[For English, please scroll down.]

ถ้าจะให้พูดถึงกระแสที่มาแรงที่สุดในพ.ศ. นี้ เรื่องหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คน คงหนีไม่พ้นกระแส “แร็ป” หรือ “ฮิปฮอป” และหากพูดถึงวงการฮิปฮอปในบ้านเรา แล้วไม่พูดถึงคนกลุ่มนี้ ก็เหมือนยังเข้าไม่ถึงวงการฮิปฮอปไทยในปัจจุบัน “Rap is Now” คือกลุ่มคนที่เรากำลังพูดถึง โจ้-ศวิชญ์ สุวรรณกุล aka PHENOMENYX ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และฟลุ๊ค-พลกฤต ศรีสมุทร aka FLUKERALWAYSON ผู้จัดการของ Rap is Now พร้อมบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของพวกเขา ที่ทำให้กระแสฮิปฮอปในบ้านเราขับเคลื่อนสู่ธุรกิจด้านวัฒนธรรมฮิปฮอปที่เรียกได้ว่า “ครบวงจร” ที่สุดในปัจจุบัน

จากความชอบส่วนตัวสู่การสร้างชุมชนคนรักฮิปฮอป
คุณโจ้ ผู้ก่อตั้ง Rap is Now เล่าว่าจุดเริ่มต้นของ Rap is Now มาจากความชื่นชอบส่วนตัว ทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง และเบื่ออาชีพการงานที่ทำอยู่ โดยงานแรกเริ่มของ Rap is Now คือการจัดปาร์ตี้แนวฮิปฮอปกับเพื่อนฝูงที่รักดนตรีฮิปฮอปเหมือนกัน มีการแร็ปแบทเทิล เป็นอีเวนต์เล็กๆ ก่อนได้มาเจอฟลุ๊ค ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่ใช้ในการจัดปาร์ตี้ การจัดงานในครั้งนั้นจึงเป็นการจุดไฟในตัวขึ้นมา 

ขณะที่คุณฟลุ๊คเผยว่า ตอนแรกไม่อินกับแร็ปแบทเทิล เพราะรู้สึกว่ามีแต่คำหยาบ แต่พอมาถึงรายการ Rap is Now ซีซั่น 2 เขาเห็นว่านี่เป็นเวทีที่ให้โอกาสแก่แร็ปเปอร์ที่ไม่มีใครรู้จัก จึงขอมาร่วมทำด้วย รู้สึกว่ามันสนุกและมองเห็นโอกาสว่าน่าจะไปต่อได้ เกิดเป็นความคิดที่จะนำ Rap is Now เข้าสู่ความเป็นธุรกิจในช่วงนั้น “ตอนทำเวทีไฟนอล Rap is Now ซีซั่น 2 มีคนมาดูถึง 4,500 คน เรารู้สึกว่ามันมีอะไรสักอย่างที่น่าจะไปได้อีก ระหว่างนั้นก็มีส่วนประกอบอื่นๆ ที่มาจุนเจือให้ธุรกิจหมุนไปได้ อย่างค่าตั๋ว รายได้จากการจำหน่ายเสื้อผ้า เราคิดว่ามันต่อยอดเป็นบริษัทได้ เพราะอยากให้มันใหญ่ขึ้น จึงต้องมีเรื่องสปอนเซอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อจะนำเงินมาเติม และทำให้มันใหญ่ให้ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นบริษัทเต็มตัวหลังจบรายการ Rap is Now ซีซั่น 2”

เมื่อกระแสช่วยผลักดันสิ่งที่รักให้เป็นธุรกิจ
แม้จุดเริ่มต้นของ Rap is Now จะมาจากความรักในฮิปฮอปก็จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะกระแสของรายการ Rap is Now ซีซั่น 2 ด้วย ที่ทำให้พวกเขาฝันได้ไกลและต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง คุณโจ้เล่าว่า “มันมีความโชคดีอย่างหนึ่งช่วงซีซั่น 2 ที่ต้องขอบคุณมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กครับ คือเขามีฟังก์ชั่นเล่นวิดีโออัตโนมัติเวลาเลื่อนมาเจอ แล้วมีแฟนรายการคนหนึ่งเอาวิดีโอไปตัดเหลือแค่ฉากแบทเทิล เพราะรายการเต็มมีทั้งไตเติ้ล คอนเทนต์ต่างๆ พอคนเลื่อนไปเจอ จากคนไม่เคยเห็นเลย ก็มีคนแชร์คลิปมหาศาล หลายหมื่นเลย เพียงคืนเดียวเพจของ Rap is Now จากที่มียอดผู้ติดตามเพียงหลักหมื่น ก็ขึ้นมาเป็นหลักแสน” คุณฟลุ๊คเสริมว่า “หลังจากวันนั้น เราเลยแก้เกมด้วยการเอาคลิปรายการเต็มมาตัดทุกอย่างออกให้เหลือแค่ช่วงแบทเทิล แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กบ้าง”

“Respect และ Run วงการ” คติประจำใจของสาวกฮิปฮอป
เมื่อมีคนติดตามมากขึ้น ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็มากขึ้น Rap is Now ในฐานะที่เป็นสื่อกลางระหว่างแร็ปเปอร์กับคนดู จึงต้องมีวิธีรับมือ “พอคนเยอะก็จะเริ่มมีปัญหา เด็กเก่าเด็กใหม่หวงพื้นที่กัน บางคนดูมาก่อนตั้งแต่ซีซั่น 1 บางคนเพิ่งมาติดตาม ตอนนั้นเลยเกิดคำว่า “Respect” (เคารพ ให้เกียรติ) และคำว่า “Run วงการ” (ขับเคลื่อนวงการ) ที่มาพร้อมกัน เราสร้างคตินี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้ คือเราควรจะเคารพกันทั้งคนใหม่คนเก่า ทุกคนเหมือนมาช่วยกันรันวงการ นี่จึงกลายเป็นคติที่เรายึดมั่นและใช้มาจนปัจจุบัน แล้วก็ลามไปถึงวงการอื่นๆ”

แร็ปแบทเทิลในสไตล์ของ Rap is Now
แร็ปแบทเทิลไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฮิปฮอปบ้านเรา แล้วทำให้รายการ Rap is Now ประสบความสำเร็จ คุณโจ้พูดถึงความแตกต่างของแร็ปแบทเทิลในแบบ Rap is Now ว่า “ เมื่อก่อนแร็ปแบทเทิลเป็นเหมือนการสู้กันในอินเทอร์เน็ตหรืออีเวนต์ตามผับ แต่โอกาสที่แร็ปเปอร์จะเป็นที่รู้จักยังน้อยอยู่ สิ่งที่ Rap is Now คิดคือการทำให้มันเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่กลุ่มแร็ปสายดั้งเดิมจะบอกว่าวิธีการที่เราทำ เช่น การให้ผู้แข่งขันรู้คู่ต่อสู้ของตัวเองก่อนแข่งขัน ทำให้การแร็ปแบทเทิลไม่ขลังเหมือนเดิม แต่เรามองว่าอยากให้คนเตรียมตัวก่อนแข่ง คุณสามารถรู้ได้ก่อนว่าจะเจอใคร เมื่อก่อนจะเป็นการจับฉลากก่อนแข่งขัน เลยทำให้การแร็ปแบทเทิลมักเป็นการด่าเรื่องรูปลักษณ์ เช่น ไอ้เสื้อแดง ไอ้หัวฟู ซึ่งเราอยากให้แร็ปไปไกลกว่านั้น อยากให้เป็นแร็ปและเอนเตอร์เทนเมนต์ไปด้วย เพราะอยากให้มันดูสนุก”

จากยุคทำเพลงเอง ฟังกันเอง สู่ยุคกระแสนิยมของฮิปฮอป
ถ้าเป็นเมื่อก่อนดนตรีแร็ป ฮิปฮอป อาจถูกมองว่าเป็นดนตรีกระแสรอง แต่มาวันนี้ ดนตรีแร็ปและฮิปฮอปได้สร้างปรากฏการณ์ก้าวกระโดด จนเลื่อนขั้นจากดนตรีกระแสรองสู่ดนตรีกระแสนิยมมากขึ้น “จริงๆ เราพยายามกันมานาน อยากให้คนได้ยิน ได้เห็นเพลงมากที่สุด สมัยก่อนจะมีเว็บไซต์หนึ่งที่รวมเรื่องดนตรีแร็ปและฮิปฮอป แต่แล้วมันก็หายไป ส่วนพวกเรา Rap is Now ก็เหมือนกลับมาทำเรื่องนี้ใหม่ นอกจากการทำแร็ปแบทเทิล เรายังรวบรวมข้อมูลและเปิดเพจขึ้นมา เพื่อจะนำเสนอเพลงให้ผู้คนได้ฟังมากที่สุด เราทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนมีรายการฮิปฮอปในสื่อหลักอย่าง The Rapper, Show Me the Money Thailand ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของเรา เพราะทั้ง 2 รายการเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าเดิม แต่ก่อนจะมีเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบแร็ป ฮิปฮอป แต่ตอนนี้ดนตรีแร็ป ฮิปฮอป สามารถเข้าถึงผู้คนทั่วไปที่ชอบฟังเพลง มันขยายไปอีก ถือว่าตอนนี้ดีขึ้นมากสำหรับเรา” คุณฟลุ๊ค ผู้จัดการ Rap is Now กล่าว

ส่วนคุณโจ้ได้พูดถึงมุมมองการนำเสนอดนตรีแร็ปในยุคก่อนกับปัจจุบันว่ามีความแตกต่างกัน “ยุคก่อนทุกคนอยากเป็นแร็ปเปอร์ ทำเพลงเพื่อฟังกันเอง มีแต่คนอยากทำ เหมือนมีแต่ของขาย แต่ไม่มีคนซื้อ อย่างเราไปร้องเพลง ได้ตังค์ไม่ได้ตังค์ไม่รู้นะ แต่ไปร้องให้เพื่อนอีกวงฟัง เหมือนผลัดกันพรีเซนต์งาน แต่ยังไม่มีกลุ่มผู้ฟังขึ้นมา สิ่งที่เราพยายามจะสร้างคือกลุ่มผู้ฟังที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำไปแล้วไม่รู้จะขายใคร ต้องทำให้ศิลปินโดดเด่นและดูเป็นมืออาชีพมากที่สุดในการแข่งขัน ทั้งหน้าและหลังกล้อง เราปฏิบัติต่อเขาเหมือนมืออาชีพ เมื่อศิลปินซึมซับวิธีการนี้ ก็จะส่งผลถึงแฟนๆ ซึ่งจะมองเห็นว่าเขาเป็นมืออาชีพจริงๆ”  

นอกจากนี้ฮิปฮอปอาจเป็นวัฒนธรรมป็อปอีกรูปแบบหนึ่งที่มีแนวเพลงแบ่งย่อยไปอีก พร้อมจะเสิร์ฟความบันเทิงให้แก่ผู้ฟังที่มีรสนิยมการฟังเพลงอันหลากหลาย “ถ้าคนชอบปาร์ตี้ ก็มีให้ คนชอบชิลล์ ก็เปิดฮิปฮอปบางประเภทฟังได้ หรือคนที่ต้องการผลักดันอะไรสักอย่างด้วยเพลง ก็มีเพลงแร็ปที่เคยช่วยคนที่กำลังจะฆ่าตัวตายให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เมื่อก่อนคนอาจมีภาพจำกันว่าแร็ปจะเป็นแก๊งๆ ดุๆ แบบยิงปืน อย่างรายการ The Rapper ก็ช่วยให้ความเป็นฮิปฮอปกระจายเป็นหลายแบบมากขึ้น”

Work Like Rap is Now
เมื่อเป็นธุรกิจย่อมมีผลกำไรและความก้าวหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ธุรกิจดนตรีที่เป็นงานสร้างสรรค์อย่างหนึ่งมีวิธีการทำงานอย่างไร คุณฟลุ๊ค ผู้ดูแลด้านธุรกิจเผยว่า “เวลารับงาน เราจะขอเลือกเนื้อหา ถ้าทำคอนเทนต์นั้นไม่ได้ คนที่เสียไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่คือภาพลักษณ์ของเราด้วย ดังนั้นต้องให้ทั้งคู่ Win Win เราประนีประนอมมากที่สุด ทำให้ตรงกับความเป็นแร็ปเปอร์มากที่สุด ถ้าคอนเทนต์ไม่ได้ เราก็จะไม่ทำ ฟังดูเหมือนเงื่อนไขเยอะ หลายคนบอกว่าทำงานด้วยยาก แต่สุดท้ายก็เพื่อผลงานและแร็ปเปอร์ด้วย” 

การกระโดดเข้าสู่สื่อกระแสหลัก จากที่เคยทำรายการและออกอากาศผ่านทางยูทูบและเฟซบุ๊กอย่างเดียว เมื่อ Rap is Now เข้าสู่วงการธุรกิจด้านบันเทิงเต็มตัว ล่าสุดพวกเขาจึงตัดสินใจร่วมโปรเจ็กต์กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเวิร์คพอยท์ ผลิตรายการ The Rapper ขึ้นมา เพื่อต่อยอดกระแสฮิปฮอปให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมทั่วไป และเป็นฐานข้อมูลของฮิปฮอปให้ได้ “ในระยะยาว เราคิดกันว่าทำอย่างไรดนตรีฮิปฮอปถึงจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นได้  ลำพังตัวเราเองทำไม่ได้หรอก เพราะดนตรีสไตล์นี้มีคนฟังเฉพาะกลุ่ม พอทางเวิร์คพอยท์มาชวนไปทำ ก็คิดว่ามีคนมองเห็นแล้ว เราคิดว่าโทรทัศน์นี่ล่ะเป็นช่องทางที่แมสส์ที่สุด การร่วมงานกับเวิร์คพอยท์ เป็นการเริ่มต้นใหม่ เริ่มสร้างจากศูนย์ไปด้วยกัน แบ่งหน้าที่กัน โดยทีม Rap is Now มีหน้าที่ดูแลจิตใจของแร็ปเปอร์และสร้างแพลตฟอร์มร่วมกับเขา เพราะว่าการเปลี่ยนพื้นที่ บางทีก็มีผลต่อจิตใจของแร็ปเปอร์อยู่เหมือนกัน” 

Rap is Now and Its Future
ปัจจุบัน Rap is Now ไม่ได้แค่ผลิตรายการแร็ปแบทเทิล แต่พวกเขายังต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจด้านวัฒนธรรมฮิปฮอปแบบครบวงจร มีเสื้อผ้าแบรนด์ Rap is Now ซึ่งทำเป็นคอลเล็กชั่นสตรีทแวร์จริงจัง จำหน่ายทางออนไลน์เป็นหลัก มีการจัดคอนเสิร์ตทั้งของตัวเองและงานภายนอก ผลิตงานโฆษณา เช่น ทำเพลง ทำหนัง ทำเอ็มวี ส่วนโปรเจ็กต์ใหญ่ที่ทำอยู่ในตอนนี้กับเครือจีเอ็มเอ็ม คือ The Rapisode ซึ่งเป็นการทำเพลงแร็ป 50 เพลง โดยนำเพลงฮิตของค่ายแกรมมี่มาคัฟเวอร์ในแบบแร็ป และล่าสุดยังมีการก่อตั้งค่ายเพลงที่ชื่อว่า Yupp โดยมุ่งเน้นการสร้างศิลปิน ผูกมิตร สร้างอิมเมจ สร้างฐานแฟนเพลง จัดทัวร์คอนเสิร์ต เพื่อทำให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น นั่นยังรวมไปถึงการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์เพื่อสังคมที่ชื่อ Rapiness ที่ชาวแร็ปเปอร์จะได้ไปช่วยสอนแร็ปให้กับเด็กๆ ในชุมชนหรือโรงเรียนต่างๆ จนเรียกได้ว่า Rap is Now กำลังขยับขยายธุรกิจไปในทุกๆ ด้าน และก้าวย่างได้อย่างมั่นคง

เรื่อง : ดาหลา เจนณรงค์ 
ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์


IN RAP WE TRUST The next step of rap and the Rap is Now’s brand of business development

In this rap issue, we’re throwing the spotlight on Sawit ‘Joe’ Suwankun a.k.a. PHENOMENYX, the founder and creative director of Rap is Now, and Pollakit ‘Fluke’ Srisamut a.k.a. FLUKERALWAYSON, the manager of Rap is Now. The duo sat down with us to recount how the craze for this music genre in Thailand has led to a business that is currently considered the most extensive hip-hop culture enterprise.

From passion to the creation of a hip-hop community
Out of his passion for hip-hop music and boredom with his job, Joe decided to throw a hip-hop party complete with rap battles for his like-minded friends, which became a small event in its own right. There, Joe met Fluke, who happened to the owner of the venue, and it was this small party that sparked an idea in them.
 
Fluke admitted that he was not into rap battles at first because of the profanities. However, once he saw how the TV show Rap is Now Season 2 was a launch pad for lesser-known rappers, he decided to get on board. Seeing what great entertainment it was and its vast potential for further development, Fluke began to think of making Rap is Now a full-fledged business. “There were 4,500 people in the audience for the final stage of Rap is Now Season 2. I felt that it could go further. At that time, we had other components that helped keep the show going like ticket sales and merchandise. We believed that we could start a company. We wanted to make the show bigger, so we were getting sponsors involved to raise the money. Eventually, after Rap is Now Season 2 ended, we officially began our company.”
 
The hype that helped turn passion into a business
While it all began with passion, it was also the overwhelming positive feedback on Rap is Now Season 2 that helped launch the company and turn it into a real business. “During the airing of Season 2, we enjoyed a stroke of luck that we had Facebook founder Mark Zuckerberg to thank for. That was the video autoplay feature. A fan posted a short video excerpting only rap battles from our show, with the opening title and other parts of the show trimmed away. That gave us great exposure, and the video was shared by tens of thousands of people. Overnight, our follower number jumped from a few ten thousand to a hundred thousand,” said Joe. Fluke added, “after that day, we used that trick and trimmed our full show to have just the rap battles left before posting them on Facebook.”
 
“Respect and run the business”: Motto of hip-hop aficionados
With more followers came more unforeseen problems. As the bridge between rappers and viewers, we had to find ways to deal with them. “As the community grew larger, there started to be friction between existing fans who had been watching the show since Season 1 and newcomers. That was when the motto “respect and run the business” came about. We came up with the motto to solve the problems. That is, we would respect both veterans and newcomers and help advance the hip-hop industry together. We have adhered to this motto to this very day, and it has already spread to other industries as well.”  
 
Rap battles, Rap is Now-style
Discussing the distinctive brand of rap battles in Rap is Now, Joe said, “In the past, rap battles were mostly restricted to the internet and pubs. It was difficult for rappers to rise to prominence. Rap is Now brought rap battles to a wider audience. Many old school rappers said that what we did like revealing the opponent before the battle destroyed the sanctity of real rap battles. However, we would like our contestants to be able to prepare themselves first. Originally, we drew lots and as a result, the diss focused mostly on the appearance, like “Afro hair.” However, we would like rap to go beyond that. We would like to the battle to be both rap and entertainment.”
 
From the era of homemade rap to the reign of hip-hop music
Originally lying in the periphery of the music world, rap and hip-hop have catapulted themselves into the mainstream. “Actually, we have been trying for a very long time to bring rap to as many people as we can. Back in the day, there was a website for rap and hip-hop music, but it went defunct. Rap is Now picked up where they left off. In addition to rap battles, we’ve also compiled information and launched a webpage to create as much exposure as possible. We have been doing that, and now we have hip-hop shows in mainstream media, such as The Rapper and Show Me the Money Thailand, which are our two main spearheads. These two shows can access a bigger audience than ever. Our viewers in the past were mostly rap and hip-hop fans, but now our music has become accessible to the general audience. That’s a great development for us,” said Rap is Now manager Fluke.
Commenting on how the way rap is presented has changed, Joe said, “What we’re trying to do is to create a clearly defined group of audience. We have to showcase artists in a way that make them look as professional as possible in the battle, whether or not the camera is rolling. We treat them as professionals. Once artists embrace it, their fans will see that they really are professionals.”
 
Work like Rap is Now
The music industry is a creative business, and as with any business, profits and advancement are involved. As the person who handled the business side of Rap is Now, Fluke said, “When we get a job offer, we are quite selective about the content. If we take on something that we can’t do, it will hurt not only the client but also our image. Therefore, we try to create a win-win situation and make compromises when possible while preserving the essence of rappers. If the content is not aligned with what we can do, we will decline the offer. That might sound like we’re creating a lot of conditions, and people might say we’re difficult to work with, but it will be best for the final product and rappers themselves.”
 
Now that Rap is Now has branched out from YouTube and Facebook to the mainstream media and become a full-fledged entertainment company, the two has decided to embark on a project with the media giant WorkPoint to produce a show called The Rapper to ride the wave of ongoing hip-hop craze, reach a wider general audience, and create a hip-hop database. “We alone cannot do it because this style of music is rather niche. When WorkPoint approached us, what we thought was television was the most mainstream media. We and WorkPoint started from scratch together. We take on separate duties. Our team is responsible for taking care of rappers and creating a platform with them. This is because a change of platform might affect their feelings
 
Rap is Now and its Future
Currently, Rap is Now is not only the producer of a rap battle show but also an owner of an array of businesses related to the hip-hop culture. This includes the Rap is Now streetwear brand, which is mainly sold online, and their own concerts. They also take commissions and projects, such as making music, movies, and music videos. One of its major projects at the moment is Rapisode, a collaboration with GMM Group to produce 50 rap covers of GMM’s hit songs. Recently, it has also started a music label titled Yupp, which will focus on creating new artists, cultivating their image, fostering fan bases, and launching concert tours, to help make their operation more systematic. In addition, it has also initiated Rapiness, a creative outreach project where rappers visit communities and schools and teach children how to rap. With all these ongoing projects, it is clear that Rap is Now is expanding to every avenue possible, and very robustly at that, too.
 
Story: Dalar Chennarong | Photo: Peera Disttakorn