เป็นที่รู้กันดีว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มักมีความวุ่นวายตามมา บ้างก็ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่นั้นๆ หรือในบางกรณียังเกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในแหล่งที่มีความนิยมสูง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้ธุรกิจของประเทศเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล

แต่จะเป็นไปได้ไหมที่การท่องเที่ยวจะส่งผลประโยชน์ได้รอบด้าน ทั้งแก่นักท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และสภาพแวดล้อม คำตอบคงอยู่ที่ “การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน” ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนท้องถิ่น หลายประเทศเริ่มเห็นความสำคัญของธุรกิจในลักษณะนี้ ตัวอย่างสำคัญคือ Uakari Lodge กระท่อมกลางแม่น้ำใกล้ชิดธรรมชาติในป่าแอมะซอน ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของประเทศบราซิล

ด้วยการบริหารจัดการของศูนย์การพัฒนาที่ยั่งยืนมาไมรัว (Mamirauá Sustainable Development Reserve) และชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงความสงบไปพร้อมกับวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติรอบตัว โดยมีไกด์ที่คอยให้ความช่วยเหลือและนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งนี้ไกด์จะพานักท่องเที่ยวล่องเรือชมสัตว์ไปตามเส้นทางทะเลสาบมาไมรัว โดยมีนักวิจัยที่เชี่ยวชาญเรื่องธรรมชาติและชาวบ้านจากชุมชนริมน้ำคอยให้ความรู้ในมิติต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวยังมั่นใจได้อีกด้วยว่าท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นป่าดิบชื้นเช่นนี้ พวกเขาจะไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมาลาเรียอย่างแน่นอน 

โครงการ Uakari Lodge มีพนักงานเป็นชาวบ้านในท้องถิ่น ทั้งฝ่ายบริหารจัดการ ไกด์ แม่บ้าน คนทำอาหาร โดยใช้ระบบหมุนเวียนการทำงาน พนักงานแต่ละคนทำงานเพียง 10 วันต่อเดือน และจะผลัดเปลี่ยนกับคนในชุมชน ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำสะอาดที่มาจากการกักเก็บน้ำฝน รวมทั้งระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำ ส่วนโครงสร้างของตัวกระท่อมสร้างมาจากพลาสติกรีไซเคิล  นับเป็นการตอบรับกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้อย่างแท้จริง จึงไม่แปลกที่ Uakari Lodge จะได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวจากหลายสถาบัน

ทางด้านเศรษฐกิจ Uakari Lodge สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวของคนในพื้นที่ตั้งแต่ปี 1998–2016 ราว 9 แสนเหรียญสหรัฐฯ สำหรับเงินเดือนและรายได้จากผลิตผลที่จำหน่ายบนกระท่อม เช่น พืชผลทางการเกษตร และปลา แต่รายได้ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมค่าธรรมเนียมที่ได้จากนักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปพัฒนาชุมชน ซ่อมแซมเรือ และปรับปรุงอาคารส่วนรวมของชาวบ้านต่อไป

การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนยังเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง เช่น Reality Tours and Travel บริษัทท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย ที่พาเราไปทัวร์ในสลัมของเมืองเดลีและมุมไบ ซึ่งจะช่วยสร้างมุมมองที่ดีและปรับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของสลัมจากที่เคยได้รับรู้มา โดยรายได้จะนำไปช่วยพัฒนาด้านการเรียนรู้ส่งเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษและทักษะในการประกอบอาชีพ รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชน

หน้าที่สำคัญของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนคือการช่วยกระจายรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น มากกว่าการกระจุกตัวอยู่แต่ในแหล่งท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ เปิดประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวในราคาไม่แพงและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อยังประโยชน์ให้แก่ส่วนร่วมและทำให้ธรรมชาติยังคงอยู่ได้ต่อไป

ที่มารูป: Flickr.com/Stig Nygaard​
ที่มา:

บทความ “Conservation Efforts in Tourism: Story Behind Uakari Lodge in the Brazilian Amazon” โดย Gustavo Pinto จาก greenloons.com

บทความ “9 Sustainable Tourism Examples and Business Success Stories to Learn From in 2017” จาก sustainability-leaders.com 
เว็บไซต์ realitytoursandtravel.com

เรื่อง : นพกร คนไว