หากโควิด-19 ยังไม่ระบาดไปทั่วโลก

ถ้ากางแผนที่โลกออกมามีตรงไหนบ้างที่คุณจะปักหมุดให้เป็น Bucket List 

สถานที่สำคัญต้องไปเยือนซักครั้งในชีวิตของคุณบ้าง?

 

ประชากรโลกอย่างพวกเรา คงมีเป้าหมายอย่างหนึ่งในชีวิตเป็น ‘การเดินทาง’ สำหรับบางคน โลกใบนี้คือห้องเรียนขนาดใหญ่ หรือเป็นห้องนั่งเล่น เอาไว้พักผ่อน หลบหนีความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่บางคนโลกใบนี้คือพื้นที่ทางโอกาสในการทำธุรกิจ สร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก 

 

Keep looking for new destinations !

ไม่ว่าเราจะมองโลกใบนี้ในรูปแบบไหน เราต่างมองหาสถานที่ใหม่เพื่อการเดินทาง ไปเรียนรู้ ไปเที่ยว ไปทำงานอยู่เสมอ แต่เมื่อการเดินทางที่เราคุ้นเคย ไม่อาจหวนกลับมาเหมือนเดิมได้ในเร็ววัน สถานที่ที่เคยอยากไปอาจไม่ใช่สถานที่เดิม แพลนที่เคยวางไว้ต้องเลื่อนไป และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คงหนีไม่พ้นธุรกิจด่านหน้าแรกอย่าง ‘ธุรกิจท่องเที่ยว’

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเอ๋ - ศันสนีย์ ทรงเกียรติธนา Head of Marketing, Klook Technology (Thailand) Limited เธอมาเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังการทํางานของบริษัท Klook (คลูก) สตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวชั้นนําของโลก มาดูกันว่าทีม Klook ประเทศไทยมีแนวคิดอย่างไร ในการพาให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปในช่วงโรคระบาด พร้อมกับเผยกลยุทธ์ที่ทีมประเทศไทยใช้สร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤตนี้

 

ภาพ : คุณเอ๋ - ศันสนีย์ ทรงเกียรติธนา
Head of Marketing, Klook Technology (Thailand) Limited 

“ย้อนไปก่อนช่วงโควิด การเดินทางเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วโลก ไม่ใช่แค่คนเอเชียแล้ว ดูได้จากข้อมูลของ Klook แพลตฟอร์มของเรามีกิจกรรมมากกว่า 100,000 กิจกรรม จาก 400 ที่หมายปลายทาง มีคนเข้าแพลตฟอร์มของเรา 30 ล้านคนต่อเดือน สถิติตรงนี้พิสูจน์ชัดเลยว่าการเดินทาง กลายเป็น Everyday Life ของเราไปแล้ว”

 

Klook ในฐานะแพลตฟอร์มการจองกิจกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยว เป็นสตาร์ทอัพดาวรุ่ง สัญชาติฮ่องกง ขยายธุรกิจจนมีสำนักงานใน 29 ประเทศทั่วโลก ระดมทุนถึง Series D+ ยอดเงินระดมทุนรวม 520 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา ตัวเลขของคนใช้งานและยอดเงินระดมทุนนี้เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าก่อนช่วงโควิดจะระบาด ธุรกิจท่องเที่ยวเคยรุ่งเรืองและเติบโตขนาดไหน
 

“แต่เมื่อเราเจอสถานการณ์ไม่ปกติ การเดินทางกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 

เราต้องตีความการเดินทางใหม่ 

สร้าง solution การท่องเที่ยวที่มี distance ให้ลูกค้าของเรา”

 

Keep looking for the new behaviours 

เมื่อต้องถึงเวลาปรับตัว คุณเอ๋เล่าว่าทีมงานของ Klook ต้องใช้เลนส์ในการมองสถานการณ์นี้ให้รอบด้าน ทั้งในมุมนักเดินทาง มุมธุรกิจ และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

 

มุมนักเดินทาง

คุณเอ๋เข้าใจดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ลูกค้าของ Klook ที่เป็นสายใช้ชีวิตนอกบ้าน คงจะรู้สึกเหงาไม่น้อยเมื่อต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน เกิดเป็นโจทย์ใหม่ให้กับทีมว่า ‘จะทำยังไงให้ความสนุกของการไปเที่ยว มาเกิดขึ้นที่บ้านได้บ้าง?’ เมื่อทีมตีความการท่องเที่ยวใหม่ จึงคลอดออกมาเป็นแคมเปญสนุกๆ ให้เราได้เห็น

 

‘Klook Home : Home-Based Experiences ท่องโลกแบบใหม่ไปกับ Klook’ 

รวบรวมกิจกรรมที่ทําให้ผู้คนยังคงเชื่อมต่อระหว่างกันได้แม้ต้องอยู่ในบ้าน ผ่านกิจกรรมสนุกๆ สร้างสีสัน ให้ชีวิตในบ้านไม่น่าเบื่ออย่างการเรียนทําอาหารออนไลน์ คลาสเรียน ภาษา คลาสโยคะ ไปจนถึงทัวร์เสมือนจริง ชวนให้เกิดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว

ภาพจาก : https://www.klook.com/th/promo/wfh-wanderfromhome/

‘Klook to go ส่งมอบความอร่อยจากร้านดัง’ จากบริการดีลอาหาร เครื่องดื่ม ราคาพิเศษ ปรับมาเป็นบริการส่งอาหาร เครื่องดื่ม ถึงบ้านและยังคงส่วนลดพิเศษไว้เหมือนเดิม เปลี่ยนมื้ออาหารในบ้านให้สนุกยิ่งขึ้น

ภาพจาก : https://www.klook.com/th/promo/Klook_to_go/

คุณเอ๋และทีม Klook ให้ความสำคัญกับใการสร้างแรงบันดาลใจ และคํานึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางของลูกค้า เพราะเชื่อว่าการสร้างความสุข และการดูแลตัวเองให้ดีในช่วงเวลาเช่นนี้เป็นการเตรียมกายและใจให้พร้อม เพื่อกลับไปท่องโลกอีกครั้งในอนาคต
 

มุมธุรกิจ

ผู้ค้าบนแพลตฟอร์ม (Merchant) คืออีกพาร์ทเนอร์สำคัญที่ Klook ต้องจับมือให้แน่นและพากันเดินทางให้รอดพ้นในสถานการณ์อันยากลำบากนี้เช่นกัน การลุกขึ้นมาปรับบริการของ Klook ช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ค้า และทำให้ Klook เองเห็นโอกาสในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ (Vertical) เพื่อตอบรับรูปแบบการใช้วิถีชีวิตแบบใหม่ของผู้คน 

จากเดิมที่แบ่งประเภทเป็น Things to Do และ Lifestyle แบบกว้างๆ วิกฤตครั้งนี้ทำให้ Klook ตีความบริการใหม่ที่ละเอียดขึ้นรองรับการใ้ช้ชีวิตอย่างรอบด้าน ทั้ง Food & Berverage, Salon & Beauty, Massage & Spa และ Staycation หรือการพักผ่อนรูปแบบใหม่ในพื้นที่ใกล้เมืองอย่างบางกระเจ้า หรือพัทยา

 

การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

“พอเราทราบข่าวว่าโรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ที่กลายมาเป็นโรงพยาบาลกักตัวผู้ป่วย คนทำงานที่นั่นออกไปไหนไม่ได้ ร้านอาหารแถวนั้นปิดหมด เราในฐานะแพลตฟอร์มตัวกลางรับอาสาทำหน้าที่ส่งอาหารให้คุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พร้อมกับ encourage การแบ่งปันร่วมกันทั้งจากร้านค้าและผู้ใช้งานของเราไปด้วย”

Klook ต่อยอดบทบาทตัวกลางในสถานการณ์โรคระบาดนี้ให้กับสังคม ด้วยแคมเปญ ‘Klook ร่วมส่งพลังให้ฮีโร่ชุดชาว’ ร่วมมือกับร้านอาหารและเครื่องดื่มร้านดังกว่า 13 ร้านบนแพลตฟอร์ม เปิดให้ผู้ใช้งานเลือกสั่งเมนู [คุณซื้อให้หมอ 1 เราให้หมอ 1] จากนั้น Klook จะทำหน้าที่ส่งอาหารและเครื่องดื่มให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากร โรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ที่เป็นด่านรบแนวหน้า ผู้เสียสละและร่วมฝ่าฟันต่อสู้กับเชื้อโรคโควิด-19 


 

Keep looking to explore

จริงๆ แล้ว คําว่า Klook มาจากคําว่า 'Keep Looking' ที่มาพร้อมกับแท็กไลน์ที่ว่า ‘Yours to Explore' แม้ในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ทีมงาน Klook ยังคงมุ่งมั่นในการค้นหาโอกาสใหม่อยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของแท็กไลน์เฉพาะกิจว่า Yours to Explore Later เพื่อส่งกําลังใจลูกค้าและทีมงานด้วยกันเอง ด้วยความหวังที่ว่าสักวันนึงเราจะกลับมาเดินทางเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโลกกว้างได้อีกครั้ง

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง Klook ได้เตรียมปล่อยแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้ชื่อ Thailand is Calling สนับสนุนให้คนไทยเที่ยวไทย โดยไม่เพียงมุ่งหวังให้คนไทยได้ออกเดินทางเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอีกครั้งเท่านั้น แต่การกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวไทยนั้น ยังหมายถึงการทําให้นักท่องเที่ยวได้ออกไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ออกไปช่วยจับจ่ายใช้สอยเพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวและชาวบ้านในชุมชนกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

 

การเดินทางในครั้งนี้ของอาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ในวิถีสตาร์ทอัพด้วยทีมงานขนาดกระทัดรัด แม้ในสถานการณ์อันวิกฤตที่การเติบโตอาจไม่พุ่งแรงเท่าเดิม แต่เราได้เห็นการเติบโตที่มั่นคง เพราะเขาไม่ได้เติบโตไปเพียงลำพัง แต่ยังพาให้ลูกค้า ผู้ค้า และสังคมเดินไปข้างหน้าเพื่อหาโอกาสใหม่ไปด้วยกัน 

Because they always keep looking to explore !

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
คุณศันสนีย์ ทรงเกียรติธนา Head of Marketing, Klook Technology (Thailand) Limited 
คุณกนกกุล ช้างพันธ์ Partnership & PR Manager, Klook Technology (Thailand) Limited 

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย โศภิษฐา ธัญประทีป, Human Nice Experience Co., Ltd.