[Featured Book]
Empathy: Why It Matters, And How to Get It
โดย Roman Krznaric

ความเอื้อเฟื้อและการแบ่งปันทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แต่สิ่งที่เราต้องการจากผู้อื่นในลักษณะน้ำใจนั้น อาจต้องย้อนถามใจตัวเราเองว่า สิ่งที่เราต้องการนั้นคือความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ หรือความสงสาร ซึ่งหากเมื่อมีฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์และอีกฝ่ายเสียประโยชน์เสมอ สิ่งนั้นมักไม่ยั่งยืน Roman Krznaric ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้เชื่อว่า Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น จะกลายเป็นทักษะที่จำเป็นในอนาคต และนับวันคนเรายิ่งสูญเสียทักษะนี้มากขึ้นทุกที ตามสภาพสังคมเมืองที่ขยายและเติบโตอย่างรวดเร็ว

Empathy คือความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นราวกับเข้าไปนั่งในใจเขา เข้าใจในสถานการณ์ที่ผู้อื่นนั้นพบเจอ และเมื่อเราไม่เอาความรู้ ประสบการณ์ตามกรอบความคิดของเรา เข้าไปตัดสินผู้อื่นที่อยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ซึ่งการปลูกฝังความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นจนกลายเป็นนิสัยนั้น สามารถทำได้ และผู้แต่งนำเสนอไว้ 6 แนวทาง โดยเริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของความเข้าอกเข้าใจ ลดอคติโดยมองทุกคนอย่างเท่าเทียมว่าเราต่างเป็นพวกเดียวกัน ออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเข้าใจโลกที่แตกต่าง ฝึกฝนพูดคุยกับคนแปลกหน้า หัดทำความเข้าใจความคิดผู้อื่นผ่านงานศิลปะ หนังสือ ภาพยนตร์ รวมถึงโซเชียลมีเดีย และสุดท้ายลองใช้ความเข้าอกเข้าใจนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

เช่นเดียวกับการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน ผู้ผลิตต้องเริ่มต้นจากความเข้าอกเข้าใจ มองเห็นปัญหาที่ผู้บริโภคจะประสบพบเจอตลอดเส้นทางการใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ รวมถึงการสร้างประสิทธิภาพและความสะดวกให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเอาใจใส่ในรายละเอียด เพื่อว่าสิ่งนั้นจะส่งผลต่อคุณค่าของการบริการ มากกว่าการมีจิตใจบริการ (Service Mind) ที่เราเคยเข้าใจ ซึ่งอาจเป็นเพียงการเอาอกเอาใจที่สร้างความประทับใจขึ้นได้เพียงชั่วคราว 

[Book]
Against Empathy: The Case for Rational Compassion
โดย Paul Bloom

เมตตาธรรมเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเป็นมนุษย์ การแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในสังคม ซึ่งผู้ให้จะได้รับความรู้สึกที่ดีเป็นการตอบแทน Paul Bloom ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาต้องการชี้ให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่ง และข้อควรระวังในการใช้ความรู้สึกในการแสดงความสงสารและความเห็นอกเห็นใจเข้ามาเป็นหลักสำคัญในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจก่อให้เกิดผลกระทบมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกำหนดนโยบายภาครัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ และสิ่งที่อันตรายของความเห็นอกเห็นใจ คืออาจสร้างความเป็นพวกเขาพวกเรา และเห็นใจเฉพาะกลุ่มคนที่เราพร้อมจะเข้าใจเท่านั้น ขณะที่ผลักไสอีกกลุ่มให้ไปอยู่อีกด้าน จนมองไม่เห็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอีกฝั่ง และนั่นอาจทำให้สิ่งที่เริ่มต้นจากความหวังดีกลับกลายเป็นความโหดร้ายได้ในที่สุด

[Book]
The Ask: For Business, For Philanthropy, For Everyday Living
โดย Laura Fredricks

เมื่อมีข้อจำกัดในการดำเนินการตามความฝัน การขอความช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น การร้องขอจึงเป็นอีกหนึ่งทักษะพิเศษที่ควรฝึกฝน หนังเล่มนี้ให้รายละเอียดทีละขั้นตอนอย่างชัดเจน ง่าย และอ่านสนุก เปิดเผยทั้งศิลปะและหลักการทางจิตวิทยาเพื่อทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเงิน เวลา อาชีพ หรือแม้แต่ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งต้องเริ่มจากการเลิกเกรงกลัวต่อความผิดหวัง การถูกปฏิเสธ และกล้าเผชิญกับโอกาสใหม่ในแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน พร้อมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับเงิน ทรัพยากรพื้นฐานของธุรกิจ ตลอดจนตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า ทำไมต้องเป็นเขา ทำไมต้องขอเดี๋ยวนี้ และสิ่งที่ขอนั้นจะเอาไปทำอะไร เมื่อเราตอบ 3 คำถามนี้ได้ นั่นหมายถึงคำตอบในทางบวกที่รออยู่ และหมายถึงความพร้อมที่จะเตรียมการในขั้นตอนต่อไป

[Documentary]
Poverty, Inc.
กำกับโดย Michael Matheson Millet

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้จะพาเราไปสำรวจอีกด้านของ “ความดี” ทุกครั้งที่เราเห็นภาพพื้นที่ทุรกันดาร ผู้คนอดอยาก อาจเกิดความรู้สึกสงสารและอยากให้ความช่วยเหลือจับใจ เมื่อมีหน่วยงานพยายามยื่นมือลงไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังยากลำบาก เราก็มักต้องการให้การสนับสนุนองค์กรที่ทำความดี แต่แท้จริงแล้ว สิ่งต่างๆ ไปถึงผู้รับอย่างไร และใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงกันแน่ สารคดีนำเสนอผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำแคมเปญเพื่อต่อสู้กับความยากจนของหน่วยงานต่างๆ ที่มุ่งหน้าบริจาคด้วยการแจกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แต่กลับทำให้พวกเขายิ่งจนลงไปกว่าเดิม และทางออกของความยั่งยืนที่แท้จริงอาจเป็นการพัฒนาคน ฝึกอาชีพ แล้วส่งเสริมให้พวกเขายืนได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง

เรื่อง : เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร