[For English, please scroll down.]

“เราอยู่โดยไม่มีพลาสติกแทบจะไม่ได้เลย เพราะแม้แต่ถุงขนม ซองอาหาร เสื้อผ้า เลนส์แว่นตา นาฬิกา ชิ้นส่วนเครื่องบินก็ต้องใช้พลาสติก” คุณจ๋า - จรัสพร นิ่มกิตติกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์บริษัท แอดวานซด์ โนวฮาว จำกัด (แอดวานซ์ไบโอ) อธิบาย เมื่อการลดใช้ปริมาณพลาสติกให้เป็นศูนย์ อาจทำได้ไม่ง่าย แต่อีกมุมหนึ่งของภาคการผลิต ยังมีบริษัทผู้ผลิตพลาสติกในประเทศไทยที่เลือกนำเทคโนโลยีมาเข้าช่วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ออกสู่ตลาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้น คำถามหรือเป้าหมายสำคัญของผู้ผลิตพลาสติกย่อยสลายได้รายนี้ตั้งแต่วันแรก จึงเป็นการทำอย่างไรให้พลาสติกที่ผลิตออกมานั้นเป็นประโยชน์ที่สุดและเบียดเบียนโลกนี้น้อยที่สุด

ทำเพื่อโลกตั้งแต่แรกเริ่ม
“แอดวานซ์ไบโอ ก่อตั้งมาแล้ว 15 ปี เราเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่คิดจะผลิตพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) และพลาสติกย่อยสลายได้ (Environmentally degradable plastic) หรือที่เรียกว่าพลาสติกรักษ์โลก ณ วันนั้น เรานำเทคโนโลยีที่มีทั้งหมดมาดู ว่าจะใช้ทางเลือกไหนดีที่เหมาะกับประเทศไทย ในแง่ของเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ทั้งการเก็บรักษา นิสัยการบริโภคของคนไทย ไปจนถึงการทำลาย” คุณจ๋ากล่าวถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยคุณแม่ โดยในช่วงแรกแอดวานซ์ไบโอ เริ่มศึกษาและนำเข้าพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (PLA) แต่พลาสติกประเภทนี้อาจไม่เหมาะกับสภาพบ้านเมืองที่มีอากาศร้อนอย่างบ้านเรา และยังต้องอาศัยการย่อยสลายแบบการหมักปุ๋ย (Compose) ที่หมายถึงการนำพลาสติก 1 ชิ้นไปรวมกับขยะอินทรีย์ ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ ปรับสัดส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจน และมีการหมุนหน้าดินให้ย่อยสลาย ซึ่งวิธีนี้ยังไม่ตรงกับการกำจัดขยะในเมืองไทยที่ส่วนใหญ่ใช้การเผาหรือบ่อฝังกลบ บริษัทจึงปรับใช้และพัฒนาอีก 2 เทคโนโลยีที่เหมาะสมกว่า นั่นคือการใช้มันสำปะหลังผสมกับพลาสติกทดแทน ทำให้ใช้พลาสติกเพียง 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกสูตรเป็นหัวเชื้อธรรมชาติที่ช่วยย่อยสลายพลาสติกธรรมดาได้ โดยผสมหัวเชื้อนี้กับพอลิเมอร์ในระดับโมเลกุลเวลาขึ้นรูปชิ้นงาน ซึ่งนวัตกรรมนี้เป็นวิธีล่าสุดที่แพร่หลายในประเทศแถบเอเชียและตะวันออกกลาง

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ประเทศไทย
การใช้พลาสติกที่ผลิตจากชีวภาพ หรือพลาสติกจากพืช 100 เปอร์เซ็นต์ อาจฟังดูแล้วเข้าท่าและน่าจะเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายได้ง่ายที่สุด แต่ความเป็นจริงแล้ว การรีไซเคิลพลาสติกชนิดนี้กลับเป็นไปได้ยากมาก “แก้วใบหนึ่ง เราทำจากข้าวโพด 100 เปอร์เซ็นต์ การจะรีไซเคิลให้ได้ครบถ้วนจริงๆ จะต้องทำกับแก้วที่ผลิตจากข้าวโพดด้วยกันเองทุกใบ สมมติเรากระจายสินค้าไปทั่วประเทศ พอผู้ใช้ใช้งานเสร็จนำไปทิ้งขยะ คนที่เก็บขยะมา จะต้องเก็บแก้วชนิดนี้ทั้งหมดมารวมกันให้อยู่ที่เดียวกัน แล้วจัดการรีไซเคิลพร้อมกัน ในทางทฤษฎีมันอาจจะเป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันเป็นไปแทบไม่ได้เลย” คุณจ๋ายกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องการจัดการรีไซเคิลพลาสติกย่อยสลายได้ในสถานการณ์วันนี้ “เราเลยคิดว่าลองใช้พลาสติกที่รีไซเคิลได้ และย่อยสลายได้ดีไหม หมายความว่าการใช้หัวเชื้อธรรมชาติผสมกับพอลิเมอร์ จะทำให้เมื่อไหร่ที่นำแก้ว 1 ใบหรือถุง 1 ใบกลับมารีไซเคิลก็ทำได้ หรือถ้าจะปล่อยไว้ในบ่อขยะที่มีขยะหลายประเภทรวมกัน มันก็ยังย่อยสลายได้เองโดยไม่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อม” 

“ถ้าดูปริมาณเม็ดพลาสติกที่ผลิตได้กับการรีไซเคิลในประเทศไทยวันนี้ จะเห็นว่าเรารีไซเคิลพลาสติกได้น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ หลักการ 3R (Reduce - Reuse - Recycle) มันดีแน่ แต่ทุกวันนี้การใช้พลาสติกมันเร็วมากจนตามเก็บไม่ทัน ดังนั้นเราอยากจะอุดช่องโหว่ตรงนั้น เราโอเคกับการรีไซเคิล แต่หากรีไซเคิลไม่ได้ ก็ขอเพิ่ม 4R ให้มันสามารถกลับคืนสู่ดิน (Return to Earth) ได้โดยไม่เป็นอันตรายก็พอ”

นอกจากนี้ การใช้พลาสติกย่อยสลายหัวเชื้อธรรมชาติผสมกับพอลิเมอร์ยังทำให้สินค้ารักษ์โลกอย่างพลาสติกของคุณจ๋ามีราคาที่จับต้องได้มากกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ เช่นเมื่อเทียบกับพลาสติกจากมันสำปะหลัง จะมีราคาสูงกว่าพลาสติกที่มีส่วนผสมของหัวเชื้อธรรมชาติ 1 เท่าตัว ดังนั้นทางออก ณ ขณะนี้ ก็คือการปรับโครงสร้างพลาสติกให้มีการผสมผสานระหว่างพลาสติกและหัวเชื้อธรรมชาติ เพื่อควบคุมต้นทุนได้ มีราคาขายไม่สูงเกินไป และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาการย่อยสลายจาก 500 ปี ลงมาอยู่ที่แค่ 5 ปี “พลาสติกย่อยสลายได้หมายถึง เมื่อพลาสติกแตกตัวจากการหมัก ความร้อน หรือความชื้น โมเลกุลของพลาสติกจะต้องเล็กพอจนจุลินทรีย์ย่อยสลายพลาสติกนั้นได้ตามหลักชีวภาพ ดังนั้นเราจึงต้องผลิตนวัตกรรมจากธรรมชาติที่ทำให้โมเลกุลพลาสติกเล็กลง ซึ่งพลาสติกย่อยสลายตามธรรมชาติของเรา เมื่อผลิตออกมาและถูกทิ้งไปอยู่ในบ่อขยะจะย่อยสลายได้เองภายใน 5 ปี หรือถ้าเริ่มระบบรีไซเคิลก็รีไซเคิลได้” 

พร้อมปรับเพื่อรับมือกับอนาคตเสมอ
ทุกวันนี้แอดวานซ์ไบโอ มีเทคโนโลยีผลิตเม็ดพลาสติกและขึ้นรูปเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ครอบคลุมในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แบบ Single use หรือใช้แล้วทิ้งแทบทั้งหมด เช่น ถุงหูหิ้ว ถุงขยะ ช้อน ส้อม มีด กล่องอาหาร ถ้วยน้ำ และหลอด โดยที่ทั้งหมดย่อยสลายได้ แต่แอดวานซ์ไบโอ ยังคงต่อยอดการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ “จากรุ่นแรกๆ ที่เรามีหลายเทคโนโลยี เราก็ค่อยๆ ตัดให้เหลือเทคโนโลยีที่เหมาะกับคนไทย เรามีเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกใช้หัวเชื้อธรรมชาติผสมพลาสติก ให้พลาสติกธรรมดาย่อยสลาย เพราะจริงๆ แล้วพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมัน ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยส่งออกพลาสติกติดอันดับโลก และเราก็ยังใช้น้ำมันมหาศาล ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ แล้วพลาสติกธรรมดาจะย่อยสลายได้อย่างไร ในเมื่อการหยุดผลิตเม็ดพลาสติกแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าวันไหนที่เราใช้ Tesla หรือรถยนต์ไฟฟ้ากันทั้งประเทศ วันนั้นเราจะบอกเลยว่า เราควรจะหยุดในสิ่งนี้ และนำพลาสติกจากมันสำปะหลังมาใช้แทนได้ทันที” คุณจ๋าเล่าถึงการเตรียมความพร้อมของบริษัทสู่อนาคต ที่จุดมุ่งหมายวันนี้ คือการลดขยะและการทำให้ขยะนั้นย่อยสลายได้ พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคตควบคู่กันไป

“โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ หากรอแต่เทคโนโลยีสมบูรณ์แบบที่ย่อยสลายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ และราคาก็ต้องไม่เพิ่มขึ้นเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ มนุษย์อาจจะรอได้ แต่สิ่งแวดล้อมคงรอไม่ไหว วันนี้เราจึงเริ่มใช้อะไรที่ใช้ได้ก่อนเพื่อหมุนความต้องการในตลาด ถ้ามีความต้องการเพิ่มมากขึ้น กำลังในการผลิตก็จะตามมา ราคาก็จะตอบโจทย์ตลาดขนาดใหญ่ การขยับขยายจะเริ่มง่าย”

ไม่ว่าเทคโนโลยีการผลิตพลาสติกในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับบริษัทผู้ผลิตย่อยสลายได้อย่างแอดวานซ์ไบโอแล้ว ยังคงยึดมั่นกับหลักการบริหารที่ไม่เอาเปรียบใคร เช่นเดียวกับที่ต้องการเห็นผู้บริโภคชาวไทยตระหนักถึงปัญหาการจัดการขยะพลาสติกอย่างรับผิดชอบ “เราเชื่อเรื่องการทำธุรกิจแบบโตไปด้วยกัน ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีการผลิตที่ดี เราก็อยากหาเพื่อนในวงการเดียวกันเข้ามาช่วยกันผลิต ช่วยกันขาย ทุกวันนี้จ๋ามีหน้าที่ไปพูดคุยทำความเข้าใจกับทั้งเจ้าของ ฝ่ายการขาย ฝ่ายผลิตในโรงงานขึ้นรูปพลาสติกเกือบทั่วประเทศ เพื่อสร้างแนวร่วมของผู้ผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้ว่ามันมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราสร้างมันคืออนาคต ขณะที่ความยากคือเรื่องจิตใต้สำนึกของคน เพราะการที่เราอยู่ในเมือง ไม่ได้ออกไปเห็นบ่อขยะ ไม่ได้เห็นว่าเราสร้างปัญหาให้กับคนอื่นมากแค่ไหน ขยะที่เราทิ้ง มันแค่ย้ายจากบ้านของเรา ไปในที่ของคนอื่น มันไม่ได้หายไป วันนี้สัญญาณที่ดีเริ่มมีมากขึ้นแล้ว การรณรงค์ช่วยได้ แต่จะทำอย่างไรให้ยั่งยืน นั่นคือความท้าทาย” คุณจ๋าทิ้งท้าย 

เรื่อง : วรรณกานต์ โอภาสเสถียร | ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์


Advance BIO – Producer of Safe, Biodegradable Plastic

“It’s near impossible for us to live without plastic because even snack and food packaging, clothes, spectacle lenses, watches and airplane parts are made of plastic,” Khun Jah – Jarasporn Nimkittikul, Product Development Manager of Advance Know-how Co., Ltd. (Advance Bio) explained. While reducing plastic consumption to zero might not be easily done, the Thai manufacturer still chooses to use technology to make plastic products that are eco-friendly. Therefore, from day one, the main goal of this biodegradable plastic manufacturer is to make the plastic it produces most useful and least harmful to this world.

Green from the Beginning
“Advance Bio has been established for 15 years. We are the first company in Thailand who aims to produce bioplastic and environmentally degradable plastic, or what they call eco-friendly plastic. At that time, we considered all available technologies to figure out the option best suited to Thailand in terms of economy, cost of living, maintenance, consumption habits and disposal process.” Khun Jah recalled the start of the business which was founded by her mother. Advance Bio began with studying and importing PLA bioplastic but that kind of plastic might not be suitable for hot climate like Thailand. Decomposition of PLA waste also requires the composting process, i.e. putting the plastic together with organic waste, adding microbial seeds, adjusting the Carbon to Nitrogen ratio and turning the surface area. This method does not align with the waste disposal methods in Thailand which are mostly incineration and landfilling. Advance Bio has therefore adapted and developed 2 technologies that are more suitable. The first one is a mixture of cassava with bioplastic which can reduce the use of plastic to 30-40%. Another formula is a natural seed that can decompose normal plastic by mixing it with polymer at the molecular level during the moulding process. This innovation is the latest method and prevalent in Asian and Middle East countries. 

New Product that Meets Thai Needs 
Using 100% bioplastic or plastic from plants might sound good and easiest to decompose. However, in reality, recycling this kind of plastic is difficult to do. “To completely recycle a cup made from 100% corn, it must be done with the same corn-based cups only. Let’s say we sell this product around the country. When users have used and discarded them, the bin man must gather this kind of cups in one place and recycle them at the same time. In theory, it might be possible. But in practice, it’s hardly possible.” Khun Jah gave an example to set the record straight about recycling biodegradable plastic. “So we thought to try using recyclable and degradable plastic, which means using natural seeds mixed with polymer. It allows us to recycle just 1 cup or 1 bag. Or if we are to leave it in the trash pile with different kinds of trash, it can still decompose without being harmful to the environment.

“Looking at the quantity of produced plastic resin compared to the recycle figures in Thailand today, we evidently recycle less than 5% of plastic. The 3R principle (Reduce - Reuse - Recycle) is certainly a good thing, but plastic consumption these days is too much to manage. So we want to fill that gap. We’re ok with recycling but if that’s not possible, let us add the 4th R—Return to Earth—without causing harm.”

In addition, using degradable plastic from natural seeds mixed with polymers allows Khun Jah’s green plastic products to set a more accessible price range than other technologies. For example, in comparison, the price of cassava-based plastic is 100% higher than natural seeds-based plastic. The present solution is therefore to adjust the plastic structure into a combination of plastic and natural seeds so that the company can control the costs and set a not-too-high selling price. At the same time, the plastic can decompose naturally and the decompose period reduced from 500 years to 5 years. “Degradable plastic means when the plastic breaks down from composting, heat or humidity, its molecules must be small enough for microbes to digest. So we must develop a natural innovation that makes the plastic molecule smaller. Our naturally degradable plastic, when left in trash pile, will decompose itself within 5 years. Or if entered into the recycling process, it can be recycled as well.”

Always Ready to Adjust for the Future
Today, Advance Bio has the technology to produce plastic resin and mould it into products and packaging which include almost all single-use packaging such as carry bags, trash bags, spoons, forks, knives, food boxes, water cups and straws—all of which are degradable. The company still builds on and applies new technologies in an appropriate and effective way. “From the beginning where we had several technologies, we have gradually reduced to only the ones that suit Thais. We have reasons why we choose to use natural seeds mixed with plastic to make normal plastic degradable. Actually, plastic is a by-product of oil production. Thailand’s plastic export currently ranks in the world’s top list and we still use a great deal of oil. If we don’t do it this way, how normal plastic will decompose when it’s nearly impossible to stop manufacturing plastic resin. But the day people all over the country start using Tesla or electric cars, we will say that we should immediately stop our production and replace it with cassava-based plastic.” Khun Jah spoke about preparing her company for the future. Her goal today is to reduce trash and make it degradable while developing the technology for tomorrow at the same time.

“There’s nothing 100% perfect in this world. If we are to wait for the perfect technology that is 100% degradable and 100% natural with less than 100% increase in price, human might be able to wait but the environment can’t. So we start to use what is usable today to spin market demand. If the demand grows, the manufacturing capacity will follow, the price will adjust to the bigger market, and the expansion will be easier.”

No matter what future plastic production technology will be, for degradable plastic manufacturers like Bio Advance, it stays committed to non-exploitative management principle. At the same time, it wants to see Thai consumers become aware of responsible plastic waste management. “We believe in doing business by growing together. Today we have good production technology and we want to find friends in the same industry to help produce and sell together. I have the duty to talk and build an understanding with the owners, sales and production departments in plastic moulding factories across Thailand. I’d like to build an alliance of degradable plastic manufacturers as it has a strong growth trend. Because we believe that what we build is the future. The difficulty lies in people’s conscience. Living in the city, we don’t get to see the trash pile and how much trouble we cause others. The trash we throw away, it just moves from our home to other people’s place. It doesn’t disappear. Today there are more good signals. Campaigning helps, but how to make it sustainable. That’s the challenge.” Khun Jah concluded

Story : Wannakarn Opassatien | Image : Pira Ditthakorn