“เราเชื่อว่าชีวิตที่ดีมาจากจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ไม่ใช่แค่เรื่องในบ้านแต่รวมถึงสภาพชุมชนในย่านของเขาด้วย ถ้าเขามาอยู่ในนิเวศเดียวกับเรา เราจึงคิดเผื่อด้วยว่าเราจะพัฒนาอะไรได้บ้างในพื้นที่สาธารณะในชุมชนนั้นๆ เราไม่ได้บอกว่าเราจะดูแลทั้งประเทศได้ แต่ที่ไหนก็ตามที่เราไป เราจะทำสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด” 

จะดีแค่ไหน หากเราออกแบบพื้นที่สาธารณะในชุมชนใกล้บ้านให้เป็นไปได้อย่างใจ และอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายของสังคมยุคใหม่ ได้ด้วยนวัตกรรมที่อยู่อาศัยซึ่งเข้าใจเราในทุกมิติ 

โครงการวิจัยล่าสุดโดย SC Asset ที่เชื่อมั่นในการปรับใช้ข้อมูลจริงจากการลงมือทำวิจัย หรือการลงพื้นที่สอบถาม ทำโปรโตไทป์ และทดสอบกับที่ดินจริงที่ใช้เป็น Sand Box กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อหาผลลัพธ์ที่จับต้องได้และต่อยอดสู่การพัฒนาในสเกลที่ใหญ่ขึ้นต่อไป โดยทำงานร่วมกับศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ ภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (REDEK) คือโซลูชั่นใหม่ขององค์กรที่ใช้เพื่อศึกษาและพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางทั้งภายในและโดยรอบบริเวณในอนาคตของโครงการที่อยู่อาศัยย่านบางกะดีและกรุงเทพฯ กรีฑา รวมถึงเพื่อสร้างโมเดลที่อยู่อาศัยซึ่งตอบรับการเติบโตของชุมชนเมือง และส่งมอบโซลูชั่นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน ในการช่วยแก้ปัญหาประจำวันของผู้อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ 

“วัฒนธรรมองค์กรของ SC Asset เชื่อว่าความยั่งยืนคุ้มค่ากับทุกการลงทุน ถ้าเราคิดแบบผู้ประกอบการทั่วไป การทำ Sand Box แบบนี้คงไม่กำไร แต่ถ้านับความยั่งยืนที่จะคืนมาแบบ Sustainable-Return On Investment (S-ROI) มันจะถูกทอนค่าและนับรวมสิ่งที่ไม่ใช่รายได้ที่เป็นตัวเลขอย่างเดียว เราอยากให้เขารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในระบบเดียวกัน หน้าที่ของดิเวลลอปเปอร์ในวันนี้ต้องแชร์บทบาทส่วนที่ภาครัฐยังเข้าไม่ถึงในแต่ละพื้นที่ได้ ถ้าคนในย่านเปิดใจ ด้วยองค์ความรู้หลากหลายที่มี เราจะสร้างโซลูชั่นให้ย่านนั้นๆ ดีขึ้นได้จริงๆ” คุณจูล-โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานสื่อสารและกลยุทธ์องค์กร SC Asset ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโปรเจ็กต์การวิจัยนี้กล่าว 

ผลลัพธ์ซึ่งเป็นความคืบหน้าสำคัญจากการทำวิจัยตลอด 3 เดือนเต็ม คุณจูลเล่าให้ฟังว่า “เราพบว่าพื้นที่ที่เด็กและผู้สูงวัยใช้เวลาอยู่ร่วมกันได้คือสิ่งที่ลูกบ้านต้องการ ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นเรื่องจริงจังของผู้อยู่อาศัยยังนำมาสู่การพัฒนาโปรเจ็กต์ที่ให้ลูกบ้านได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการด้วยตัวเอง เรียกว่า Design your Own Neighborhood โดยทุกชุดข้อมูลจะกลายเป็น Big Data ซึ่งมีความสำคัญและจะถูกนำไปใช้จริง” คุณจูลยังเตรียมที่จะปรับภูมิทัศน์ของร้านรถเข็นสตรีทฟู้ดรอบโครงการ ซึ่งถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของทั้งคนทำงานในขณะนี้และลูกบ้านในอนาคตให้สวยงามน่ามอง ด้วยการนำโมเดลแบบถอดประกอบที่ผลิตจากวัสดุไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาใช้งาน “จูลคิดว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จไปด้วยดี เราจะส่งต่อโมเดลนี้ไปปรับใช้กับพื้นที่ตลาดนัดอื่นๆ ได้ทั่วเมือง” 

ด้านอาจารย์ฉุน-ดร.ชำนาญ ติรภาส อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. ผู้บริหาร REDEK หัวหน้าโครงการวิจัยจากภาคการศึกษา ได้กล่าวถึงการข้ามฝากมาทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างจริงจังในครั้งนี้ว่า “ผมมองว่าเราต้องมีส่วนบริการทางการศึกษาที่ให้เอกชนเข้ามาต่อยอดนำความรู้ไปทำได้ ไม่ใช่ให้งานวิจัยอยู่แค่บนหิ้ง เพราะโจทย์ที่เราทำงานมันคือโจทย์จริง ได้เจอคนที่อยู่จริงๆ และมาจากพื้นฐานของข้อมูลความเป็นจริงมากๆ ไม่ได้เกิดจากสมมติฐานอย่างเดียว ผมเชื่อว่าข้อมูลจากการวิจัยครั้งนี้มีความ Inclusive (แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน) มีทฤษฎีและกระบวนการวิจัยมารองรับชัดเจน ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการแน่ๆ ยิ่งการที่ SC Asset มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการนำผลวิจัยไปทำงานต่อยังไง เราจะเห็นภาพการทำงานที่ต่างไปจากเดิม แล้วยังสร้างอิมแพ็กเชิงบวกให้กับชุมชนและย่านได้ทันที”

ไม่ว่าโครงการวิจัยนี้จะถูกต่อยอดและสำเร็จออกมาเป็นอย่างไร แต่ในฐานะผู้อยู่อาศัยก็มั่นใจได้ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างนิเวศความเป็นอยู่ที่ดีอย่างดิเวลลอปเปอร์ และภาคการศึกษาที่มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนและเมือง ต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของความยั่งยืนที่สร้างได้จากการทำความเข้าใจอันอยู่บนพื้นฐานความต้องการที่เป็นจริง

เรื่อง : พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์