ในยุคที่ผู้คนต่างใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการแข่งขัน นิยามของ ‘การพักผ่อน’ จึงแปรเปลี่ยนไปตามความชื่นชอบและเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ด้วยเหตุนี้ธุรกิจต่างๆ จึงพากันสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้คน เกิดเป็นตัวเลือกแนวใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น

NAP Sleep Salons ธุรกิจร้านซาลอนผสานศาสตร์การนวดผ่อนคลายเพื่อให้ลูกค้าได้ nap หรือหลับไปในเวลาสั้นๆ ที่มี ‘คุณต้นไม้-กรณ์พัฒน์ พรรษา’ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง คือธุรกิจที่มาพร้อมกับบริการที่ตอบไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เร่งรีบ โดยการผสมผสานการสระเซ็ตผมและการนวดศีรษะผ่อนคลายเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นนวัตกรรมเพื่อการพักผ่อนรูปแบบใหม่ที่มีคอนเซ็ปต์ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะทำให้ได้งีบหลับและเคลิบเคลิ้มไปกับท่านวดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้านแล้ว ก็ยังได้ทรงผมที่ถูกใจกลับบ้านไปอีกด้วย

ผ่อนคลายขั้นสุดในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง
“ไอเดียนี้มีที่มาจากตอนนั้นพี่สาวเราไปสระผมที่ห้างๆ หนึ่ง ในระหว่างที่รอก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือจะไปเดินเล่นที่ไหน ด้วยความที่เป็นผู้ชายก็ไม่อยากสระผมในร้านที่มีแต่ผู้หญิง เลยจุดประกายไอเดียว่าอยากจะมีร้านสระผมที่ผู้ชายสามารถสระได้ด้วย เป็นร้านที่ใช้บริการได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ประกอบกับที่ตัวเองอยากให้มีบริการที่ตอบโจทย์เรื่องการได้ผ่อนคลายในเวลาที่จำกัด เช่น พนักงานออฟฟิศหรือลูกค้าที่มีเวลาน้อยอยากใช้เวลาที่มีไม่มากมานอนหลับพักผ่อนซักงีบก่อนไปทำงานต่อ เราเลยตั้งใจผสมผสานการสระผมและนวดศีรษะผ่อนคลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถ ‘พักผ่อน’ ได้อย่างเต็มอิ่มภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าหากได้ลองทำและได้ลองนอนจริงๆ ก็จะรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนสบายๆ  3 - 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว” 

การผ่อนคลายที่ดีไซน์ไว้สำหรับทุกคน
“การนวดศีรษะผ่อนคลายถือเป็นทางเลือกในการพักผ่อนที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือแม้กระทั้งผู้หญิงตั้งครรภ์ก็สามารถมาใช้บริการได้ เพราะว่าท่านวดที่ใช้เป็นท่าที่เราสร้างมาเพื่อให้ทุกเพศทุกวัยสามารถใช้บริการได้ เคยมีลูกค้าเด็กที่สุดอายุประมาณ 4 - 5 ขวบก็เริ่มมาใช้แล้ว เพราะคุณแม่พามาเนื่องจากน้องเรียนบัลเลต์แถวนี้ หลังจากนั้นก็คือติดใจมาทุกอาทิตย์เลย ส่วนลูกค้าที่อายุมากที่สุดที่เคยมาใช้บริการอายุประมาณ 80 ปี ซึ่งต้องขอบคุณลูกค้าจริงๆ ที่วางใจพาคุณแม่มาใช้บริการแล้วผลตอบรับดีมาก

โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาใช้บริการช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์จะเป็นกลุ่มนักศึกษาและเจ้าของธุรกิจเป็นหลัก ส่วนกลุ่มพนักงานออฟฟิศจะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงเย็นของทุกวัน อย่างหลังเลิกงานไม่รู้จะไปไหนก็มา NAP ก่อนได้ หรืออย่างคืนวันศุกร์บางคนอยากไปเที่ยวต่อ ก็แวะมาผ่อนคลายและทำผมที่ร้านก่อน แล้วไปเที่ยวต่อได้เลย ถือว่าเป็นบริการที่ตอบโจทย์และครอบคลุมสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่อยากพักผ่อนจริงๆ”

มาตรฐานและการจัดการคือหัวใจของการบริการ
“ตั้งแต่ลูกค้าก้าวเข้ามาในร้าน ทุกอย่างต้องพร้อม กลิ่นต้องได้และต้องเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน แชมพูก็ต้องเป็นเอกลักษณ์ของร้าน รวมไปถึงครีมนวดผม ทรีทเม้นต์ ท่านวด ทุกอย่างเราต้องใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมด ทำให้สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ‘มาตรฐาน’ ของการบริการในทุกๆ ส่วน อย่างพนักงานของเราทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นกับเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ของเราก่อน ซึ่งต่อให้มีประสบการณ์นวดจากร้านอื่นหรือมีใบรับรองมาก่อน ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับที่นี่ เพราะว่าทุกคนจะต้องมาเรียนใหม่และต้องผ่านการทดสอบของเราให้ได้ก่อนถึงจะมาให้บริการที่ร้านของเราได้ และถึงแม้ว่าจะได้เป็นพนักงานแล้วก็ยังต้องทำการทดสอบอยู่ตลอดทุกๆ 3 เดือน เพื่อเป็นการรักษามาตรฐาน ทำให้ทุกคนต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

การบริการที่นี่อาจจะแตกต่างจากที่อื่น คือเราจะรับลูกค้าคิวแรกตอน 10 โมงเช้าและคิวสุดท้ายตอน 1 ทุ่มตรง โดยจะรับทุกๆ 1 ชั่วโมงและตัดเป็นรอบๆ เราเลยแนะนำว่าลูกค้าไม่ควรมาช้าเกิน 10 นาทีจากเวลานัด เพราะลูกค้าในแต่ละรอบจะต้องนวดพร้อมกัน สระพร้อมกัน ไดร์ผมพร้อมกัน แล้วก็ออกจากร้านพร้อมกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็จะได้รับบริการพร้อมกัน เหมือนกัน ไม่มีการรบกวนกัน เป็นระบบที่เราใช้ขั้นตอนและมาตรฐานเดียวกันทุกคน นอกจากในกรณีที่ลูกค้ามาสาย เราก็จำเป็นต้องแจ้งก่อนว่า ลูกค้ามาสายในจำนวนเวลาเท่านี้นะ ซึ่งจะทำให้ได้ยินเสียงไดร์รบกวนจากคิวที่มาตรงเวลา 

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจก็คือ อย่าทิ้งคำว่างานบริการเด็ดขาด ถ้าเราบริการลูกค้าดี ยังไงเขาต้องกลับมาหาเรา และอย่าไปสนใจว่ามีร้านแบบเดียวกันเกิดขึ้น เพราะทุกที่ทุกธุรกิจต้องมีคู่แข่งอยู่แล้ว เราจะไม่โฟกัสในส่วนนั้น แต่เราจะโฟกัสที่ร้านตัวเอง โฟกัสว่าเราจะทำยังไงให้ลูกค้ากลับมาอีก ทำยังไงให้ลูกค้าเดินออกจากร้านแล้วมีความสุข เพราะอันนั้นคือความสุขของเรา ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหนจังหวัดอะไร จะเป็นลูกค้าคนไทยหรือต่างชาติ เราก็ดูแลทุกคนเท่าเทียมกันหมด เพราะเราถือว่าทุกคนคือครอบครัวของเรา”

มากกว่าคู่แข่งคือโอกาส
“เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของเราค่อนข้างกว้าง ทำให้เรามีคู่แข่งทั้งที่เป็นร้านเสริมสวย ร้านนวด และสปา โจทย์สำคัญคือ ทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและมีความสุขที่ได้มา และต้องมาที่นี่ที่เดียวเท่านั้น  สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรู้จักร้านของเรามากขึ้นและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จากปากต่อปากหรือบางคนก็พาเพื่อนมาที่ร้านด้วยตัวเอง จนตอนนี้เรากลายเป็นที่นิยมในหมู่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและเกาหลีที่บอกกับเราว่า ถ้าเกิดได้มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อไรก็จะต้องมาแวะที่ร้านให้ได้ คือสามารถเอาไปอยู่ในโปรแกรมทัวร์ได้เลย เพราะเขาถือว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ อย่างวัดพระแก้วหรือจตุจักรแล้ว NAP Sleep Salons ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยาก ‘พักผ่อน’ อย่างแท้จริง 

ในอนาคตเราวางแผนที่จะขยายสาขาและแฟรนไชส์  การมีเทรนนิ่งเซ็นเตอร์เป็นของตัวเองทำให้เราสามารถผลิตพนักงานที่มีมาตรฐานเพื่อส่งต่อไปยังสาขาต่างๆ ได้อย่างมั่นใจว่าชื่อ NAP Sleep Salons จะมาพร้อมกับการบริการ ท่านวด ผลิตภัณฑ์ และทุกอย่างที่เป็นมาตรฐานของเราจริงๆ” 

Services (สาขาพระราม 9)

  • NAP Signature นวดผ่อนคลายบริเวณ ศีรษะและต้นคอภายในระยะเวลาเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง
     
  • NAP Scalp Treatment เพิ่มเติมในเรื่องของการแก้อาการออฟฟิศซินโดรม การยกกระชับ และใช้เซรั่มเพื่อบำรุงหนังศีรษะ
     
  • NAP Exclusive Treatment นวดผ่อนคลายโดยมีความพิเศษคือจะมีเครื่องอบโอโซนที่จะช่วยทำให้ทรีทเม้นต์ซึมเข้าสู่หนังศีรษะได้ดียิ่งขึ้น 

เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ I ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์