Baht & Brains
15 กุมภาพันธ์ 2553
ทำไมสมองต้องแบ่งเป็นซีกซ้ายและซีกขวา?
ทำไมตรรกะและจินตนาการ
ต้องถูกเฉือนออกจากกัน?
ธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์
อยู่ร่วมกันไม่ได้จริงหรือ?
ในปี 2548 มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการสร้างสรรค์พุ่งสูงถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 4% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดในตลาดโลก ประเทศไทยติดอันดับเป็น 1 ใน 20 ประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์มากที่สุดของโลก อะไรคือจุดแข็ง ความสามารถ และความพร้อมของไทย และเราจะเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นเข้ากับกระแสของโลกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างไร
นิทรรศการ“Baht & Brains:สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์”นำเสนอโอกาสทางการค้าอันยิ่งใหญ่ เมื่อธุรกิจจับมือกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ จนเป็นจุดรวมของความคิดต่างขั้วที่สร้างมูลค่ามหาศาลจากการใช้ปัญญาเป็นต้นทุน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทยที่กำลัง “โต” และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนต่างวงการได้มากกว่าที่คิด
เผย 3 ประเด็นน่ารู้ก่อนก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจบนแนวคิดใหม่:
ZONE A: แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของโลกและประเทศ
เรื่องราวเบื้องหลังพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของโลกที่ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมีนวัตกรรมจากเทคโนโลยีและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญ พร้อมบทวิเคราะห์ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของต่างประเทศและประเทศไทย
ZONE B: กรณีศึกษาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย
เรื่องราวความสำเร็จของธุรกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยที่ต่อยอดจุดแข็งด้วยความคิดสร้างสรรค์ จุดรวมกันระหว่างสองขั้วต่าง Baht และ Brains จากหลากหลายวงการ ตั้งแต่แวดวงโฆษณา งานทักษะหัตถกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การบริการ ไปจนถึงงานวิจัยและพัฒนา
กรกต อารมย์ดี : ห้างหุ้นส่วนจำกัด กรกต อินเตอร์เนชั่นนอล
หัตถอุตสาหกรรม : กรกต นักสร้างคน คนสร้างงาน เบื้องหลังมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากไผ่สีสุกพืชพื้นถิ่นสู่ผลงานทางศิลปะภายใต้ชื่อ “กรกต” ไม่ได้มีเพียงมันสมองเจ้าของความคิดนามว่ากรกต อารมย์ดีเท่านั้น แต่ยังมีเทคนิคการมัดว่าวจุฬาของก๋งนักเลงว่าวในอดีต ความเจนจัดทางศิลปะของเพื่อนฝูงและฝีมือการจักสานของพี่ป้าน้าอาจากหมู่บ้านน้อยใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรีอีกนับสิบที่ทำให้ชิ้นงานของคุณกรกตอุดมด้วยเสน่ห์อย่างหัตถกรรม แต่มากปริมาณเพียงพอสนองตลาดด้วยกำลังการผลิตที่เป็นระบบระเบียบอย่างอุตสาหกรรมชนิดที่ต่างแดนนึกไม่ถึง
จากนักศึกษาที่ออกค้นหาตัวเองในรั้วมหาวิทยาลัย สู่ศิลปินที่ทำงานสร้างสรรค์เพื่อบ้านเกิดของตัวเอง เส้นทางการทำงานของคุณกรกตเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใฝ่หาโอกาสยังผลให้ชิ้นงานที่ต่อยอดจากสมัยเรียนถูกจัดแสดงเทียมบ่าเทียมไหล่ผลงานนานาชาติบนเวทีระดับโลก ความแตกต่างซึ่งเกิดจากฝีมือด้านหัตถกรรมอันละเอียดลออแบบท้องถิ่นจึงนำมาซึ่งความต้องการของตลาดและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามเป็นเงาตามตัว ชิ้นงานที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผลงานจากเพียงสองมือ กลายเป็นผลิตภัณฑ์จากสายการผลิตที่เริ่มต้นด้วยคุณกรกตวาดแบบ ผองเพื่อนทำโครงสร้าง แล้วจึงส่งต่อให้ชาวบ้านรอบข้างอีกหลายร้อยมือสานต่อตามความถนัดเพื่อปริมาณของชิ้นงานที่มากขึ้นในเวลาที่ลดลง แต่ยังคงความประณีตสมบูรณ์ สำเร็จเป็นผลงานทางศิลปะสะท้อนตัวตนแบบไทยที่ไปไกลถึงมือลูกค้าในต่างแดน ทำให้คุณกรกตได้หนีบออเดอร์มูลค่าหลายแสนกลับบ้านเพื่อกระจายงานและเวียนรายได้สู่บ้านเกิดอีกครั้งหนึ่ง วงจรหล่อเลี้ยงชุมชนภายใต้ปรัชญา “เขามาช่วยเรา เราก็ช่วยเขา” ของคุณกรกตจึงทั้งยกระดับหัตถกรรมไทยและชีวิตชาวบ้านผ่านการสร้างงานที่ไม่บังคับเปลี่ยนแปลง แต่คงไว้ซึ่งวิถีการทำงานและจุดแข็งจากสองมือของแต่ละคน
สมชาย ชีวสุทธานนท์ : บริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด (มหาชน)
อุตสาหกรรมโฆษณา : แม็ทชิ่ง สตูดิโอ (ชุมชนไอเดียแห่งวงการสื่อ) ไม่แปลกที่ใครก็ตามเมื่อได้ก้าวสู่อาณาจักรแม็ทชิ่งของคุณตี๋ สมชาย ชีวสุทธานนท์แล้ว ดีเอ็นเอแห่งความกล้าคิด กล้าลอง กล้าสร้างสรรค์จะฝังลึกอยู่ในสมองแบบทุกตารางนิ้ว เพราะตัวตนแบบ ‘ตี๋’มุมมองแบบ ‘ตี๋’และการทำงานแบบ ‘ตี๋’คือสิ่งที่แทรกซึมอยู่บนทุกอณูของความเป็นแม็ทชิ่ง ธุรกิจสื่อร่วม 8 บริษัทที่คุณตี๋ปลุกปั้นขึ้นมากับมือ
จากเด็กฝึกงานประจำโปรดักชันเฮาส์สู่เจ้าของบริษัทผู้ครองตำแหน่งหนึ่งในสิบของโลก ความเป็นคนกล้าได้กล้าเสียของคุณตี๋คือแรงขับที่ผลักให้แม็ทชิ่งเติบโตขึ้นจากศูนย์และแตกแขนงสู่งานบริการด้านต่างๆ นอกเหนือจากการผลิตภาพยนตร์โฆษณา แม็ทชิ่งในทุกวันนี้จึงไม่ย่ำอยู่กับที่แต่ก้าวออกจากพรมแดนเดิมๆของโปรดักชันเฮาส์สู่จ้าวแห่งเครือธุรกิจสื่อโฆษณาครบวงจรที่ผู้นำอย่างคุณตี๋ส่งเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อขยายการลงทุนอย่างไม่กลัวเจ็บตัว เช่นเดียวกับวิธีการบริหาร ผลงานของแม็ทชิ่งเองก็อัดแน่นไปด้วยลูกบ้าไม่แพ้กัน ตั้งแต่ "ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค" ผลงานชิ้นดังที่เปลี่ยนโฉมหน้าโฆษณาไทย ไปจนถึง “ไอน์สไตน์”กลุ่มธุรกิจใหม่ในเครือที่ปั้นขึ้นมาจากความซนของคุณตี๋เพื่อทำลายกำแพงขวางกั้นระหว่างสื่อ กลายเป็นจุดรวมตัวของหัวกะทิชั้นนำจากหลากหลายสายอาชีพเพื่อผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์อย่างไม่จำกัดรูปแบบ ที่เมื่อนำไปขึงกับสินค้าจึงเกิดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแหวกแนวแบบ “ธรู เดอะ ไลน์” ที่ไม่แยกเป็นกิจกรรมเหนือหรือใต้เส้น แต่ระดมใช้สื่อที่แม็ทชิ่งกรุ๊ปมีอยู่ในมืออย่างทะลุทะลวง พร้อมประเดิมด้วยศิลปิน "Season Five" ที่เลือกต่อยอดได้อย่างไม่จบสิ้น
เมื่อหัวเรือใหญ่ไม่ใช่ผู้บริหารบนหอคอย แต่เป็นพี่ชายช่างคิดที่ไม่เคยหยุดลองสิ่งใหม่ น้องๆทุกคนในบ้านทุกหลังของแม็ทชิ่งกรุ๊ปจึงเป็นกำลังสำคัญที่ต้องสวมร่างเป็น ‘ตี๋’ ที่ไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดทำและไม่เคยหยุดฝัน
เกษคง พรทวีวัฒน์ : บริษัท พรทวีโสภณ จำกัด
อุตสาหกรรมอาหาร : พรทวีโสภณ ความคิดสร้างสรรค์ที่กินได้ เมื่อการโขลกการตำอย่างไทยแทนที่ได้ด้วยการ ‘ฉีกและเท’ วัฒนธรรมการกินแบบไทยยุคใหม่ที่แม้เร่งรีบแต่ไม่เคยทิ้งการปรุงแบบตามใจฉันจึงกลายเป็นโอกาสทางการตลาดที่ทำให้คุณเกษคง พรทวีวัฒน์ เจ้าของเอสเอ็มอีไทยนามว่าพรทวีโสภณริเริ่มตำรับอาหารสำเร็จรูป ‘พร้อมปรุง’ ที่ลดทอนขั้นตอน แต่ไม่ลดทอนความเป็นไทย
เพราะสามารถคืนสภาพมะละกอได้แบบเส้นต่อเส้นและผักแบบใบต่อใบจนเหมือนของสด เมนูอบแห้งจากภูมิปัญญาไทยของพรทวีโสภณอย่างส้มตำ ต้มยำ และข้าวเหนียวทุเรียน แม้ไม่ผ่านการนึ่ง คั้น หั่น ซอย แต่เพียงเติมน้ำและให้ความร้อนก็คืนสภาพเป็นอาหารจานเด็ดที่ชวนให้เหยาะให้ปรุงได้ไม่แพ้การทำอาหารไทยแบบดั้งเดิมเพราะเทคโนโลยีการอบแห้งในอุณหภูมิต่ำด้วยเตาอบระบบสุญญากาศที่ทางบริษัทคิดค้นขึ้นสามารถคงทั้งสภาพและคุณค่าทางอาหารของวัตถุดิบได้อย่างที่ต้องการ นวัตกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรรูปแบบใหม่นี้เป็นผลผลิตจากความศรัทธาในความสามารถของคนไทยที่อาจเป็นเพียงความฝันหากไม่มีอดีตวิศวกรไทยวงการปิโตรเคมีผู้กล้าคิดนอกกรอบ นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารผู้ร่วมค้นคว้าทดลองอย่างใกล้ชิด และต้นคิดอย่างคุณเกษคงอดีตนักการตลาดช่างจินตนาการผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเครื่องจักรซึ่งกินเวลากว่า 7 ปี
สำหรับคุณเกษคง ‘เทคโนโลยี + ภูมิปัญญาไทย’ จึงเป็นสูตรสำเร็จในการพัฒนาแบบย้อนศรที่ตั้งต้นจากการพัฒนาเครื่องจักรด้วยนวัตกรรมอันล้ำหน้าที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แล้วจึงเสาะหาผลผลิตทางการเกษตรอันเป็นจุดแกร่งของจังหวัดลำพูนอันเป็นที่ตั้งโรงงานมาตอบโจทย์เพื่อสร้างสรรค์สินค้าอันเป็นเอกลักษณ์อย่างไม่ทิ้งวัฒนธรรม
พันธ์เวสส์ สุขวนิช : บริษัท ไซอาร์ม จำกัด
การวิจัยและพัฒนา : ไซอาร์ม ปฏิบัติการบุกตลาดนอกห้องวิจัย เพราะเชื่อว่างานวิจัยต้องลงจากหิ้งและขายได้ในสังเวียนธุรกิจ เมื่อคุณพันธ์เวสส์ สุขวนิชมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาระบบซ้อมรบทหารไทยด้วยอุปกรณ์ช่วยฝึกที่แม่นกว่า เหมือนจริงกว่าและพัฒนาภายในประเทศล้วนๆ จึงลงมือศึกษาและทดลองจน “RAIDZ” ระบบจำลองการรบสัญชาติไทยที่พัฒนาจากความสนุกเมื่อ 3 ปีก่อนสามารถเรียกเงินเพื่ออุดส่วนที่ไหลออกไปกับการพัฒนางานได้ไม่ขาดสาย ชูให้ไซอาร์มกลายเป็นบริษัทเล็กแต่ศักยภาพสูงที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติต้องยื่นมือสนับสนุน ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของคุณพันธ์เวสส์ที่เชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากการวิจัยต้องไม่ใช่แค่ ‘ใช้ได้’ แต่ต้อง ‘ขายได้’จริง
RAIDZ ได้รับการยกระดับให้ต่างจากระบบจำลองการรบทั่วไปให้แม่นยำกว่าด้วยอุปกรณ์ส่งสัญญาณเลเซอร์คุณภาพสูง สมจริงกว่าด้วยเครือข่ายอัจฉริยะขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับปืนทุกปลายกระบอก และทนทานกว่าด้วยวัสดุชั้นดีที่เฟ้นหาจากผู้ผลิตชาวไทย คุณภาพและนวัตกรรมทางการทหารชั้นเลิศเมื่อเสริมด้วยกติกาแบบเกมสู้รบบนจอคอมพิวเตอร์จึงทำให้ RAIDZ เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่โปรดปรานของเหล่านักเล่นบีบีกัน ผลงานจากการวิจัยและพัฒนาที่ไม่เหมือนใครบวกกับกลยุทธ์ทางการตลาดที่แม้ทุนต่ำแต่เน้นบุกชุมชนนักเล่นเกมทางอินเทอร์เน็ตด้วยการตลาดจู่โจมแบบกองโจรได้เสริมให้ RAIDZ เป็นส่วนผสมอันลงตัวระหว่างนักประดิษฐ์และนักขายของอย่างแท้จริง
สนธิ์ ชมดี : บริษัท เขาค้อทะเลภู จำกัด
อุตสาหกรรมบริการ : เขาค้อทะเลภู ศรัทธา ความงาม และผืนดิน โลกไม่อาจเปลี่ยนแปลงหากไม่เริ่มจากตัวเอง ก้อนกรวดไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมบนผืนน้ำหากไร้ซึ่งมวลอันหนักแน่น “เขาค้อทะเลภู” ผลผลิตของอุดมการณ์ที่เชื่อในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและพลังของภูมิปัญญาไทย จึงเป็นดั่งหินก้อนหนึ่งที่หวังจะประทับไว้บนกระแสสังคมซึ่งวิถีแห่งการพึ่งตนเองและศรัทธาในผืนดิน
อ้อมกอดสีเขียวบนเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ของคุณสนธิ์ ชมดี แตกกล้าราว 20 ปีก่อนเมื่อกฎแห่งธรรมชาติที่วัชพืชย่อมพ่ายแก่ร่มไม้ใหญ่คืนชีวิตเขาหัวโล้นในดงหญ้าคาสู่ป่าอันงดงาม แนวคิดเกษตรอินทรีย์แห่งธรรมชาติจึงกลายเป็นปรัชญาในการทำเกษตรของคุณสนธิ์ผู้ปล่อยให้พรรณพืชบนผืนดินว่า 200 ไร่ควบคุมดูแลกันเองอย่างเสรี และเพราะเชื่อว่าฟ้าดินลิขิตให้คนไทยพึ่งพาตนเองจากผืนดิน คุณสนธิ์จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมทรัพยากรที่มีเข้ากับภูมิปัญญาไทยเพื่อยืนหยัดด้วยรากฐานของตน ตั้งแต่องค์ความรู้ในการดำรงชีวิตของบรรพบุรุษชาวนาที่เมื่อบูรณาการเข้ากับยุคสมัยจึงสำเร็จเป็นสินค้าแปรรูปหลากชนิด ไปจนถึงวิถีการปรนนิบัติดูแลแบบไทยที่เมื่อผสานกับทรัพย์จากผืนดินจึงกำเนิดเป็นศูนย์สุขภาพองค์รวมกลางป่าไผ่อันเงียบสงบ เช่นเดียวกับบ้านพักและครัวไร้สารที่คอยรองรับพืชผลจากป่าเขาให้ผู้มาเยือนได้ใช้ชีวิตบนวิถีอันมีธรรมชาติเป็นแม่บทอย่างเคารพและกลมกลืน บทเรียนจากผืนดินที่คุณสนธิ์น้อมนำมาใช้จนกลายเป็นขนบแบบเขาค้อทะเลภูนั้นยังได้ถูกแบ่งปันแก่ชาวกะเหรี่ยงและชาวม้งในชุมชนใกล้เคียง เพื่อหวังให้เป็นอีกหนึ่งดินแดนแห่งเกษตรอินทรีย์ที่ไม่โอนเอียงตามกระแสแต่ยึดเหนี่ยวในสิ่งที่มี ที่เป็น อย่างแท้จริง
ZONE C: การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยในอนาคต
ทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นนักสร้างสรรค์ บุคลากรภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไปต่างเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจบนแนวคิดใหม่ เราต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อทำให้อุตสาหกรรมสร้างสรรคค์ของประเทศเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน
อาจารย์ธงชัย โรจน์กังสดาล : ความคิดสร้างสรรค์ ทำไมจะสร้างไม่ได้?
“รักษาสมองให้สมดุล รักษาร่างกายให้สมดุล อนาคตของมนุษยชาติอยู่ที่ผู้ถนัดทั้งสองมือ” เรย์มอนด์ ดาร์ท นักมานุษยวิทยาและนักกายวิภาค
จากปลายนิ้วที่ขยับไปมาบนจอสี่เหลี่ยมของคอมพิวเตอร์สู่สองมือที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระคอยรับและโยนลูกบอล วิชา Innovative Thinking และ Hack Your Mind ของอาจารย์ธงชัย โรจน์กังสดาล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือหนึ่งในความพยายามที่จะพัฒนาระบบการศึกษาให้สามารถผลิตมนุษย์ที่ใช้สมองสองซีกได้อย่างสมดุล
เพราะเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์สร้างได้ไม่ต่างจากทักษะทั่วไป วิชาคอมพิวเตอร์ที่ก้าวข้ามหลักสูตรบนหน้าจอสู่การเรียนการสอนเพื่อความคิดสร้างสรรค์ของอาจารย์ธงชัยจึงอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมลับสมองมากมายที่มุ่งให้นิสิตก้าวออกจากศาสตร์ที่คุ้นเคยสู่พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ตั้งแต่การหัดใช้มือข้างที่ไม่ถนัด การฝึกเขียน Mind Mapการบริหารกำลังใจตามบทเรียนของวิทยากร ไปจนถึงการหัดโยนจักกลิ้ง กิจกรรมท้าความสามารถในการใช้สองมือประสานกันที่ช่วยบริหารสมองและสร้างลักษณะนิสัยให้นิสิตเป็นคนกล้าเปิดใจคิดนอกกรอบและเผชิญหน้ากับความล้มเหลว เพราะการต้องก้มเก็บลูกบอลลูกแล้วลูกเล่านั้นไม่ต่างอะไรกับเส้นทางสู่การเป็นนวัตกรและนักคิดสร้างสรรค์ที่หนทางย่อมไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
วิชาของอาจารย์ธงชัย แม้สอนในห้องสี่เหลี่ยม แต่กลับเต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับกระแสใหม่ของโลกธุรกิจ ที่แม้แต่โรงเรียนบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดยังจัดตั้งหลักสูตร D-School เพื่อสอนวิธีคิดอย่างนักออกแบบแก่นักศึกษา ด้วยเชื่อว่าการผสมผสานศาสตร์ทั้งสองต่างหากคือคำตอบของธุรกิจในโลกปัจจุบัน ลบคำสบประมาทว่ามนุษย์เป็นได้เพียงชาวสมองซ้าย ชาวสมองขวา แต่หาเป็นได้ทั้งสองในตัวคนเดียวไม่
- 0 ความคิดเห็น
- อ่าน4541






























สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
กรุณา Login เข้าระบบก่อน