กลางฤดูร้อนที่อุณหภูมิทะลุไปถึง 40 องศา เชื่อว่าการมีไอศกรีมอยู่ในตู้เย็นช่วยจรรโลงใจวัน WFH ของใครหลายคน ระหว่างลิ้มรสความเย็นอันแสนหวานก็พลันคิดถึงอากาศที่ร้อนขึ้นทุกปี ดูเหมือนว่าเส้นทางแห่งความไม่ยั่งยืนที่เราเดินมาตลอดหลายทศวรรษกำลังกำลังกลับมาเล่นงานเราเสียแล้ว.....แล้วไอศกรีมของหวานคลายร้อนยอดนิยมชนิดนี้สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง และแบรนด์ชื่อดังอย่าง Ben and Jerry’s รับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ?
 

Ben & Jerry’s ถือกำเนิดขึ้นในปี 1978 ที่รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา โดยสองเพื่อนซี้ เบน โคเฮน (Ben Cohen) และ เจอร์รี กรีนฟิลด์ (Jerry Greenfield) และนับเป็นบริษัทแรกๆ ในโลกที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำเร็จด้านธุรกิจ กว่า 40 ปี บริษัทยึดมั่นในพันธกิจ 3 ด้าน ได้แก่ พันธกิจด้านเศรษฐกิจ พันธกิจด้านสังคม และพันธกิจด้านผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทต้องการผลิตสินค้าที่ประสบความสำเร็จด้านกำไรขณะเดียวกันก็สร้างผลกระทบทางบวกแก่สังคมและลดแรงกดดันที่มีต่อโลกด้วย
 

ที่มา : https://www.benjerry.com/about-us/sear-reports/2018-sear-report


Ben and Jerry’s กับบทบาทกิจการเพื่อสังคม

บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ยึดหลักการค้าที่เป็นธรรม และมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางสังคมในด้านต่างๆ อย่างบราวนี่ที่เป็นส่วนประกอบในไอศกรีมรส Half-Baked และ Chocolate Fudge Brownie บริษัทเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Greyston Bakery กิจการเพื่อสั่งคมจากนิวยอร์กที่มุ่งแก้ปัญหาการว่างงานของผู้ที่ขาดโอกาสทางสังคม และยังคืนกำไรทั้งหมดกลับสู่ชุมชน รวมถึงมีการดำเนินงานจัดหาที่อยู่อาศัย มอบโอกาสทางการศึกษา และบริการสาธารณสุขให้แก่ชุมชน 

วัตถุดิบอื่นๆ ที่ของไอศกรีม ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาล โกโก้ วานิลลา กาแฟ และกล้วย ได้รับการคัดสรรโดยยึดหลักการค้าที่เป็นธรรม Ben and Jerry’s จัดซื้อวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองจาก Fairtrade International เท่านั้น แม้จะราคาสูงกว่า เพื่อมั่นใจว่าเกษตรกรโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นนั่นเอง ยังไม่รวมถึงความใส่ใจที่มีต่อผู้บริโภคโดยปฏิเสธการใช้วัตถุดิบจากวัวนมที่ฉีดสารเร่งโต (Recombinant Bovine Growth Hormone หรือ rBGH) หรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs)

ที่มา: https://www.benjerry.com/about-us/sear-reports/2018-sear-report

มูลนิธิ Ben and Jerry’s Foundation ที่ก่อตั้งในปี 1985 ก็เป็นอีกตัวอย่างของพันธกิจทางสังคม โดยบริษัทได้บริจาคกำไรก่อนหักภาษีจำนวน 7.5% สำหรับโครงการเพื่อสังคมต่างๆ และดำเนินกิจกรรมผ่านมูลนิธิฯ นอกจากนี้บริษัทยังมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมอยู่บ่อยครั้ง เช่นการแสดงจุดยืนสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน รวมไปถึงออกผลิตภัณฑ์รสพิเศษที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางสังคม เช่น Pecan Resist (ต่อต้านแนวคิดของประธานาธิบดีทรัมป์) Empower Mint ตอบโต้พยายามสกัดการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคนยากจนและชนกลุ่มน้อย เป็นต้น
 

ไอศกรีมรส Pecan Resist

 

Ben and Jerry’s กับพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านสิ่งแวดล้อม Ben and Jerry’s ไม่เคยหยุดการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง การจัดเก็บ ตลอดจนเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ หากเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Ben and Jerry’s เชื่อว่าทุกคนจะต้องประทับใจกับปริมาณของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทจริงจังเรื่องการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ โดยในปี 2015 Ben & Jerry’s เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) เพื่อวางแผนกลยุทธ์ความยั่งยืนที่มุ่งลดรอยเท้านิเวศในทุกด้าน โดยให้เหตุผลว่าบริษัทจะไม่สามารถวางแผนจัดการอะไรได้ หากไม่วัดเสียก่อน บริษัททำการตรวจสอบปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยตั้งแต่ขั้นวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง และค้าปลีก ของไอศกรีม Ben & Jerry’s 21 รสชาติ โดยหากทราบว่ากิจกรรมใดปล่อยก๊าซในสัดส่วนเท่าไร ก็จะสามารถวางกลยุทธ์จัดการได้อย่างเหมาะสมต่อไป

สิ่งที่บริษัทค้นพบคือไอศกรีม 1 ไพนท์ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ปอนด์ (โดยเฉลี่ยรถยนต์ 4 ที่นั่ง ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์ต่อการเคลื่อนที่ 1 ไมล์) เมื่อพิจารณาการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละส่วนของการผลิตพบว่า กิจกรรมจัดหาวัตถุดิบรวมถึงการเพาะปลูกและผลิตส่วนผสมคิดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็น 54% การขนส่ง 17% การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ด้วยการแช่แข็ง 10% ขณะที่ขั้นตอนการผลิตในโรงงานคิดเป็น 7%จากข้อมูลนี้ทำให้ทราบว่ากว่า 40% ของรอยเท้าคาร์บอนมาจากขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบที่เป็นนม ซึ่งรวมถึงการเลี้ยงวัวและส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างพืชอาหารสัตว์ 
 

การวิเคราะห์ LCA 
ที่มา : https://www.benjerry.com/values/issues-we-care-about/climate-justice/life-cycle-analysis


ก๊าซเรือนกระจกจากการเลี้ยงวัวเป็นตัวการหนึ่งของสภาวะโลกร้อน กระบวนการย่อยอาหารของวัวก่อให้เกิดก๊าซมีเทนซึ่งมีศักยภาพในการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า ขณะที่การทำฟาร์มสัตว์อาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์โดยรอบ ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างการเลี้ยงสัตว์และระบบนิเวศน์ทำให้ผลกระทบแตกต่างกันออกไปตามสถานที่และการจัดการการผลิต การทำฟาร์มปศุสัตว์นั้นใช้ทรัพยากรธรรมชาติเข้มข้นและการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นกิจกรรมที่ใช้พื้นที่มากที่สุดกิจกรรมหนึ่งในโลก (รวมการใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์และการใช้พื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์) 

ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการศึกษาอย่างแพร่หลายอีกอย่างหนึ่งก็คือปริมาณการใช้น้ำ แน่นอนว่ากิจกรรมปศุสัตว์ต้องพึ่งพาน้ำ ทั้งการใช้ในการเลี้ยงวัวและปลูกพืชอาหารสัตว์ การศึกษารอยเท้าน้ำในการผลิตอาหารชนิดต่างๆ พบว่าการผลิตไอศกรีม 1 ลูก ใช้น้ำถึง 42 แกลลอน (1 แกลลอนประมาณ 3.79 ลิตร) เทียบกับนมถั่วเหลือง 1 แก้ว ใช้น้ำ 9 แกลลอน นม 1 แก้ว ใช้น้ำ 30 แกลลอน นอกจากนี้ในขั้นตอนการผลิตนมยังสามารถนำไปสู่ข้อขัดแย้งกับชุมชนโดยรอบจากการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและทางเดินน้ำ ก่อให้เกิดมลพิษทั้งในสู่แหล่งน้ำและน้ำใต้ดิน การจัดการมูลวัวอย่างไม่รับผิดชอบนับเป็นตัวการหลักของน้ำเสียและปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่น (eutrophication) นอกจากนี้เราอาจพบเห็นข้อพิพาทการแย่งชิงทรัพยากรระหว่างธุรกิจและชุมชนในพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด

“รอยเท้าน้ำ (Water footprint) เป็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ถูกกล่าวถึงไม่น้อยสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ รอยเท้าน้ำคือการวัดปริมาณน้ำที่ใช้ (และน้ำเสียที่ปล่อย) จากการผลิตสินค้าหรือบริการแต่ละชนิด ซึ่งข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดการใช้สรรทรัพยากรน้ำและการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ”

การทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์เป็นที่มาของโครงการ Caring Dairy ที่สนับสนุนให้เกษตรกรปรับปรุงวิถีปฏิบัติให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วยคำแนะนำและความช่วยเหลือด้านการบริหารจัดการจาก Ben and Jerry’s เพื่อรอยเท้าคาร์บอนมาจากขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบที่เป็นนม ตลอดจนจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

บรรจุภัณฑ์ใส่ไอศกรีมของ Ben and Jerry’s นั้นทำมากจากกระดาษที่ได้มาตรฐาน FSC รับรองว่าเยื่อกระดาษที่ได้มาไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้หรือคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพ บริษัทได้เพิ่มภารกิจในการจัดการภาชนะและบรรจุภัณฑ์พลาสติกเข้าไปในแผนดำเนินงานอีกด้วย บริษัทได้ทำการศึกษาผลกระทบของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use) ทำให้ทราบว่า “Scoop shops” กว่า 600 สาขาทั่วโลก ใช้หลอดพลาสติกรวม 2.5 ล้านชิ้น และช้อนพลาสติกกว่า 30 ล้านชิ้น 

บริษัทได้เริ่มภารกิจสู่การเปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ปี 2018 เริ่มจากการยกเลิกการแจกหลอดพลาสติกเปลี่ยนมาเป็นแบบให้เมื่อขอเท่านั้น (by request) ขณะที่บางสาขาเปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือก ในปี 2019 บริษัทประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือกที่ย่อยสลายได้ โดยทุกสาขาเปลี่ยนมาใช้ช้อนที่ทำจากไม้ และมีหลอดกระดาษไว้บริการหากต้องการ ตอนนี้ยังเหลือเพียงแก้วพลาสติกและฝาพลาสติกเท่านั้น ซึ่งบริษัทประกาศว่าจัดการกับภาชนะเหล่านี้และหยุดให้บริการพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use) ในร้าน “Scoop shops” ทุกสาขาทั่วโลกภายในปี 2020 

 

ที่มา https://www.benjerry.com/about-us/sear-reports/2018-sear-report

ความรับผิดชอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของ Ben and Jerry’s เป็นไปตามเจตนารมณ์ของสองผู้ก่อตั้งที่ว่า “Our mission is to make the best possible ice cream in the nicest possible way.” นั่นคือจะสร้างสรรค์ ไอศกรีมที่ดีที่สุดด้วยวิถีทางที่ดีงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไอศกรีมของ  Ben and Jerry’s จึงไม่ได้ “อัดแน่นด้วยสิ่งดีดี” เพียงแค่ความอร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมเท่านั้น แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าด้านสังคมและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคจะสัมผัสได้ในทุกๆ คำ

เรียบเรียงโดย กรณิศ ตันอังสนากุล 

รูปและเอกสารประกอบการเขียน
https://www.benjerry.com/ 
https://www.benjerry.com/values/issues-we-care-about/climate-justice/life-cycle-analysis
https://www.recyclingtoday.com/article/ben-jerrys-plastic-straws-spoons-ice-cream/
https://www.worldwildlife.org/magazine/issues/summer-2016/articles/ice-cream-s-impact-on-the-environment
https://sustainablebrands.com/read/marketing-and-comms/ben-jerry-s-throws-its-delicious-weight-behind-criminal-justice-reform
https://www.youtube.com/watch?v=LJsz1hq7OU8&feature=emb_title
https://www.theguardian.com/environment/2017/sep/29/methane-emissions-cattle-11-percent-higher-than-estimated
https://waterfootprint.org/en/water-footprint/what-is-water-footprint/