คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ปัญหาขยะ” เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ที่บ้านเราประสบกันมาเนิ่นนานหลายสิบปี ซึ่งประเด็นนี้นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ด้วย ทุกกิจกรรมของมนุษย์ล้วนก่อให้เกิดขยะ แต่ละวันมีขยะเกิดขึ้นมากมายเหยียบแสนตันและเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี โดยที่ตัวเราเองอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังสร้างขยะปริมาณมหาศาลแค่ไหน จากสถิติปริมาณขยะมูลฝอยพบว่า จำนวนขยะรวมทั้งประเทศในปีที่แล้ว มีทั้งหมด 27.37 ล้านตัน หรือเท่ากับว่าวันๆ หนึ่งเราสร้างขยะเฉลี่ยแล้วเป็นจำนวน 74,998 ตันเลยทีเดียว

แล้วถ้าหากขยะที่ถูกทิ้งไปสามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินได้ จะดีสักแค่ไหน

ย้อนกลับไปเกือบ 10 ปีที่แล้ว

  • พนักงานบริษัทวงศ์พาณิชย์ บริษัทรีไซเคิลยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยเกิดแนวคิดขึ้น หลังจากเห็นเด็ก ๆ นำเงินที่ได้จากการขายขยะรีไซเคิลไปฝากธนาคาร พลางคิดว่าหากมีธนาคารที่รับฝากขยะโดยตรงจะต้องดีแน่ “ธนาคารขยะ” แห่งแรกจึงถือกำเนิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก
     
  • ลักษณะการดำเนินงานของธนาคารขยะไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากธนาคารทั่วไปมากนัก คือ ธนาคารจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับขยะรีไซเคิล และนำไปขายต่อให้โรงงานหรือร้านรับซื้อขยะรีไซเคิลอีกทอดหนึ่ง โดยการชั่งขายเป็นกิโล อ้างอิงราคาจากสถานที่รับซื้อ แล้วนำเงินที่ได้มาแจกจ่ายให้กับสมาชิกที่นำขยะมาขาย “สิ่งที่นำมาฝากคือ ขยะ และสิ่งที่ได้กลับไปก็คือ เงิน นั่นเอง”
     
  • ผลการดำเนินงานของธนาคารขยะเป็นไปได้สวยและประสบความสำเร็จมากในระดับชุมชน ไม่นานจังหวัดอื่น ๆ  ก็พากันมาศึกษาดูงานและได้นำหลักการ ตลอดจนรูปแบบธนาคารไปใช้ต่อ ส่วนมากจะเปิดตามโรงเรียนและเทศบาล
     
  • ระยะหลังธนาคารขยะได้รับการตอบรับขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เริ่มตื่นตัวกับปัญหาขยะและได้นำโครงการขยะนี้มาปรับใช้ 
     
  • ในขณะเดียวกัน หลักการของโครงการธนาคารขยะก็สนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้เป็นอย่างดีและตรงเป้าสุด ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล)
     
  • แม้ธนาคารขยะจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังคงเป็นการดำเนินงานในระดับชุมชนเท่านั้น หากการจัดการรูปแบบนี้สามารถขยายไปถึงระดับประเทศ เป็นไปได้ว่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาขยะท่วมเมืองได้ดีทีเดียว


ขยะ “เพื่อนยาก” ทุกยุคสมัย
ในปัจจุบัน ผลพวงจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ธนาคารขยะรุ่นบุกเบิกจึงกำลังเปลี่ยนผ่านรูปแบบไปตามยุคสมัย และเกิดเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมากมายที่เข้ามาช่วยเรื่องการจัดการกำจัดขยะเพื่อนำไปแปลงเป็น 
“เงินสด” ที่มีมูลค่ามากขึ้น
 

  • ไม่ว่าจะเป็น “เอี่ยมดี รีไซเคิล” ซาเล้งรับซื้อของเก่ารูปแบบใหม่ ที่รับจ้างจัดการและรับซื้อขยะตามครัวเรือน และอาคารสำนักงานต่าง ๆ ถึงที่ โดยมีแนวคิดเพื่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปบริจาค แบ่งปันให้กับเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ รวมถึงใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของเหล่าซาเล้ง ที่สำคัญคือสามารถแก้ไขปัญหาคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องลงไปคุ้ยขยะตามถังหรือตามหลุมเช่นซาเล้งแบบดั้งเดิม
     
  • หรือจะเป็น “กูกรีน (GooGreen)” อีกหนึ่งสตาร์ทอัพหัวคิดคนรุ่นใหม่ที่พัฒนาความคิดมาจากธนาคารขยะออมทรัพย์ โดยสร้างเป็นแอพพลิเคชันขึ้นมาเพื่อให้คนหันมาสนใจและใส่ใจต่อการเก็บขยะมากขึ้น โดยหลักการก็จะคล้ายกับธนาคารขยะ แต่สิ่งที่เรานำกลับไปจะเป็นคะแนนสะสมเพื่อแลกรางวัลเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ แทนที่จะเป็นเงินสดนั่นเอง
     
  • ล่าสุด “อีโคไลฟ์ (EcoLife)” แอพพลิเคชันที่ประกาศตัวว่าเป็น “แอพช่วยโลก” ที่ชวนให้เรามาลดขยะพลาสติกโดยเน้นไปที่พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) ไม่ว่าจะเป็นถุง หลอด ช้อนส้อม และแก้ว ซึ่งเป็นพลาสติกที่เราใช้เร็วและทิ้งเร็วมากที่สุด โดยออกแบบเป็นเกมเก็บแต้มเพื่อขยายอาณาจักรไปเรื่อยๆ สร้างทั้งความสนุกสนานให้ผู้ใช้ และจิตสำนึกที่ดีต่อการใช้พลาสติกอย่างถูกวิธีไปพร้อมๆ กัน 


เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนช่วยให้ผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้บริโภค ไปจนถึงคนทำงานให้สามารถจัดการกับปัญหาขยะได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการคิดหาทางจัดการและกำจัดขยะได้สะดวกขึ้น การเพิ่มมูลค่าของสิ่งเหลือใช้ให้กลับมามีค่าในระบบเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงการที่หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนต่างก็ร่วมรณรงค์การลดใช้พลาสติกซึ่งเป็นตัวที่ก่อขยะมากที่สุด โดยชักชวนให้ใช้วัสดุแบบใช้ซ้ำได้หรือวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติซึ่งย่อยสลายได้ง่ายกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ขยะจะหมดไปหรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกรูปแบบ เพราะขยะบางประเภทก็ไม่อาจทำแบบนั้นได้ และยังคงเป็นปัญหาคาราคาซังที่ต้องการวิธีการจัดการที่ลึกซึ้งตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ รวมถึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกส่วนฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั่นเอง

แม้ทุกวันนี้ธนาคารขยะจะยังคงอยู่คู่ชุมชน โรงเรียน และมหาวิทยาลัยในหลาย ๆ ที่ของประเทศ แต่ไม่ว่าอนาคตของธนาคารขยะจะเป็นอย่างไร เราก็ยังคงต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างและรักษาสังคมปลอดขยะ ด้วยการเริ่มต้นลดขยะในรูปแบบของตัวเอง เช่น การนำปิ่นโตมาใช้ใส่อาหารแทนถุงพลาสติก หรือจะเป็นการนำใบตองทั้งสดและแห้งมาใช้แทนภาชนะ ไปจนถึงการเริ่มลดและแยกขยะตั้งแต่ตัวเราเองที่ย่อมเป็นทางที่ง่ายที่สุดซึ่งทั่วโลกต่างยอมรับ แต่หากขยะสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ นั่นแหละที่เรียกว่าเป็น “ผลพลอยได้” จากสิ่งที่ไม่อยากได้อย่างแท้จริง

ลองหันกลับมามองตัวเราเองว่า วันนี้เราได้ทิ้ง “เงิน” ลงถังขยะไปบ้างหรือเปล่า

ที่มา:   
บทความ “ธนาคารขยะ ความบังเอิญของวิกฤตเศรษฐกิจ” จาก pcd.go.th 
บทความ “GooGreen” สตาร์ทอัพพิฆาต “ขยะ” จาก startupthailand.org
บทความ “เอี่ยมดีรีไซเคิล ซาเล้งแนวคิดใหม่ ชวนคนไทยเปลี่ยนขยะให้เป็นโอกาสและความสุข” จาก
greenery.org

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร