[For English, please scroll down.]

มนุษย์เรามีตัวช่วยในการบันทึกความทรงจำด้านความงามและสุนทรียะกันหลากหลายตามแต่ยุคสมัย เริ่มมาตั้งยุคแรกคือการวาดภาพผนังถ้ำ กระดาษปาปิรุส มาจนการวาดภาพเหมือนสีน้ำมัน มาจนถึงช่วงปี ค.ศ. 1490  ซึ่งมีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยลีโอนาโด ดา วินซี (Leonardo Da Vinci) ถึงการใช้กล้องออบสคิวราที่จิตรกรได้นำไปช่วยในการวาดภาพลอกแบบ จนมาถึงค.ศ. 1826 มนุษย์ก็ประสบผลสำเร็จในการคิดค้นกระบวนการสร้างภาพจนได้ภาพถ่ายภาพแรกของโลกโดย  โจเซฟ เนียฟฟอร์ เนียฟซ์ (Joseph Nicephore Niepce) ชาวฝรั่งเศส ที่บันทึกภาพจากกล้องออบสคิวราลงบนแผ่นโลหะได้เป็นครั้งแรก จากนั้นกาลเวลาก็นำพาให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพอย่างไม่หยุดยั้ง จากภาพถ่ายขาวดำมาเป็นภาพสีสมจริง จากยุคฟิล์มถ่ายภาพที่ต้องใช้เวลารอล้างและอัดภาพถ่ายมาเป็นยุคกล้องดิจิทัล ใครกันจะนึกฝันถึงวันที่เราจะมีกล้องถ่ายภาพที่กดชัตเตอร์ปุ๊ปให้ผลลัพธ์มองเห็นได้ปั๊ปอย่างเช่นในทุกวันนี้ 

ความรวดเร็วทันใจของเทคโนโลยีเป็นข้อดี แต่สำหรับใครอีกหลายคนในแวดวงถ่ายภาพที่รู้สึกว่าความรวดเร็วได้พัดพาเอาความละเมียดละไมในชีวิต เสน่ห์ของการรอคอย และการคาดเดาผลลัพธ์อะไรไม่ได้ ผ่านเลยออกไปด้วย บางทีความทันใจปุ๊ปปั๊ปและการเห็นคำตอบผลลัพธ์ของงานรวดเร็วเกินไป ก็กลายเป็นความชืดชา ดังเช่นช่างถ่ายภาพหนุ่ม คุณพูน ณัฏฐพล พิริยวัฒน์กุล แห่งร้าน SOLARLAB ถ.ศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น ได้บอกกับเรา วันนี้คุณพูนจะคุยกับเราถึงเสน่ห์ของการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม กระบวนการล้าง และทิศทางของธุรกิจถ่ายภาพฟิล์มที่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ยุคนี้สมัยนี้แล้วทำไมถึงยังคงมีแฟนคลับกล้องฟิล์มที่เหนียวแน่นกันอยู่อีก แถมอาจจะยิ่งเพิ่มความนิยมขึ้นด้วยซ้ำในกลุ่มช่างภาพรุ่นใหม่ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปในการถ่ายภาพหน่อย
ปกติก็ถ่ายรูปอยู่แล้วมาเป็นสิบปี ตั้งแต่ม.ปลาย แต่ก็ถ่ายดิจิทัลมาเรื่อย ๆ รับงานบ้าง ถ่ายเล่นบ้าง และก็เป็นคนชอบเล่นอุปกรณ์ด้วย แต่กล้องดิจิทัลมันก็ออกมาแค่เมกกาพิกเซลเพิ่มขึ้น ออโต้โฟกัสเร็วขึ้น ซึ่งมันไม่ท้าทาย ไม่ตื่นเต้นสำหรับเราแล้ว พอช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปีสองก็เริ่มสนใจฟิล์ม เพราะเรามีประสบการณ์ฟิล์มอยู่บ้างจากพ่อแม่เลยซื้อกล้องฟิล์มมาถ่าย และก็ไปขออาจารย์ที่คณะศิลปกรรมใช้ห้องมืดเพื่อล้างฟิล์ม พอถ่ายมาปีนึงต้นทุนก็ค่อนข้างสูง เราก็ไม่ค่อยมีตังค์ เพราะฟิล์มก็ต้องซื้อ น้ำยาก็ต้องซื้อ และพอกดชัตเตอร์ไปมันลบไม่ได้ มันก็ต้องจ่ายตังค์แล้ว ก็เลยเล่นอยู่ตอนนั้นแค่ประมาณปีเดียว ก็เลิก ขายทิ้ง และกลับมาใช้ดิจิทัล และใช้ยาวมาจนสักประมาณสองปีที่แล้วถึงได้กลับมาเล่นฟิล์มอีกครั้งหนึ่ง ด้วยดิจิทัลมันไม่ท้าทายเรา มันถ่ายแล้วเห็นรูปเลย ไม่ชอบก็ลบถ่ายใหม่ ซึ่งมันก็เป็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีนะฮะ แต่ส่วนตัวเราก็อยากจะย้อนกลับไปที่เบสิคการถ่ายรูปจริง ๆ พอมาถ่ายฟิล์มแล้วก็รู้สึกว่าสีสวยดี แล้วก็ตื่นเต้นเวลาถ่ายเพราะว่าเราไม่รู้ผลลัพธ์เลย ทุกวันนี้ถึงจะถ่ายมาสองปีแล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่กดชัตเตอร์ เพราะเหมือนเราได้จินตนาการด้วยว่ามันจะออกมาเป็นยังไง จะดีไหม บางรูปคิดว่าดีแน่ ๆ แต่ออกมาก็ไม่ดี หรือบางรูปกดๆ ไปงั้นแหละ แต่กลับกลายเป็นว่าออกมาแล้วดี มันเป็นความคาดเดาไม่ได้ มันก็เลยสนุกตรงนี้ด้วย

แล้ว SOLARLAB คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร
SOLARLAB ก็เป็นแล็ปล้างฟิล์ม ขายฟิล์ม แต่ไม่ได้รับถ่ายภาพ เราดูแลเรื่องงานฟิล์มอย่างเดียวเลย ร้านตั้งมาได้ปีหนึ่งพอดีนะฮะ เปิดตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2561 ก่อนหน้านี้ผมก็ทำร้านกาแฟช่วยพี่ชายและรับถ่ายวิดีโอที่เป็นพวกงานแต่งงาน ก็ถือว่าได้ทำสิ่งที่เราชอบนะเพราะได้จับกล้องตลอด แต่มันไม่ได้ทำอะไรตามใจ คืองานแต่งมันต้องไปทำตามใจไปเอาใจลูกค้าด้วย จนมาเจอพี่ที่ถ่ายรูปด้วยกันนานมาแล้ว พี่เค้าก็ชวนให้เริ่มมาถ่ายฟิล์ม ก็สนใจ และเห็นว่าขอนแก่นยังมีโอกาสที่เราจะทำร้านได้อยู่ และพอดีก็เบื่องานถ่ายรูปเว็ดดิ้งแล้วด้วย ก็เลยคุยกันและหุ้นกันทำร้านขึ้นมา

ได้ชื่อ SOLARLAB มาได้ยังไง
คือการจะได้ภาพเราก็ต้องอาศัยแสง ถ้าไม่มีแสงก็ไม่มีภาพเลย แสงที่เราได้ตลอดมาก็มาจากแสงอาทิตย์ ก็เลยรู้สึกว่าแสงอาทิตย์คือทุกอย่างที่ทำให้เราทั้งมองเห็นและมีภาพถ่ายก็เลยเอาเป็นชื่อ SOLAR 

รูปภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มกับรูปที่ถ่ายดิจิทัลแตกต่างกันตรงไหน
ผมว่าสี เพราะดิจิทัลจะพยายามมากที่จะทำให้สีมันตรง คือพยายามให้ค่าความผิดเพี้ยนน้อยที่สุด แต่ถ้าเป็นฟิล์ม สีมันไม่ได้เหมือนที่ตาเห็น กลายเป็นว่ามันมีความสวยในแบบของมัน ผมว่าบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องจริงและตรงถึงจะสวย ซึ่งฟิล์มก็เป็นแบบนั้น เป็น Mood and Tone ที่อยู่ในภาพเลย บางทีภาพมันก็ไม่ได้ดูน่าจะถ่ายยากอะไร อาจจะเป็นแค่แก้วกาแฟเฉยๆ ถ้าเป็นกล้องดิจิทัลจะเห็นความต่างเลยว่ามันตรงมากเหมือนจริงมาก แต่ฟิล์มเนี่ยไม่เหมือนจริง เงาที่มืดอาจจะไม่ได้มืด อาจจะเป็นเทา ๆ แปลก ๆ สีของกาแฟอาจจะเข้มเกินจริง แต่มันมี mood and tone ที่ทำให้ดูแล้วมีความรู้สึก เป็นเรื่องของความรู้สึกว่าดูแล้วมันสวย คงเหมือนอย่างภาพวาดซึ่งมันก็ไม่ได้เหมือนจริง แต่มันสวยในแบบของมัน

เสน่ห์ของการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม
ผมว่าฟิล์มทำให้เราได้เบรกจากความเร็วในทุก ๆ อย่าง ในยุคที่ทุกอย่างมันเร็วทันใจมาก ก็มีสิ่งนี้ที่มันทำให้เราได้เบรกความเร็วนั้นลง กลับมาทบทวนอะไรมากขึ้น ในการที่จะทำอะไร

อย่างเวลาผมไปถ่ายรูป บางม้วนที่ถ่ายมาก็ยังไม่ได้ล้าง เก็บไว้อย่างนั้นก่อน อาจจะสักเดือนหรือสองอาทิตย์ เพื่อให้ความรู้สึกที่เราไปในสถานที่นั้นให้มันหายไปก่อน คือถ้าเรากลับมาเราล้างเลยเราอาจจะเห็นว่ามันสวยเพราะอารมณ์เรามันยังอินอยู่กับสถานที่นั้น ๆ ซึ่งทำให้ไม่รู้ว่ามันสวยจริงหรือเปล่า แต่ถ้าเวลาผ่านไปแล้วเรากลับมาดูและยังรู้สึกว่ามันสวยจริง ๆ อยู่ แปลว่ามันสวย และมันก็อาจจะทำให้เรานึกย้อนไปถึงตอนที่ถ่ายด้วย ซึ่งถ้าเราถ่ายและดูเลย เราก็อาจจะลืมเวลาตอนนั้นไปเลย

และฟิล์มทำให้เราตั้งใจถ่ายรูปมากขึ้น เพราะว่าเราต้องคิดเยอะมาก ๆ ในการจะกดชัตเตอร์สักครั้งหนึ่ง ผมเองก็ยังถ่ายดิจิทัลควบคู่ไปด้วย แต่พอเรามาถ่ายดิจิทัลกลับกลายเป็นว่าเราคิดมากขึ้น และก็ทำให้ผลลัพธ์มันดีขึ้นจากที่เมื่อก่อนเราก็ถ่ายสะเปะสะปะ ไม่รู้จะถ่ายอะไร ไม่รู้จะมองอะไร แต่ฟิล์มมันสอนให้เรามองหาก่อนแล้วค่อยถ่าย สอนให้เรารู้จักรอจังหวะที่จะถ่าย แต่ถ้าเป็นดิจิทัลเลยก็จะถ่ายไปหาไป มองผ่านจอสะเปะสะปะแล้วก็กด ๆ ไปเลย แล้วเดี๋ยวค่อยไปเลือกเอาทีหลัง ผมว่าคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับฟิล์มจะรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์ก็ตรงนี้ล่ะ

ข้อจำกัดของฟิล์ม
คือถ่ายแล้วถ่ายเลย และจะมีข้อจำกัดมากในที่ที่แสงน้อย เพราะฟิล์มต้องการแสงที่จะทำให้เป็นภาพ แต่ถ้าเป็นที่กลางแจ้งจริง ๆ ก็ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย

แล้วกระบวนการทำงานในร้าน SOLARLAB เป็นอย่างไร
หนึ่งปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผมก็ทำคนเดียวแทบจะทุกขั้นตอน พี่ที่เป็นหุ้นส่วนจะช่วยดูเรื่องการตลาด ช่วยหาอะไรใหม่ๆ เหมือนช่วยดูหลังบ้าน แต่ว่าหน้าบ้านนี่ก็เป็นเราเต็มตัวเลย และตอนนี้ก็เพิ่งจะได้พนักงานมาช่วย
ในเรื่องการล้างฟิล์ม ถ้าเป็นฟิล์มขาวดำผมก็ใช้ความรู้เดิมที่มีและหาความรู้เพิ่มเติมจากในอินเตอร์เน็ต ก็มีแอปอะไรต่าง ๆ คอยช่วยด้วย ก็ถือว่าสะดวก ส่วนงานฟิล์มสีเราก็มีพื้นฐานพอรู้อยู่แล้ว ค่อยทำไปเรียนรู้ไปด้วย

การล้างฟิล์มในปัจจุบันแตกต่างกับอดีตไหม มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรบ้าง
ทุกกระบวนการประมาณ 80% ยังคงเหมือนเดิม วิธีการใช้งานฟิล์ม วิธีการล้าง ทุกอย่างเหมือนเดิม จะมีเปลี่ยนแปลงบ้างนิดหน่อยคงเป็นพวกเคมีในทุกวันนี้อาจจะมีสูตรใหม่ที่ช่วยให้เวลาลดลง ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ถ้าเป็นฟิล์มสีก็จะมีเครื่องล้างสำเร็จรูป แต่ถ้าต้องเข้าไปล้างในห้องมืดพวกนั้นจะเป็นฟิล์มขาวดำ ฟิล์มขาวดำก็ยังต้องล้างเป็นทีละม้วนอยู่

อย่างสมัยก่อนเราล้าง เราอัดเป็นแผ่นภาพเป็นอัลบั้มออกมาดู แต่ทุกวันนี้เราอยากให้ภาพมาอยู่ในมือถือ อยู่ในรูปแบบของไฟล์ดิจิทัล ปลายทางก็เลยจะเปลี่ยนจากล้างแล้วอัดออกมาเป็นกระดาษ เปลี่ยนมาเป็นสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลแทนและส่งทางคลาวด์หรือสื่อต่าง ๆ  ซึ่งจะตอบโจทย์ลูกค้าตรงที่เขาจะเอาลงมือถือ ส่งไลน์ โพสต์อินสตาแกรมอะไรพวกนี้ได้เลย

กลุ่มลูกค้าของร้านหลัก ๆ เป็นใคร มีชมรมช่างถ่ายภาพฟิล์มในขอนแก่นไหม
เราไม่ได้รวมกลุ่มกันจริงจังขนาดนั้น จะเป็นกลุ่มแยกย่อย ๆ แต่ก็จะแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งคือลูกค้าที่มีประสบการ์จากฟิล์มมาก่อน คือ อายุ 30 ขึ้นไป และการที่ได้กลับมาเล่นอีกก็เหมือนการได้ย้อนวัยย้อนอารมณ์เก่าๆ อีกกลุ่มคือกลุ่มที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับฟิล์มเลย เป็นสิ่งใหม่มากสำหรับเขา จะเป็นรุ่นที่ยังเรียนมหาลัย คือเขาไม่ทันฟิล์มแล้ว

ลูกค้าเราเองก็มีหน้าใหม่มาเรื่อย ๆ อาจจะมาประจำอยู่แป๊ปนึงแล้วก็หายไป ซึ่งที่หายไปนี่เราก็ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไร อาจจะเป็นด้วยต้นทุนการถ่ายรูปฟิล์มมันค่อนข้างสูง เพราะทุกครั้งที่กดชัตเตอร์ไปก็คือเราต้องจ่ายตังค์ ก็อาจจะต้องใช้ความชำนาญในระดับหนึ่งถึงจะได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

ดูเหมือนว่าธุรกิจเราค่อนข้างมีความเฉพาะกลุ่มสูงมาก รู้สึกว่าเป็นข้อดีหรือเป็นอุปสรรคอย่างไรไหม
มันก็เล็กอยู่ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมามันมีการโตขึ้นมาหลายเท่าตัวเลย แล้วมันไม่ใช่แค่ในประเทศไทย มันเป็นตลาดโลก เราก็เลยมองว่ามันเป็นธุรกิจเฉพาะกลุ่มก็จริง แต่ที่แน่ ๆ มันไม่ตาย มันก็คงจะเหมือนแผ่นเสียงนะครับ วงใหม่ ๆ ก็ยังออกแผ่นเสียงคู่มากับ music streaming ปล่อยเพลงใน Spotify เสร็จก็ออกแผ่นเสียงมาเหมือนกัน เราเลยมองฟิล์มมันก็เป็นอย่างนั้น คือเหมือนว่ามีดิจิทัลมาแล้วมันจะมาฆ่าฟิล์มนะ แต่ในที่สุดฟิล์มก็ยังกลับมาและก็อยู่ได้ เลยมองว่ามันคงขนานกันไปเหมือน music streaming กับแผ่นเสียง

คิดว่าการเล่นกล้องฟิล์มเป็นแค่กระแสแฟชั่นไหม
บางส่วนก็อาจจะเป็นอย่างนั้น อาจจะมาไวไปไว แต่ผมว่ามันก็ยังมีคนที่เล่นอยู่ เราก็คาดเดาไม่ออกว่าเมื่อไหร่ที่มันจะลงนะฮะ แต่ว่าหนึ่งปีที่ผ่านมากระแสมันก็ยังดีอยู่ และอย่างปีนี้ฟูจิก็ประกาศว่าจะเอาฟิล์มขาวดำที่เคยเลิกผลิตไปแล้วเมื่อปีที่แล้วกลับมาพัฒนาใหม่เป็นรุ่นที่สอง ผมเลยมองว่าเจ้าใหญ่เค้ายังมีการพัฒนาฟิล์มเพื่อออกเป็นรุ่นใหม่อยู่ แปลว่าเค้าก็ต้องดูว่าตลาดโลกมันยังไปได้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของคนเล่นฟิล์มที่ยังมีการพัฒนาขึ้นมากันอยู่ ไม่ใช่แค่ว่าขายๆ เท่าที่มีอยู่ 

ร้านประเภทเดียวกันในขอนแก่นมีเยอะไหม 
ในขอนแก่นเองก็มีร้านฟิล์มหลายร้าน น่าจะมีสักสามที่ แต่เราก็ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งนะฮะ ผมมองเป็นคู่ค้ามากกว่า เพราะถ้ามีเราคนเดียวเลย แล้วลูกค้าชาวขอนแก่นหันมาเล่นฟิล์ม เราก็คงดูแลไม่ไหว และงานพวกนี้มันก็เป็นงานที่ต้องการความละเอียดในระดับหนึ่งอยู่ซึ่งก็จะไม่สามารถเร่งได้ จะให้ทำเร็ว ๆ ทีละเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ มันก็จะมีเวลาเป็นขั้นตอนของมัน  เลยมองว่า ถ้ามีร้านค้าเยอะ ๆ ก็แปลว่าคนอื่นเค้าก็มองเห็นว่ามันมีโอกาสเหมือนกัน และถ้าเค้าอยู่ได้ก็แปลว่ามีลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ก็เหมือนช่วยๆ กันกระตุ้นวงการด้วย แต่ถ้าเทียบกับกรุงเทพนี่เราเทียบเขาไม่ได้เลย ในกรุงเทพนี่คึกคักมาก น่าจะมีสักห้าสิบแล็ป คือเยอะมากเปิดแทบจะทุกเดือน 

กิจกรรมที่วางแผนสำหรับอนาคต
อย่างการขายฟิล์มบริการล้างฟิล์ม ธุรกิจก็ยังคงไปได้นะฮะ ที่เราอยากเพิ่มเข้ามาก็คือการให้ความรู้กับช่างภาพหรือคนทั่วไป เพราะปัญหาที่เจอตอนนี้ก็คือมีคนมาเล่นฟิล์มเพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่อาจจะยังศึกษาไม่มากพอ ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่ดี ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ บางคนก็ถึงขั้นว่ารูปเสียหายเลย เพราะเค้าทำผิดกระบวนการ ผิดขั้นตอน อย่างเช่นว่าเค้ายังไม่ได้กรอฟิล์ม แต่ถ่ายเสร็จแล้วเปิดฝาเลย แล้วก็อ้าว มันไม่ได้มีรูปในนี้เลยเหรอ คือเค้ายังไม่เข้าใจ คนรุ่นนี้เค้าโตมาแบบไม่รู้จักฟิล์มเลยนะฮะ เค้าถ่ายมาก็เห็นภาพอยู่หลังจอ เลยคิดว่าอันนี้ก็คงเหมือนกัน เปิดมาก็มีภาพอยู่ในฟิล์มเลย และเรื่องการถ่ายรูปโดยใช้ฟิล์มผิดประเภท เช่น ใช้ ISO 100 ที่ไวแสงมาก ๆ สำหรับถ่ายกลางแจ้งแต่เอาไปถ่ายกลางคืน เพราะถ้าเป็นดิจิทัลซื้อกล้องมาหนึ่งตัวก็ถ่ายได้ทุกที่เลย แต่พอเป็นฟิล์มข้อจำกัดมันเยอะ แต่ว่าเขาอาจจะยังไม่เข้าใจข้อจำกัดนั้น เราเลยอยากจะทำให้ความรู้ 

ที่คิดไว้คืออยากจะจัดเป็น Session เจอกันวันเสาร์เช้าสิบโมงครึ่งถึงเที่ยง ใครมีข้อสงสัยอะไร เราอาจจะเล่าให้ฟังว่ากระบวนการได้ภาพมันคืออะไร การจะถ่ายรูปออกมาได้ดี คือไม่สว่างไป ไม่มืดไป ไม่เบลอ ต้องทำยังไงบ้าง แบบว่าเป็นพื้นฐาน ส่วนจะมีคำถามอะไรเพิ่มเติมใครไปเจอปัญหาอะไรก็มาถาม เพราะกล้องแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน 

อย่างเมื่อปีที่แล้วเราก็เชิญ speaker ที่เป็นช่างภาพมาพูด เราไม่ได้มองว่า SOLARLAB เป็นแค่แล็ป เราอยากให้เป็นศูนย์รวมให้กับคนชอบถ่ายภาพด้วย และให้ความรู้ช่างภาพไปด้วย เราก็อยากเชิญ speaker มาพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ความชำนาญของเค้าในด้านการถ่ายรูปแบบต่าง ๆ 

ความคาดหวังสำหรับธุรกิจ
อยากจะทำห้องมืดขึ้นมาให้คนมาใช้งาน มาอัด มาอะไร ให้เป็น process แบบอนาล็อกเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ คือทำให้เกิดภาพด้วยการฉายแสงใส่กระดาษ แล้วเอากระดาษไปจุ่มน้ำยาให้ภาพมันขึ้น และฟิกส์ให้คงสภาพไว้ และก็ตากแห้ง การโดยไม่ยุ่งกับอิเล็กทรอนิกส์อะไรเลย ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มี และก็อยากให้ความรู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มาเล่นใหม่ก็จะได้ไม่ผิดพลาด หรือที่เล่นอยู่แล้วอาจจะอินไปต่อยอดจนสุดท้ายเป็นช่างภาพฟิล์มที่เก่งมากในขอนแก่น สร้างชื่อให้ขอนแก่น สร้างชื่อให้ประเทศ อาจจะเริ่มจากที่เขามาเรียนรู้อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเราก็ได้ แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมาปั้นคนให้แบบยิ่งใหญ่ เพราะเราเองก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าเริ่มต้นและมีคนแนะนำไปในทิศทางที่มันควรจะเป็น พอเค้ามีพื้นฐานที่ดี โตขึ้นไปเค้าอาจจะได้รับ input อะไรดี ๆ ขึ้นมาแล้วก็สามารถต่อยอดขึ้นไปได้ ผมว่าเด็ก ๆ ทุกวันนี้เก่งมาก เพราะหาข้อมูลได้ง่ายมาก เพียงแต่ว่าอาจจะต้องอาศัยการแนะนำในตอนแรกสักหน่อยเท่านั้น

ร้าน SOLARLAB (เจ้าของร้านกำชับด้วยว่าต้องสะกดให้ถูกต้องด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทุกตัว “เพราะมันเป็นสไตล์) ตั้งอยู่ในซอยศรีจันทร์ 4 ถนนศรีจันทร์ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ร้านเปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงไปจนถึงสองทุ่ม เมื่อถามว่าทำไมเปิดร้านสายจัง ก็ได้คำตอบว่าเพราะปกติลูกค้าจะแวะเข้าร้านมาก็หลังเที่ยงเป็นต้นไปอยู่แล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จะสะดวกแวะมารับงานก็ช่วงเวลาเลิกงานไปจนถึงหัวค่ำ เปิดช่วงนี้ก็สะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่าย 

ช่างภาพกล้องฟิล์มมือใหม่และสายอาชีพสามารถเดินเข้าร้านไปแวะคุยและขอคำแนะนำเรื่องการถ่ายภาพได้ เจ้าของร้านเป็นกันเองและพร้อมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กับผู้มีใจรักในการถ่ายภาพเสมอ

เรื่อง ภารดี ตั้งแต่ง
แปล ภารดี ตั้งแต่ง
ภาพ ฐิติพัฒน์ พัฒนวิจิตร (ROUGE Studio)


 

SOLARLAB
“Film photography has taught me to wait for the right moment.”

Human beings have created ways to record their memories especially those related to beauty and aesthetics. From the earliest record, we started keeping track of memories from paintings on cave walls, to papyrus drawing, to oil painting on canvas. Until 1490, Leonardo Da Vinci officially recorded the use of camera obscura that some painters used to produce models for their paintings. In 1826, the world came to know the first-ever-recorded surviving camera photograph, “View from the Window at Le Gras”, a heliographic image created by French inventor Nicéphore Niépce. From that point onwards, development in photographical technology has never stopped, from pewter plates to films and to digital era today. Who would have imagined the day that all we have to do is to just press the shutter and the well-exposed photos are ready to be viewed almost immediately?

However, there are those who can’t help but feel that this developed technology has taken some satisfying experience out of the arts of photography. Poon, Mr. Nattaphol Piriyawatkul, the owner of SOLARLAB, Khon Kaen has spent some time with us sharing his passion in film photography and his view on the direction of this film photography business in Khon Kaen, for some of us may still wonder why, with fully developed features of high-technological digital cameras, some photographers (many among them are young generations) are still attracted to films.

How did you get started in this photography business?
I’d taken photos for decades since high school. But at that time, I started with digital cameras. I took photos for fun in my leisure time and also worked as a part time photographer. I’m so into camera gadgets as well. But I found digital cameras no longer challenging and fun for me, as all they have offered is just some increasing megapixels or faster auto-focus mode; those are not exciting for me anymore. When I was in my sophomore year, I developed some interest in film camera and I studied film development techniques from lecturers at the Faculty of Fine Arts while also asking for their permission to use the dark room available at the faculty. However, at that time, film photography was pretty expensive; I got to spend some money on films and some development chemicals which were too much to afford, so I came back to digital cameras.

Until recently, about two years ago, I again found that digital camera was not very challenging. You take photos and you see the pictures immediately. If you don’t like the photos, you can just erase them. I think this characteristic has some good and bad sides. Personally, I want to get in touch with the very basic mode of photography. I also feel that films produce beautiful colors. Whenever you press the button, you’ll never know the result; that’s very exciting to me. We got to use our imagination. We don’t actually know if the results will come out as planned. For some photos, I was pretty sure that they would come out nice, but they came out a disappointment; whereas some photos I didn’t plan for them, but they came out right. It’s beyond your expectation and that’s why I really enjoy it.

What is SOLARLAB and how did it get started?  
SOLARLAB is a film development lab. We also sell films, but we don’t take photography jobs. We started the lab a year ago, since 11 June 2018. Before that I’d helped my brother at a coffee house and also worked as a wedding photographer. I quite enjoyed it at that time because photography was what I liked doing. But working as a wedding photographer, you got to take photos the way your customers liked you to do instead of creating photos you wanted to do. Until last year I met an old friend who persuaded me to get back to film photography and we found a business opportunity to do film laboratory in Khon Kaen so we decided to open SOLARLAB. 

How did you come up with the name “SOLARLAB”?
In order to get a picture, we need light. Without light, there’ll be no photo at all. And the source of light that we’re all exposed to is from the sun. Sunlight is the most crucial source; it helps us see things and possibly produce photographs, so I went for this name, SOLAR. 

What is distinctly different between film photographs and digital photographs? 
I think it’s the color. Digital photography tries so hard to produce realistic colors and minimize color deviation. But for films, the colors are different from what we see. It appears to have it own beauty. For me, the colors are not necessarily correct and realistic, but with some mood and tone, it’s also beautiful. Some photos, like a picture of a cup of coffee, when taken by a digital camera, it looks so real. But when taken by a film camera, the dark shade could be altered, and the color of the coffee could be darker. I found it beautiful. It’s like seeing paintings which do not always look realistic, but they represent beauty in their own way.

What is the magic of film photography? 
I think film helps slow us down. We’re in the era that everything goes really fast. But with films, you have some times to think and review of what you are going to do.

When I went out for photography, some finished films will be kept for a month or two weeks before their development. I just wanted to make sure that my feelings towards the place would be gone first. If I developed the films right after photo taking, I can’t be certain if these pictures look beautiful because they are really nice or because I still carry some impressions towards the place I visited. After taking some time off, when I look at these photos, I’ll also be reminded of the moment these photos were taken. 

Another point is that films make us become more meticulous. We got to think before taking a shot. Now I still use digital cameras, but the habit of taking film camera makes me think before taking any photos. The results are obviously better. In the past with digital cameras, I didn’t actually know what to look at, I just pressed the button because I know that I can select the right photos afterwards. But with films, we got to look for the focus first ad wait for the right moment.  I think this is how some photographers found film photography magical.

What is the limitation of film photography?
You can press the button once and then that’s it. Also, taking photos in less light area is another limitation. Films need light to produce photos. With sufficient light, there’s no limit. 

Please tell us about the working process in SOLARLAB.
For one year, I do almost everything by myself in the lab. My partner takes care of marketing and provides other supports. We’ve just had a new staff to help out.  

Regarding film development, for black and white films, I have some previous knowledge and I learned also from the internet. It’s pretty convenient today to learn new tricks. And for color film development, I have some basic knowledge and also learn while working.

Are there any distinctly new technologies in film development? 
Almost 80% of the process is still the same; the use of films and film development are the same. Some changes may be the new formula of chemicals used in the development process which helps save time and produces better results. We use a minilab machine for color films. But for black and white films, dark room is still necessary. 

In the past, when we developed a film, we would print photos on paper.  But today, most customers want their photos ready in digital files so that they can share the photos on social media like Line or Instagram right away. So, we must scan the photos in digital files and send them via clouds and other cyber sources.

What is your target group? Are there any communities or clubs for film photography in Khon Kaen?
Not really, we’ve not formed an official club or anything. But there are mainly two different groups. The first group is the customers who are in their 30s and have previous experience with films. They come back to films because they feel like they have turned back to the old days. The other group is young photographers; most of them are still in college. They have no prior experience with films and want to try it for new experience. We always have new customers visiting the shop. Some become regular customers, and some have gradually disappeared. We don’t actually know why. Perhaps, it’s because film photography is expensive. Every click we take, that means we have to pay for it. It requires skillful photographers to produce satisfactory results. 

It seems like a niche business. Do you find its niche market a threat or an obstacle? 
The market is pretty small. But for the past year, we found the business growth quite satisfactory, not only in Thailand but all over the world. Though it’s niche, but it’s still alive. I think it’s like music market; we still have CD with music streaming and Spotify. Films are also like that. It seemed like digital photography will kill of film photography. But film still makes the way back to the business. 

Do you think that the return of film photography will be just another fashion?
It can be. But I still think that a lot of photographers still enjoy films. I don’t actually know when it’ll fall out of favors. But one year after SOLARLAB is opened; the business is still going well. This year, FUJI also announced that there will be a launch of newly invented black and white films into the market. I think that as a big manufacturer still finds the opportunity in the market, that’s a good sign for film photography. 

Are there many similar photography labs in Khon Kaen? 
There are some, may be a few places. But I don’t see them as rivals; I see them as business partners. If it was only my lab in Khon Kaen and there are more people interested in films, I wouldn’t possibly serve them all. The photography lab needs time to work in details; the process can’t be rush. If we have more similar labs, it means other people also see similar opportunity in the business. In Bangkok, it is a very active circle; I think there are at least 50 labs. The new ones appear every month. 

What is your plan for the future? 
The business is still going well. But I want to generate knowledge to other photographer fellows and public.  Today, a lot more people are interested in films, but I think their knowledge is not sufficient. There’re cases that the films they took have been damaged for many reasons. For example, they opened the back of the camera before unwinding the film because they expected to see the photo appeared on the film, just like ready-to-view photos in the digital camera. Another problem is using unsuitable ISO. For example, ISO 100 is suitable for daylight shooting, but they used it for night shooting. There are some limitations for films that you need to know before taking photos. I want to help sharing the knowledge. 

What I plan is to arrange a speaking session, perhaps on Saturday, 10.00 a.m. – 12 a.m.; anyone who has any questions regarding film photography is welcome. We’ll talk about basic of photography, how to produce good results, some problems about photography, etc. I want them to come and share because each photographer has different types of camera. We’ve done this talking before last year when we invited a famous photographer to talk at the shop. I want to see this place the center and a community for people who love taking photos. 

What is your expectation in the business? 
I want to build a dark room and share it with other photographers. I want to have the place where we can do thing in 100% analog without any helps from technology. And also, like I said, I want to generate knowledge to people. Who knows, some day some people may continue to grow in the circle and finally become great photographers who bring reputation to Khon Kaen or to the country. I don’t mean that I know a lot and can help people to become great. But I believe that when you have good background knowledge, you can be developed into something great. Young generations are very talented and there’s information everywhere. I think the starting point is very crucial so that you’ll head into the right direction.

SOLARLAB (must always be capitalized, “it’s our style”, said Poon) is located at Soi Sri Chan 4, Sri Chan Road, Khon Kaen. Open daily, except Wednesday from 12.00- 8.00 p.m. When asked why the shop is close in the morning, Poon said most customers normally visit the shop in the evening after work anyway, so this time would work most conveniently for him and his customers. 

For those who are either experts or real newbies, all are welcome to drop by and share some passion in film photography at SOLARLAB. Poon is always happy to welcome you all. 

Story By Dr. Paradee Tungtang
Photography by Titipat Pattanawijit (ROUGE Studio)