ทุกวันนี้อาชีพเกษตรกรกลายมาเป็นอาชีพในฝันขอใครหลายคน การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้ทานอาหารจากผลผลิตออร์แกนิกและสดใหม่ จนกระแส Farm to Table หรือ Back to Nature มีอิทธิพลกับผู้คนในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่มีเทคโนโลยีในการช่วยดูแลควบคุมผลผลิตได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการประสบความสำเร็จในอาชีพเชิงเกษตรอินทรีย์มีให้พบเห็นมากขึ้น ในทางกลับกันตัวเลขอายุผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรกลับลดลง คนหนุ่มสาวไม่จำเป็นต้องเข้ามาเป็นพนักงานบริษัทที่โดนเด่น พวกเขาเหล่านั้นเลือกไลฟ์สไตล์ธรรมชาติในบ้านสวน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รากฐานและต้นทุนของผู้ที่สามารถประกอบอาชีพเกษตรได้ก็ไม่ง่ายดายเหมือนการฝัน คุณทสม์ เจริญช่าง ทายาทสวนมะนาวโห่ลุงศิริ เล่าให้เราฟังว่า ไม่ง่ายนักกับการรับช่วงดูแลธุรกิจของครอบครัว ที่ต้องชวนพ่อและแม่ให้ท่านยอมรับ และปรับรูปแบบของสวนมะนาวโห่เกษตรอินทรีย์ที่จำหน่าย ผลผลิต ต้นพันธุ์ ให้กลายเป็นสวนแห่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แบบครบองค์ประกอบอย่างทุกวันนี้

 

ย้อนกลับไปในช่วงแรกเริ่มที่ครอบครัวเจริญช่างเพิ่งรู้จักกับผลไม้สมุนไพรชนิดนี้ เมื่อคุณพ่อศิริ เจริญช่าง มีโรคประจำตัวอย่างโรคถุงลมโป่งพอง เป็นวิกฤตที่สร้างโอกาสให้ชีวิตแบบคูณสอง เพราะเมื่อคุณพ่อศิริได้ทานสมุนไพรมะม่วงหาว มะนาวโห่เป็นประจำต่อเนื่อง ก็ทำให้โชคชั้นที่ 1 เกิดขึ้น อาการโรคประจำตัวที่มีอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจปลูกพืชสมุนไพรนี้ไว้รับประทานเองบนที่ดินในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่แล้วโชคชั้นที่ 2 ก็เกิดขึ้นตามมา เพราะคุณประโยชน์หลากหลายและการเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทำให้เกิดเป็นสวนมะนาวโห่ลุงศิริตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 บนพื้นที่ 40 ไร่

 

“สวนของเราไม่ได้ปลูกแค่ผลไม้คุณภาพดีปลอดภัยไร้สารพิษ แต่เรายังปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ หันมารักษาสุขภาพกันอีกด้วย”


จะเริ่มจากศูนย์ หรือจากสิบ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

คุณทสม์ เป็นลูกคนเล็กที่เติบโตมาในช่วงจังหวะที่สวนมะนาวโห่ลุงศิริเป็นที่รู้จัก ทำให้คุณทสม์เข้าใจในความมหัศจรรย์ของมะม่วงหาว มะนาวโห่อย่างลึกซึ้ง ตั้งต้นตั้งแต่ชื่อแบรนด์ “สิริสมปอง” ที่มาจาก มาจากชื่อคุณพ่อ ศิริ และคุณแม่ สมปอง เจริญช่าง ผู้เริ่มต้นสวนมะนาวโห่ลุงศิริแห่งนี้ขึ้นมาด้วยการใส่ใจในสุขภาพ ถูกต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ในรุ่นลูก จนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เชิงเกษตรที่เป็นที่นิยมของจังหวัดสมุทรสงคราม 


ด้วยต้นทุนเดิมของสวนที่มีผลผลิตและการค้าขายในรุ่นคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว ทำให้เมื่อช่วง 3 ปีก่อนการปรับตัวในขณะที่คุณทสม์ ยังศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจอยู่นั้น สนใจและมองเห็นศักยภาพในสวนของครอบครัวตนเองที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ แต่ยังต้องปรับพื้นที่ให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว จากสวนแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งการเปลี่ยนผ่านตรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ เมื่อทฤษฎีจะต้องเกิดในชีวิตจริง หัวใจหลักคือการเปิดรับความคิดเห็นของทุกคนในครอบครัว นำแต่ละส่วนของความเห็นมาแชร์กัน คุณทสม์เล่าว่า “เรายังคงต้องรับฟังคนรุ่นก่อนเพราะเค้าเริ่มต้นมาก่อน และหากโดนเบรกในบางเรื่อง ไม่ใช่ว่าเราต้องหยุดทำ แต่เราแค่ฉลอและค่อยปรับไปทีละน้อย” เช่นการปรับพื้นที่โดยรอบที่ยังไม่ต้องลงทุนมาก แต่สามารถสร้างความแตกต่างให้คนต่างเจนเนอเรชั่นเห็นเป็นภาพเดียวกันได้ ซึ่งการสร้างความเชื่อใจให้คนในครอบครัวเปิดกว้างไปด้วยกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด 

 

 

เกษตรกรที่ปรับตัวได้ กำไรจะงอกงาม

ถึงแม้จะทำสวนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่คุณทสม์เลือกที่จะสร้างแบรนด์ “สิริสมปอง” ควบคู่กันไป มากไปกว่านั้นยังเห็นความสำคัญของช่องทางออนไลน์มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 จึงทำให้สวนสามารถดูแล สื่อสาร และส่งต่อผลผลิตได้อย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถาณการณ์ใด เช่นเดียวกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดของโรคโควิด-19  สิริสมปองยังคงสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่ในฐานออนไลน์กว่า 5000 รายได้ทั่วถึง อีกทั้งคุณประโยชน์ของผลผลิตที่เห็นได้ชัดเจนยังทำให้ลูกค้าชื่นชอบและทานต่อเนื่อง แถมติดใจรสชาติของการแปรรูปที่สร้างสรรค์

เคล็ดลับแนวคิดของสินค้าที่ทำให้ลูกค้าติดใจนี้ แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ สินค้าคู่ครัว สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าของฝาก ยิ่งง่ายต่อการจับจ่ายของผู้ที่มาเยี่ยมเยียน ด้วยความหลากหลายกว่า 20 รายการจากผลมะม่วงหาว มะนาวโห่เพียงอย่างเดียว และยังสามารถส่งจำหน่ายผ่านการสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์แปรรูปเหล่านี้ก็ได้เป็นตัวประชาสัมพันธ์ต่อให้กับผู้ที่ได้รับ ทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มลองรสชาติเกิดความสนใจและต้องการมาแวะชมสวนแห่งนี้ถึงถิ่นสมุทรสงคราม

 

มองให้สนุกพร้อมฉุดสุขภาพให้ดีขึ้น

ภายในสวนที่ถูกตบแต่งพร้อมรับนักท่องเที่ยว มีโซนคาเฟ่เล็กๆ ในรูปแบบธีมคาเฟ่มะนาวโห่ “สิริสมปอง คาเฟ่“  เป็นพื้นที่รองรับผู้ที่มาเยี่ยมชมสวนสายชิมที่รักสุขภาพ เต็มไปด้วยสารพัดเมนูสร้างสรรค์จากวัตถุดิบมะม่วงหาวมะนาวโห่ ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า เมื่อตอนที่เป็นผลสดรสชาติเปรี้ยวฝาดจนทานยาก แต่เมื่อแปรรูปแล้วกลับสร้างมูลค่าเพิ่มให้สมุนไพรชนิดนี้ได้มากมาย จนใครๆ ก็ต้องอยากลอง เช่น เอสเพรสโซ่มะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำพริก หรือแม้แต่เยลลี่และไอศครีม

คุณทสม์อธิบายถึงสาเหตุทำเกษตรเชิงเดี่ยวเลือกปลูกแต่มะม่วงหาวมะนาวโห่เพียงอย่างเดียวว่า “เราต้องการสร้างเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญในพืชชนิดนี้อย่างเต็มที่ เพราะเราเห็นประโยชน์จากที่คุณพ่อได้ทานมาตลอด” ด้วยประโยชน์ของต้นมะม่วงหาว มะนาวโห่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่ ลำต้น ใบ ดอก ผล และที่สำคัญเมื่อมีพืชผลเพียงชนิดเดียวต้องสร้างตัวเลือกในผลิตภัณฑ์หรือบริการให้มากขึ้น “เรามองมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นเหมือนเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง” ซึ่งข้อดีของการมองข้ามออกนอกกรอบนี้ ทำให้การเพิ่มมูลค่าจากสมุนไพรในวรรณคดีกลายเป็นผลไม้สากลที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกวัย สร้างความแตกต่าง สร้างสรรค์เมนู และการแปรรูปได้หลากหลายจนมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นผลไม่มหัศจรรย์

 

 



การตลาดที่ใส่ใจทุกองค์ประกอบ

มากกว่าการผลิตส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพโดยตรงจากสวนแล้ว ในช่วงสุดสัปดาห์สวนยังมีกิจกรรมเป็นตัวช่วยให้กับธุรกิจที่พร้อมปรับตัวเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากความต้องการเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมสวน จึงต้องแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ และพื้นที่ที่ต้องดูแลบำรุงผลผลิตให้มีมาตราฐานและคุณภาพ ขยายพื้นที่กิจกรรมเป็นโซนคาเฟ่ โซนริมน้ำที่สามารถให้อาหารปลาตะเพียนในแม่น้ำ หรือการเพิ่มกิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือ สามารถทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากผลมะนาวโห่ที่เป็นสีชมพูสวยสดใส 


นอกจากกิจกรรมในพื้นที่ คุณทสม์ยังสร้างกิจกรรมเชื่อมโยงกับชุมชนใกล้เคียง เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน เพราะพื้นที่ของสวนอยู่ใกล้กับตลาดเก่า 100 ปี และอาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวกที่เชื่อมต่อกันด้วยแม่น้ำกลอง คุณทสม์จึงเห็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ ด้วยกิจกรรมล่องแม่น้ำกลองพานักท่องเที่ยวนั่งเรือชมวิถีชีวิตสองข้างริมฝั่ง รับส่งฟรีไปกลับระหว่างตลาดเก่า 100 ปีกับสวนมะนาวโห่ลุงศิริ โดยให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นการเพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยวให้ชุมชนเติบโตไปด้วยกัน 


ถึงแม้ สิริสมปอง จะประสบความสำเร็จในการปรับภาพลักษณ์ของสมุนไพรในวรรณคดีเป็นเบอร์รี่สากล แต่สิริสมปองยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้สวนมะม่วงหาวมะนาวโห่กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป

สวนมะนาวโห่ลุงศิริ
ทสม์ เจริญช่าง
Line ID : @sirisompong
080-5665124
facebook.com/manowho/
เรียบเรียงโดย พัทธ์ธีรา จตุรงศรีพัฒน์