หลายคนที่คลุกคลีอยู่กับดนตรีและคอนเสิร์ต น่าจะได้ยินคำว่า ‘Music Industry' หรือ ‘อุตสาหกรรมดนตรี’ อยู่บ่อย ๆ แต่น้อยครั้งที่จะมีการอธิบายว่า อุตสาหกรรมดนตรีคืออะไร และมีอะไรที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดนตรีบ้าง เราถือโอกาสนี้ชวนให้คุณได้รู้จักกับอุตสาหกรรมดนตรีให้มากขึ้น และทำให้รู้ว่า ผู้ฟัง หรือผู้ชื่นชอบในดนตรีอย่างเรา ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่ง และยังมีส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมดนตรีไม่น้อยเลย

อุตสาหกรรมดนตรี ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความซับซ้อน เพราะเกี่ยวเนื่องไปด้วยบุคคลหลายฝ่ายที่มีช่องทางของรายได้หลักมาจากการผลิตดนตรี โดยทีมงานฝ่ายต่าง ๆ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะแยกย่อยไปตามภาคส่วนความรับผิดชอบที่ต่างกัน แต่เนื่องด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบต่อรูปแบบของอุตสาหกรรมดนตรีจนต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถแบ่งประเภทองค์กรที่มีส่วนในอุตสาหกรรมดนตรีปัจจุบันได้พอสังเขป ดังนี้
 

ผู้ประพันธ์เพลง

หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรี ก็คือตัวดนตรีเองนี่แหละ การจะเกิดเป็นดนตรีขึ้นมาได้ก็ต้องมีคนแต่งเพลง ทั้งเนื้อร้อง ภาคดนตรี หรือแม้แต่ผู้เขียนโน้ตสำหรับเพลงคลาสสิก ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือลิขสิทธิ์เป็นเจ้าของผลงานเอง แต่ในกรณีที่เป็นศิลปินในสังกัดค่าย ก็อาจจะมีการเซ็นสัญญาให้ค่ายเป็นเจ้าของร่วมในผลงาน มีการเก็บส่วนแบ่งจากการจัดจำหน่าย หรือเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมก็จะเป็นไปตามสัญญาที่มีกับทางค่าย ในขณะเดียวกัน ผู้ประพันธ์เพลงอาจจะรับงานจากภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องการให้แต่งเพลงสำหรับสินค้า บริการ หรือองค์กรอื่น ๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน 

 

การบันทึกเสียง

อีกปัจจัยสำคัญของวงจรนี้ก็คือนักดนตรี นักร้อง ศิลปิน ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดผลงานประพันธ์ดังกล่าวให้ออกมาเป็นเสียงที่รับฟังกัน โดยจะมีการบันทึกเสียงภายใต้คำแนะนำของโปรดิวเซอร์ ซึ่งอาจเป็นทั้งผู้ควบคุมการบันทึกเสียง ผู้กำหนดแนวทางของดนตรี เลือกนักดนตรีที่จะมาร่วมอัดเพลง หรือเป็นผู้วางคอนเซ็ปต์เพลง ไปจนถึงภาพลักษณ์ของศิลปินเลยก็ได้ (ในที่นี้ สำหรับศิลปินอิสระส่วนใหญ่สามารถนั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์เองได้เช่นกัน) และมี Mixing หรือ Mastering Engineer ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผสมเสียง ปรับการตั้งค่าของเสียง ที่จะส่งผลต่อการฟังเพลงนั้น ๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การฟังตามความต้องการของศิลปิน หรือโปรดิวเซอร์ว่าต้องการนำเสนอผลงานที่ให้คุณภาพเสียงออกมาในรูปแบบใด

 

ฝ่ายจัดการศิลปิน

หรือที่รู้จักกันในชื่อ Artist Manager เป็นทีมงานที่คอยจัดการธุระนอกเหนือจากผลงานดนตรีของศิลปินนั้น ๆ ทำงานประสานกันระหว่างค่ายเพลงและศิลปิน อย่างการจัดการสัญญาเรื่องความเป็นเจ้าของผลงานระหว่างค่ายกับศิลปิน สัญญาว่าจ้างระหว่างผู้จ้างและศิลปิน ไปจนถึงการประสานงานติดต่อว่าจ้างเพื่อไปเล่นคอนเสิร์ต หางานเล่นให้ศิลปิน หรือเป็นผู้เดินสายพาศิลปินไปแนะนำตัวกับสื่อต่าง ๆ ส่งจดหมายแนะนำตัวศิลปิน จัดคิวสัมภาษณ์ แต่ก็มีคนที่รับเป็นผู้จัดการศิลปินอิสระที่ไม่สังกัดค่าย ในที่นี้อาจรวมไปถึงฝ่ายกฎหมาย หรือฝ่ายธุรกิจ ที่จ้างมาเพิ่มเพื่อรับผิดชอบในงานส่วนสัญญาและรายได้โดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน

 

ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย

ศิลปินที่มีผลงานเพลงสมัยก่อนจะต้องมีสื่อบันทึกเสียงอย่างเช่นเทปคาสเซ็ต ซีดี หรือแผ่นเสียง โดยผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่สามารถผลิต ทำซ้ำ และจำหน่าย ก็คือตัวศิลปินเอง หรืออาจเป็นค่ายเพลงที่พวกเขาทำสัญญาด้วย ผู้ที่รับฟังผลงานที่มีซีดีของศิลปินนั้น ๆ ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของผลงานเพลง แค่เพียงมีสื่อบันทึกเสียงนั้นไว้ครอบครองเท่านั้น ห้ามทำซ้ำเพราะจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยยอดขายจากร้านแผ่นเสียงจะถูกหักเข้าสู่ค่ายเพลง และค่ายเพลงจะแจกแจงรายได้นั้นไปยังศิลปิน นักดนตรี ผู้จัดจำหน่าย แต่ในปัจจุบันที่มีระบบซื้อขายดนตรีออนไลน์และสตรีมมิง (Streaming) เข้ามา ผู้ถือสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายออนไลน์และผู้ให้บริการสตรีมมิงก็จะต้องมอบรายได้จากจำนวนครั้งที่ฟังคืนสู่ศิลปินหรือค่ายเพลงแทนนั่นเอง 

 

การแสดงสด 

เพราะยุคสมัยนี้ ศิลปินไม่สามารถขายเทปคาสเซ็ต ซีดี หรือแผ่นเสียง ได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะการมาถึงของ MP3 และสตรีมมิง ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงจาก Physical Media มาเป็นไฟล์เพลงและออนไลน์แทน ยอดขายที่ตกฮวบทำให้พวกเขาต้องหาทางรอดด้วยการแสดงสด ซึ่งการแสดงนี้ก็จะต้องมีโปรโมเตอร์ ที่จะจัดให้มีคอนเสิร์ต โดยติดต่อศิลปินผ่านทางค่ายเพลง ที่มักจะทีตัวแทนศิลปินรับติดต่อเพื่อไปแสดงงานอีกที และประสานกับเจ้าของสถานที่เพื่อจัดงาน ไปจนถึงการขายบัตรผ่านตัวแทนจำหน่าย การประสานกับสื่อต่าง ๆ เพื่อกระจายข่าวประชาสัมพันธ์การแสดงที่จะเกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายตั๋ว ทั้งนี้ยังมีทีมงานฝ่ายโปรดักชันแสง สี เสียง ทีมออกแบบเวที และสร้างบรรยากาศที่จะเติมเต็มประสบการณ์ของดนตรีสดได้ 

นอกจากนี้ยังมีสหพันธ์ หรือกลุ่มองค์กรที่ให้การคุ้มครองศิลปิน ช่วยดูแลทั้งด้านลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และการผลักดันส่งเสริม ให้เงินสนับสนุนในการสร้างผลงาน ซึ่งอาจเป็นรายได้หลักของประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศได้อีกทางเช่นกัน อย่างเช่นที่เกาหลีใต้ สามารถผลักดันบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ป ให้หลายมาเป็น pop culture ไปทั่วโลกได้

เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมดนตรี ไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ศิลปิน และค่ายเพลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อทำให้ตัวศิลปินได้เป็นที่รู้จัก และทำให้เพลงนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด สร้างรายได้จากผลงานที่พวกเขาสร้างสรรค์ ในช่วงยุคหลัง ๆ ศิลปินหลายคนก็ไม่ได้จำหน่ายเพียงแค่ผลงานเพลงเดียวอย่างเดียว แต่ยังขายภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการสร้างฐานแฟนเพลงที่จะมาเป็นผู้สนับสนุนผลงานให้มากขึ้นได้อีกด้วย หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บริการสตรีมมิงเอง ก็ยังมีการชักชวนศิลปินมาเป็น exclusive หรือ featured artists เพื่อเป็นอีกกลยุทธในการขาย เพื่อเพิ่มยอดผู้ใช้บริการ ทำให้เกิดความพิเศษของสตรีมมิงตัวเอง ที่ผู้ฟังสามารถเลือกฟังเพลงของศิลปินคนนั้น ๆ ได้ที่สตรีมมิงนี้เป็นที่แรก

ในสื่อบันเทิงอื่น ๆ อย่างละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ต่างก็มีดนตรีมาเกี่ยวข้อง ผู้กำกับภาพยนตร์บางคนให้ความสำคัญกับเพลง ทั้งที่เป็น score สร้างบรรยากาศและขับเน้นอารมณ์เพื่อเล่าเรื่อง ไปจนถึงเพลงประกอบภาพยนตร์หรือที่เราเรียกกันว่า original soundtrack ด้วยการเลือกผูประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียง ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นอาจมีวงดนตรีอยู่แล้ว ก็สามารถดึงแฟนเพลงอีกกลุ่มให้มาเสพผลงานอีกฝั่งหนึ่งได้เช่นกัน เช่น Thom Yorke แห่ง Radiohead กลายมาเป็นผู้ทำเพลงประกอบให้กับ Susperia และ Johnny Greenwood จากวงเดียวกัน ก็เป็นผู้ประพันธ์คู่บุญของผู้กำกับ Paul Thomas Anderson (ภายหลัง Thom Yorke ก็มาร่วมงานกับเขาในเรื่อง Anima) และอีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือ Trent Reznor และ Atticus Ross แห่ง Nine Inch Nails ที่มาทำเพลงให้ David Fincher ในหลายเรื่อง
 

ในขณะเดียวกัน ผู้คนจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เห็นพ้องต้องกันว่า ดนตรี เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในชีวิต ที่แม้ไม่ใช่สิ่งพื้นฐาน แต่สามารถสร้างความบันเทิง และเกิดสุนทรียะในการใช้ชีวิตได้ ฝั่งวิดิโอเกม ก็มีการซื้อเพลงดังของศิลปินหลายคนมาเป็นเพลงประกอบ อย่างเกมฟุตบอลชื่อดัง FIFA หรือ Need For Speed ก็กลายเป็นหนึ่งในเกมที่คอเกมต่างเห็นพ้องต้องกันว่า นี่คือแหล่งในการหาเพลงใหม่ ๆ ฟังชั้นยอด หรือตัวละครในเกมบางตัวก็กลายมาเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับเป็นมนุษย์อย่างเรา ๆ อย่างพวก Vocaloid การแข่งขันกีฬาเช่น Superbowl หรือแฟชันโชว์ชุดชั้นในของ Victoria’s Secret ก็มักจะมีการเชิญศิลปินมาแสดงสดเช่นเดียวกัน บ่อยครั้งที่ดนตรีถูกนำไปผนวกกับการส่งเสริมการขาย อย่างโฆษณาสินค้า พวกจิงเกิ้ลที่ทำให้เราจำยี่ห้อสินค้าได้อย่างไอศกรีมวอลล์ หรือนมถั่วเหลืองแลคตาซอย  ไปจนถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้บุคคล องค์กร อย่างเพลงประจำบริษัท เพลงมาร์ชโรงเรียน เพลงหาเสียงเลือกตั้ง ที่ก็มีผู้ประพันธ์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
 
จากข้อเขียนนี้สามารถสรุปได้ว่า อุตสาหกรรมดนตรีทุกภาคส่วนต่างมีความสำคัญไม่แพ้กัน และยังเป็นฟันเฟืองที่นำไปต่อยอดในภาคธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด และในอนาคตที่ยังมีการพัฒนาของเทคโนโลยีอยู่เรื่อย ๆ อาจมีบูรณาการทางธุรกิจ ที่ดึงเอาดนตรีไปเกี่ยวข้องในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงอีกก็เป็นได้

เรียบเรียงโดย มนต์ทิพา วิโรจน์พันธ์