[Featured Documentary]
HIP – HOP Evolution (Documentary Series)
กำกับโดย  Darby Wheele

ซีรีส์เรื่องนี้จะพาคุณไปยังจุดกำเนิดวัฒนธรรมดนตรีฮิปฮอปของเยาวชนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันชั้นแรงงานในนิวยอร์กที่รวมตัวกันแสดงบทบาทของตนในฐานะกระบอกเสียงเพื่อสร้างวัฒนธรรมทางดนตรีในแบบฉบับเฉพาะกลุ่มของตน ฮิปฮอปและแร็ปถูกใช้เป็นช่องทางในการแสดงออกทางความคิด โดยสร้างสรรค์เพลงเป็นตัวละครที่สามารถสื่อสารกับคนฟัง บทเพลงที่เขียนจากหัวใจคนผิวดำชนชั้นล่างสามารถสื่อสารกับคนระดับสูงผู้มีอำนาจและโอกาสทางสังคมที่มากกว่า ว่าพวกเขาคือใคร มีชีวิตแบบไหน มีทัศนคติทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และได้รับการปฏิบัติในฐานะพลเมืองอย่างไร 

ดนตรีฮิปฮอปยังทำให้เกิดประเด็นโต้เถียงเกี่ยวกับเนื้อเพลงของแร็ปเปอร์ (บางเพลง)ตกเป็นจำเลยทางสังคมว่าเป็นส่วนเสริมสร้างทัศนคติเลวร้าย ซ้ำยังกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศ ส่งเสริมการกระทำรุนแรงต่อสตรี กลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ปกครองต่างออกมาเรียกร้องสิทธิแทนเยาวชน ด้วยความเป็นห่วงบุตรหลานที่อาจเลียนแบบพฤติกรรมตามเนื้อหาที่ปรากฎในเพลง โดยครอบครัวชาวอเมริกันผิวขาวมักโจมตีเนื้อหาของเพลงฮิปฮอปว่าขัดต่อศีลธรรมอันดีของอเมริกันชนอย่างเลวร้าย 

เหตุการณ์เหล่านี้สั่นสะเทือนทั้งกฎหมายและอุตสาหกรรมดนตรี แต่สุดท้ายแล้วดนตรีฮิปฮอปก็ได้แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญอเมริกันเรื่องเสรีภาพในการพูด (Freedom of Speech) ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน คุณมีสิทธิและเสรีภาพในการพูดที่เท่าเทียมกัน  และยังสะท้อนพร้อมเปิดมุมมองเรื่องการทำความเข้าใจความแตกต่างของบริบททางวัฒนธรรมและสังคมของคนแต่ละกลุ่มที่มีความหลากหลาย ว่าเราควรทำความเข้าใจและศึกษาพวกเขา ก่อนที่จะพิพากษาว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี

[Book]
The World Atlas of Street Art and Graffiti
โดย Rafael Schacter และ John Fekner

วัฒนธรรมฮิปฮอปจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องมีองค์ประกอบอยู่ 4 อย่างด้วยกัน คือ กราฟฟิตี (Graffiti) ดีเจ (DJ) บี-บอย (B-Boy) และ เอ็มซี (MC) ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 60s งานกราฟฟิตีได้แผ่ขยายไปทั่วท้องถนนของมหานครนิวยอร์ก และเมืองใหญ่ทั่วอเมริกา อย่างซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส ทั้งยังข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลถึงฝั่งยุโรปและเอเชียในเวลาต่อมา หนังสือ The World Atlas of Street Art and Graffiti เล่มนี้ คัดเลือกผลงานศิลปะบนกำแพงจากศิลปินที่มีผลงานอันโดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ซึ่งไม่ได้เพียงหมุดหมายแหล่งงานกราฟฟิตีจากทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบันทึกสำคัญชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลต่อโลกในเวลาต่อมา

[Book]
Cult Streetwear
โดย Josh Sim

เราจะรู้ได้ว่าใครเป็นคนแบบไหน หรือมีไลฟ์สไตล์อย่างไร ให้ดูจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ ทัศนคติเช่นนี้อาจจะดูเหมือนการตัดสินคนจากภายนอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของผู้คนในแต่ละถิ่นที่มาช้านาน ในยุคอุตสาหกรรมที่ทุกอย่างสามารถผลิตได้เป็นพันเป็นหมื่นชิ้นในเวลาอันสั้น แฟชั่นจึงกลายเป็นเรื่องน่าสนใจที่การผลิตต้องเท่าทันกับความคิดสร้างสรรค์ที่บรรเจิดตลอดเวลา หนังสือ Cult Street Wear เล่มนี้นำเสนอเรื่องราวการพัฒนาของแบรนด์ดังต่างๆ ทั้งเสื้อผ้าไปจนถึงแอกเซสซอรีที่คนคูลๆ เขาใส่กัน เพื่อคลี่คลายให้หายสงสัยว่าของเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

[Book]
Supreme
โดย West Rubinstein

ถ้าจะต้องบอกเล่าถึงแบรนด์สตรีทแวร์ที่ทรงอิทธิพลอย่างสูงอีกแบรนด์หนึ่งในขณะนี้ คงจะอดพูดถึงแบรนด์ Supreme ไม่ได้ แล้วอะไรคือความสำเร็จเหล่านั้น ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่แบรนด์ได้รับการก่อตั้งขึ้นด้วยการเปิดตัวสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้น จนถึงวันที่ทุกอย่างขายหมดเกลี้ยงในพริบตา หนังสือ Supreme รวบรวมบทสัมภาษณ์ผู้คนน่าสนใจ และอัดแน่นไปด้วยภาพเครื่องแต่งกาย ตั้งแต่หมวกยันรองเท้า เครื่องประดับไปถึงสเก็ตบอร์ดคู่ใจที่เหล่าสาวก Supreme ไม่ควรพลาด

พบกับวัตถุดิบทางความคิดเหล่านี้ได้ที่ TCDC Resource Center

เรื่อง : อำภา น้อยศรี และ อินทนนท์ สุกกรี