด ธุรกิจเล็ก ๆ ก็สามารถเอาชนะผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ฉันนั้น ด้วยสิ่งที่ต้องมีก็คือ ‘สูตรลับเฉพาะตัว’

คราฟต์เบียร์ถือเป็นตัวอย่างของการเติบโตที่เห็นได้ชัดเจนของคนตัวเล็ก ซึ่งสามารถเขย่าบัลลังก์แบรนด์ใหญ่ให้สะเทือนได้ อาจไม่ถึงกับโค่นลง แต่ก็สร้างแรงกระเพื่อมได้ด้วยอัตราการเติบโตในแต่ละปีที่สูงพอตัว

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีอำพันที่บ้านเรามีกันอยู่ทุกวันนี้เรียกว่า ลาเกอร์ (lager) เป็นชนิดเบียร์ที่ฮอตฮิตที่สุดของคนทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากโรงกลั่นเจ้าบิ๊กเบิ้มที่กินส่วนแบ่งตลาดไปแล้วแทบทั้งหมด แต่นั่นก็เป็นระยะก่อนที่คราฟต์เบียร์จะเริ่มเข้ามามีบทบาท 

วัตถุดิบที่นำมาปรุงเบียร์ เช่น มอลต์ ที่ได้จากข้าวหรือธัญพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ส่วนมากมักถูกแทนที่ด้วยวัตถุดิบใกล้เคียงเพื่อผลประโยชน์สูงสุดทางการค้า แต่ทว่าคราฟต์เบียร์จะเน้นที่การนำวัตถุดิบจริง ๆ ผสมกับส่วนผสมอื่นที่นอกเหนือจากส่วนผสมหลักมาปรุงเพิ่มด้วย และโดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อดึงรสชาติที่คุ้นเคยนำมาชูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้ทั้งกลิ่น สี และรสชาติมีหลากหลายกว่าลาเกอร์เบียร์ตามท้องตลาด ส่งผลให้เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของคราฟต์เบียร์ ที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและดึงมาเป็น ‘สูตรลับเฉพาะของตนเอง’ 

สมาคมผู้ผลิตเบียร์ของสหรัฐอเมริกา (Brewers Association) ให้คำจำกัดความของคราฟต์เบียร์ผ่านข้อกำหนดหลักเกณฑ์การเป็นโรงผลิตคราฟต์เบียร์ไว้ 3 ข้อด้วยกัน คือ มีกำลังการผลิตน้อย (6 ล้านบาร์เรลต่อปีหรือน้อยกว่า) เป็นอิสระ ด้วยการมีผู้ถือหุ้นที่ไม่ใช้ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ด้วยกันเองไม่เกิน 25% และใช้วัตถุดิบคุณภาพพร้อมกับคงความเป็นวัตถุดิบดั้งเดิม 

‘บ้านนอกเบียร์’ คือคราฟต์เบียร์ไทยเจ้าแรกที่ได้อวดโฉมในร้านสะดวกซื้อ วางขายเบียร์ 2 ประเภทคือ วีทเบียร์ หรือเบียร์ที่ทำจากข้าวสาลี 50% ขึ้นไป กับ เอล ชนิด IPA (India Pale Ale) และปรุงด้วยกลิ่นผลไม้เมืองร้อนเข้าไปเสริม จนทำให้ได้กลิ่นและรสที่แตกต่างจากเบียร์ทั่ว ๆ ไป ขณะที่อีกซีกหนึ่งของโลก บาทหลวงคาเรล สเตาต์มัส  (Karel Stautemas) จากเบลเยียมก็ได้ทดลองกู้คืนสูตรเบียร์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 220 ปีได้สำเร็จ หลังจากค้นเจอตำราคร่ำครึภาษาละตินและดัชต์แบบเก่าที่ไม่มีใครอ่านออก จึงระดมอาสาสมัครมาช่วยกันอ่านและถอดความจนกลายมาเป็นการพัฒนาสูตรเบียร์รูปแบบใหม่ของนักบวชที่เข้าถึงคนทั่วไป

4 เหตุผลที่คราฟต์เบียร์ดีกว่า!

  • รสชาติและรูปแบบมีให้เลือกหลากหลาย เพราะสามารถรังสรรค์คราฟต์เบียร์ได้ตามวัตถุดิบท้องถิ่นที่มี
     
  • เข้มกว่าและรสชาติดีกว่า จากการกลั่นจากวัตถุดิบนั้นเพียว ๆ ทั้งยังเพิ่มหรือลดได้ตามต้องการ
     
  • มีสารอาหารจำพวกไฟเบอร์ โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า จากวัตถุดิบคุณภาพ ไม่ใช่วัตถุดิบทดแทนเพื่อลดต้นทุน
     
  • สร้างรอยเท้าคาร์บอนน้อยกว่าโรงกลั่นเบียร์ใหญ่ ๆ ทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า
 

แม้ทุกวันนี้คราฟต์เบียร์หลายแบรนด์จะยังต้องยกระดับมาตรฐานด้านกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับกฎระเบียบในบ้านเรา แต่ก็พอจะเป็นแนวทางหนึ่งในการทำธุรกิจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสูตรลับของตัวเองได้บ้าง ว่าวันหนึ่งสิ่งที่วนเวียนอยู่รอบตัวเรา อาจใกล้ตัวจนไม่ทันสังเกต แต่ถ้าได้ลองพลิกแพลงหรือพัฒนาดู สิ่งนั้นอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบของเราที่เจ๋งที่สุดก็เป็นได้

ที่มาภาพ : Unsplash/Louis Hansel

ที่มา :
brewersassociation.org
บทความ “ ‘Craft Beer’ เบียร์อินดี้เขย่าอุตสาหกรรมเบียร์โลก-ไทย ทำ ‘AB InBev-สิงห์-ช้าง’ ไม่อาจมองข้าม!” (ธันวาคม 2561) จาก marketingoops.com
บทความ “Belgian monks resurrect 220-year-old beer after finding recipe”  (พฤษภาคม 2562) จาก theguardian.com
บทความ “ ‘บ้านนอกเบียร์’ น้องใหม่วงการคราฟต์บุก 7-Eleven” (มกราคม 2561) จาก craftnroll.net

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร