[Featured Magazine]
d design travel
โดย D & Department Project

ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการคิดและออกแบบมาเป็นอย่างดี แต่ท่ามกลางตลาดสินค้าและบริการที่มีความหลากหลายและมีการแข่งขันสูง จะทำอย่างไรให้สินค้าและบริการที่มาจากธุรกิจรายย่อยในท้องถิ่นสามารถดำรงอยู่และเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ 

การเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่นของทีม D & Department Project ทำให้พวกเขาพบว่ามีลักษณะเฉพาะบางอย่างของสินค้าและบริการที่มาจากผู้ผลิตท้องถิ่น นั่นคือ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งได้กลายมาเป็นแนวคิดสำคัญที่เรียกว่า การออกแบบอย่างยั่งยืน หรือ Long Life Design แนวคิดนี้ถูกหยิบยกมาใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำวัตถุดิบและความเป็นท้องถิ่นขึ้นมาพัฒนา ด้วยมุมมองของการสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับผู้คนในวงกว้างมากขึ้น

หลังจากการลงไปทำงานร่วมกับคนในท้องถิ่น ทีมงานได้นำไอเดียกลับมาพัฒนาและต่อยอดสู่การผลิตสื่อ โดยมีกองบรรณาธิการเป็นทีมที่อยู่เบื้องหลังโปรเจ็กต์ที่เรียกว่า d design travel ซึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น แต่ละที่ทีมงานจะใช้เวลาพักผ่อนและท่องเที่ยวกว่า 2 เดือน เพื่อคัดสรรสินค้าท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องครัวที่ทำจากไม้ เครื่องเขียนและของเล่นเด็ก ฯลฯ รวมไปถึงบริการอื่นๆ ทั้งโรงแรมและคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนนำมาจัดทำเป็นข้อมูลเผยแพร่ทั้งทางออนไลน์และตีพิมพ์ออกมาในรูปแบบนิตยสาร เพื่อทำหน้าที่เสมือนไกด์ที่จะพานักท่องเที่ยวไปร่วมสำรวจของดีและเรื่องราวที่น่าสนใจของธุรกิจประจำจังหวัดในแง่มุมของการออกแบบอย่างยั่งยืน โดยเนื้อหาภายในเล่มแบ่งหมวดหมู่ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ออกเป็น 5 ลักษณะ คือ มีความเป็นพื้นถิ่นชัดเจน สื่อสารข้อความสำคัญของพื้นที่ ผลิตและบริหารโดยท้องถิ่น มีราคาสมเหตุสมผล และมีนวัตกรรมการออกแบบ d design travel จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่คนในท้องถิ่นเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง

[Book]
The Leisure Economy: How Changing Demographics, Economics, and Generational Attitudes Will Reshape Our Lives and Our Industries (2007)
โดย Linda Nazareth

กว่าสามศตวรรษที่ผ่านมา ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่กดดันได้บีบคั้นให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องทำงานอย่างหนักเพื่อแข่งกับเวลาในการไปสู่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่ในปัจจุบันระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ได้เริ่มเข้ามาแทนที่ นั่นคือ Leisure Economy หรือเศรษฐกิจที่ใส่ใจเรื่องการพักผ่อนและการสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งกำลังจะเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตเราอีกครั้ง ตั้งแต่ผู้บริโภค นักลงทุน นักธุรกิจ และคนร่างนโยบาย ที่จะต้องเริ่มศึกษาเศรษฐกิจใหม่นี้อย่างจริงจัง เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง Leisure Economy เกิดขึ้นครั้งแรกจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในอเมริกาเหนือ โดยเป็นผลมาจากการเกษียณอายุของกลุ่มคนในยุคเบบี้บูมเมอร์ที่มีมากขึ้น และทัศนคติในการใช้ชีวิตและการทำงานของคนเจนเอ็กซ์และเจนวายที่เริ่มเปลี่ยนไป ด้วยการพิจารณาไปที่หลักประชากรศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของเจเนอเรชัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้เห็นภาพกว้างๆ ว่าจะสามารถเอาตัวรอดในเศรษฐกิจยุคใหม่นี้อย่างไร รวมถึงพยากรณ์ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

[Magazine]
Lost
โดย Nelson Ng 

หากจะมองหานิตยสารท่องเที่ยวที่มีภาพการใช้ชีวิตในวันหยุดแบบหรูๆ และรีวิวมื้ออาหารสุดพิเศษ Lost คงไม่ใช่เล่มที่ทุกคนกำลังมองหา ด้วยหน้าปกที่เรียบง่าย แท้จริงแล้วนี่คือนิตยสารท่องเที่ยวจากเซี่ยงไฮ้ ที่นิยามตัวเองว่าเป็น "Self-discovery through travel" หรือการค้นพบตัวตนผ่านการท่องเที่ยว สิ่งที่ทำให้ Lost หลุดจากกรอบการเป็นนิตยสารท่องเที่ยวแบบเดิมๆ คือการนำเสนอเรื่องราวส่วนตัวผ่านตัวอักษรพร้อมกับภาพถ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเชื่อว่าการท่องเที่ยวไม่ได้หมายถึงการนอนพักในโรงแรมหรู หรือถ่ายรูปเช็กอินตามแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นเสมือนการลงไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่หนึ่งๆ เพื่อเปิดรับประสบการณ์ยากลำบากบางอย่าง หรือสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย เช่น เรื่องเล่าจากนักท่องเที่ยวคนหนึ่งในอียิปต์ขณะเกิดเหตุความไม่สงบในเมือง หรือบันทึกประสบการณ์การเดินทางจากมณฑลกวางตุ้งสู่เวียดนามในเวลา 10 วันด้วยรถไฟ เพราะช่วงเวลานั้นเองที่นักท่องเที่ยวจะได้ค้นพบคำตอบบางอย่างให้กับชีวิต การท่องเที่ยวจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการครุ่นคิดและดำดิ่งลงไปสำรวจพื้นที่จุดที่ลึกที่สุดของจิตใจตัวเอง

[Documentary]
Expedition Happiness (2017)
โดย Felix Starck และ Selima Taibi

การท่องเที่ยวสำหรับใครหลายคนคือการวางแผนล่วงหน้า แต่สำหรับคู่รักชาวเยอรมันอย่างเฟลิกซ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และเซลิมา นักดนตรี การเดินทางท่องเที่ยวคือการไม่วางแผน ทั้งสองเชื่อว่ายิ่งวางแผนน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งยืดหยุ่นมากเท่านั้น อีกทั้งการเดินทางแบบไร้จุดหมายยังทำให้ได้ออกไปใช้ชีวิตและค้นพบสิ่งที่ไม่คาดคิดด้วย การออกเดินทางของพวกเขา พร้อมกับรูดี้ สุนัขคู่ใจ ถูกนำเสนอเป็นภาพยนตร์สารคดีแบบโรดทริปเรื่อง Expedition Happiness ทางเน็ตฟลิกซ์ เมื่อทั้งคู่ตระหนักว่าการใช้ชีวิตที่บ้านเกิดไม่สามารถทำให้พวกเขาค้นพบความสุข เงื่อนไขในการเดินทางเพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวในแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่กำหนดจุดหมาย และไม่ใช้แผนที่ในการเดินทางจึงเกิดขึ้น การเดินทางด้วยรถโรงเรียนที่ถูกออกแบบและแปลงโฉมมาเป็นบ้านหลังย่อมๆ สไตล์ลอฟท์กว่า 8 เดือน ได้พาพวกเขาข้ามทวีปจากเยอรมันมาสู่แคนาดา ผ่านภูมิประเทศที่เป็นธารน้ำแข็ง ป่าดิบชื้น สู่ทะเลทราย และสิ้นสุดที่เม็กซิโก ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะพบว่า ความสุขของชีวิตก็คือความเรียบง่ายของการตื่นมาพร้อมพระอาทิตย์ขึ้นในภูมิประเทศใหม่ๆ การได้สัมผัสบรรยากาศจากธรรมชาติ และหลับไปพร้อมพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะการสร้างมิตรภาพกับคนท้องถิ่น ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปพร้อมๆ กันเสมอ

เรื่อง : รัชดาภรณ์ เหมจินดา