มาวันนี้เมื่อเราทุกคนในสังคมต่างต้องใส่หน้ากากใส่กัน และสร้างระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวหรืออย่างไร แต่เพื่อปกป้องตัวเองและโอกาสการแพร่เชื้อจากเชื้อไวรัสที่เราอาจไม่รู้ตัว ไม่เช่นนั้นทุกคนจะติดเชื้อไวรัสที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต! ถ้าหลายปีที่แล้วมีใครมาอ่านประโยคนี้เข้าก็คงคิดว่าเป็นพล็อตหนังไซไฟแฟนตาซีเรื่องใหม่ จนกระทั่งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ได้ระบาดไปทั่วโลกในช่วงต้นปี ค.ศ.2020

มิน่าล่ะ! เขาถึงบอกกันว่าภาพยนตร์มักสร้างมาจากเรื่องจริง

 

การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบไปกับประชากรมนุษย์โลกในทุกระดับ เพราะมาตรการสำคัญที่จะหยุดการแพร่เชื้อไม่ให้กระจายไปในวงกว้างคือมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ซึ่งก็คือการเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น พนักงานบริษัทหลายคนต้องเปลี่ยนห้องรับแขกในบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศเพราะไม่ต้องไปทำงาน นักเรียนนักศึกษาหลายคนกลายเป็นแดนเซอร์ในโลกโซเชี่ยล เพื่อรอเวลาเปิดเทอมอีกครั้ง หนุ่มสาวคอทองแดงทั้งหลายต้องหันมาใช้โปรแกรมต่าง ๆ เพื่อชนแก้วกัน หรือแม้กระทั่งหลายคนเรียนรู้การทำอาหารด้วยตนเอง จนเราคาดว่าหลังจากเหตุการณ์ไวรัสนี้จบลง เราคงเห็นร้านอาหารเพิ่มขึ้นอีกหลายธุรกิจ

สิ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนจากเหตุการณ์ตอนนี้ก็ คือบริการจัดส่ง (delivery) และเดลิเวอรี่แมน (delivery man) กลายเป็นพระเอกของทุกคน เป็นผู้นำอาหาร สินค้าที่เราสั่งซื้อนอกบ้านมาส่งให้ถึงที่ ลดโอกาสที่เราจะไปรับเชื้อโรคมาจากการทำกิจกรรมซื้อหาอาหาร ชอปปิ้งนอกบ้าน แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่า ‘พนักงานที่มาส่งของให้เราจะไม่เป็นพาหะที่นำเชื้อไวรัสมาเป็นของแถม ?’ แน่นอนว่าเราไม่มีทางรู้ แต่เรามีทางป้องกัน

 

การออกแบบที่ดีต้องไม่ใช่แค่สวยงาม

MOREOVER แบรนด์ของแต่งบ้านที่มีสโลแกนว่า “Creative is more” และเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นซึมซับอยู่ในทุก ๆอย่างไม่ว่าจะจากฝั่งผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งตัวลูกค้าเองก็ตาม จุดสังเกตของแบรนด์นี้คือมักจะใช้วัสดุที่เป็นเหล็กและเน้นไปที่ความเรียบง่ายซึ่งแฝงไปด้วยประโยชน์ใช้งาน ในฐานะกลุ่มนักออกแบบที่ช่างสังเกต ช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางทีมเห็นการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตประจำวันที่คนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการเดลิเวอรี่ สังเกตเห็นว่าหลายๆ บ้านในละแวกออฟฟิศมีการเอาลวดมาแขวนตะกร้าไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้พนักงานส่งของในนั้น หรือแม้กระทั่งบางบ้านเอาเก้าอี้มาวางหน้าบ้านเพื่อเป็นที่วางพัสดุ แม้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจจะยังไม่เป็นระบบบแต่การปรับตัวของทุกคนทำให้กระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ของทีม ให้จัดการกับ ‘ไอเดียของการรับ-ส่งของที่มีความเป็นสากลและทุกคนสามารถใช้งานได้ร่วมกัน’ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าไอเดียที่ดี ไม่ใช่แค่ตอบสนองในด้านความสวยงามและสุนทรียศาสตร์อย่างเดียว แต่จำเป็นต้องใช้แก้ปัญหาได้ด้วย

 

DROP BOX กล่องรับส่งของแบบไม่ต้องสัมผัส

DROP BOX คือกล่องรับส่งของหรือกล่องไปรษณีย์ที่แขวนไว้ที่ประตูบ้าน ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะสามารถรับ-ส่งได้ตั้งแต่จดหมาย พัสดุ และอาหาร โดยหน้าที่หลักของ DROP BOX คือการสร้างระยะห่างระหว่างผู้ส่งกับผู้รับให้ห่างกันอย่างน้อย 1 ช่วงแขน โดยหลักการทำงานของมันก็คือเจ้าบ้าน (ผู้รับของ) สามารถวางเงินไว้ในกล่องแล้วโทรแจ้งผู้ส่ง เมื่อผู้ส่งมาถึงก็นำของวางไว้ในกล่องแล้วหยิบเงินกลับไปเท่านี้เราก็จะสามารถรับ-ส่งของกันโดยไม่ต้องเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อเข้ามาในบ้านตามแนวคิดการรับ-ส่งสินค้าแบบไร้การสัมผัส (Contactless Delivery)

 

DROP BOX เป็นกล่องเหล็กพ่นสีขนาด 30x14.5x12 เซนติเมตรที่สามารถรองรับได้ตั้งแต่ซองจดหมาย พัสดุต่างๆ ไปจนถึงถุงอาหาร โดยตัวกล่องมีจุดใช้สำหรับแขวนและเกี่ยวสำหรับบรรจุภัณฑ์หลากหลายชนิด เจ้ากล่องนี้ติดตั้งอย่างง่ายดายเพียงแค่เกี่ยวกับรั้วหรือประตูบ้านซึ่งมีล็อคติดไว้ให้เพื่อป้องกันการสูญหาย ตัวกล่องมีการเจาะรูเพื่อกันน้ำขังและที่สำคัญคือมีสีเคลือบป้องกันสนิม เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอก (outdoor) เพื่อรองรับพฤติกรรมการสั่งเดลิเวอรี่ ของผู้อาศัยในบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมหรือทาวน์เฮาส์ที่เป็นครอบครัว เนื่องจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสกันภายในครอบครัวได้ง่าย

 

ไอเดียที่ยังคงพัฒนาต่อ 

ตั้งแต่นำเสนอไอเดีย DROP BOX ไป ผลตอบรับกลับมาดีมาก เนื่องจากการออกแบบที่ตอบโจทย์ โดนใจผู้ใช้งาน จากความเข้าใจว่าเรื่องของสุขภาพเป็นประเด็นหลักที่ทุกคนให้ความสำคัญมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อาศัยกันเป็นครอบครัว ทุกคนต่างระมัดระวังเพื่อป้องกันคนทุกรักให้มีโอกาสติดเชื้อน้อยที่สุด

ทางทีม  MOREOVER บอกต่ออีกว่าการออกแบบจะยังไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ ครอบครัววิตกและเป็นกังวลพอสมควร และการแพร่กระจายอาจจะทุเลาลงในเวลาอันใกล้ แต่พวกเขาเชื่อว่าพฤติกรรมในเรื่องของการรักษาความสะอาดและระยะห่างทางสังคมจะยังคงอยู่กับเราต่อไป ทีมบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่อาจจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในอนาคต ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของทุก ๆ คนต่อไป

สำหรับผู้อ่านหลาย ๆ ท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้วสนใจ อยากลองเข้าไปเยี่ยมชมผลงานของทีม MOREOVER สามารถเยี่ยมชมผลได้ทางช่องทางต่อไปนี้ www.moreoverdesign.com, www.facebook.com/moreoverdesign

หรือ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อ DROPBOX ได้ที่ LINE  https://line.me/R/ti/p/%40moreoverdesign