ภาษาไทย | English
พิมพ์

ลูกไม้ใต้โลก 09 : พ่อค้าสอนลูกค้า

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

Share

            การขายของแข่งกันนั้นยาก

            ยุคนี้เราไม่ได้แข่งกันแค่ ‘ของ’ที่เอามาขาย แต่เรายังแข่งขันกันที่ ‘วิธี’ขาย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ แข่งกันที่บริการ ทั้งการสร้างบรรยากาศที่ดีในการซื้อขาย การบริการลูกค้าด้วยใจแบบให้หมดใจ รวมไปถึงบริการหลังการขาย

            ใครเข้าใจลูกค้ามากกว่า เอาใจลูกค้ามากกว่า ก็ได้ใจลูกค้าไปมากกว่า

            การหยั่งรู้ความคิดจิตใจของมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราทำได้เพียงแค่คาดเดา ทำอะไรไปแล้วลูกค้าพอใจ ก็จดจำไว้ว่าน่าทำอีก

            แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า มันคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

            เหมือนอย่างที่สตีฟ จ๊อบส์ ไม่เชื่อว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์ควรเริ่มต้นจากการถามผู้บริโภคว่าต้องการอะไร เพราะหลายครั้ง ผู้บริโภคก็ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการ จนกระทั่งได้เห็นสิ่งที่นักออกแบบโชว์ให้ดู

            ลูกค้าอาจไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา จนกว่าทางร้านจะแสดงให้เห็น

ลูกค้าอาจจะรับรู้ว่า การซื้อของแล้วได้หีบห่อบรรจุภัณฑ์อันแสนเวอร์ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดก็ได้ ถ้าร้านแสดงให้พวกเขาเห็น

            การบริการมากที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุด บางทีการบริการด้วยการไม่บริการอาจจะดีกว่า หรือในกรณีนี้ การบริการด้วยการไม่บริการ น่าจะเป็นบริการที่ดีที่สุดเท่าที่ลูกค้าจะหาได้ในขณะนี้

            ร้าน Unpackaged เป็นร้านเล็กๆ ในลอนดอนที่ขายอาหารออแกนิกจำนวนผักสด แยม โยเกิร์ต ขนมปัง ธัญพืช ผลไม้แห้ง ชา กาแฟ ไวน์ เครื่องดื่ม เครื่องปรุง ขนม และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

            แคทเทอรีน คอนเวย์ เริ่มกิจการนี้เมื่อปี 2006 ในรูปแบบของแผงขายอาหารก่อนจะขยับขยายมาเป็นร้านสุดเก๋ คอนเวย์เปิดร้านนี้ด้วยความเชื่อที่ว่า เธอมีทางเลือกที่ดีกว่าในการขายอาหาร เธออยากให้มันง่าย และลูกค้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งต่อตัวเอง และต่อสิ่งแวดล้อม

            คอนเวย์เชื่อว่า บรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ในธุรกิจอาหารนั้นไม่จำเป็น ร้าน Unpackaged ก็เลยชวนลูกค้าช้อปปิ้งอย่างสร้างสรรค์ด้วยการไม่สร้างขยะ

   

            เหตุที่เราต้องสนใจเรื่องบรรจุภัณฑ์ก็เพราะในสังคมที่อาหารถูกจัดการผ่านระบบอุตสาหกรรม เราจำเป็นต้องพึ่งพาบรรจุภัณฑ์บางอย่าง แต่บรรจุภัณฑ์จำนวนมากซึ่งไม่จำเป็น มันก็เหมือนกับถูกผลิตเพื่อเป็นขยะ สิ้นเปลืองพลังงานมหาศาลทั้งในแง่ของการผลิตขึ้นมา และการทำลายให้หมดไป หรือถ้ามองในวงจรชีวิตสินค้า ก็พบว่า บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ ทำให้เราสิ้นเปลืองทรัพยากรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การบริหารจัดการของร้านค้า การจัดเก็บ และการกำจัด

            บรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่สามารถรีไซเคิลได้ แต่เกือบทั้งหมดถูกทิ้งปะปนอยู่ในกองขยะทั่วไป ซึ่งจะถูกนำไปฝังหรือเผา ปล่อยมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ

            ในมุมของผู้บริโภค ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้กับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ถึง 2เด้ง เด้งแรกมาในรูปของราคาสินค้าที่แพงขึ้น เด้งที่สอง มาในรูปของภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐบาลเพื่อกำจัดขยะ ถ้าเราสร้างขยะเยอะ ก็ต้องจ่ายภาษีเยอะ          

            ร้าน Unpackaged เลยบอกลูกค้าทุกคนว่า บรรจุภัณฑ์นั้นสร้างปัญหา ทางร้านเลยของดการใช้บรรจุภัณฑ์ จะบอกว่าร้านนี้ไม่บริการลูกค้าก็ได้ แต่จะมองว่า นี่เป็นการบริการที่มองการณ์ไกลกว่าก็ไม่ผิด

            ทางร้านไม่ได้มองแค่ความสุขของลูกค้าขณะซื้อ แต่มองยาวไปถึงความสุขเมื่อเดินออกจากร้านไปเจอสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตั้งแต่นาทีที่ก้าวขาออกจากร้านไปจนถึงอีกหลายสิบปีข้างหน้าเท่าที่ลูกค้ายังมีลมหายใจ

            ระบบการจัดการของร้านนี้ไม่มีอะไรยาก เริ่มจากลูกค้าต้องนำบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ซ้ำได้มาใส่สินค้าเอง จะเป็นอะไรก็ได้ ขวดแก้ว ทัพเปอร์แวร์ ถุงกระดาษ ถุงพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วต่างๆ ถ้ามันหนัก ก็ต้องชั่งน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ไว้ก่อน จากนั้นเมื่อนำสินค้าใส่บรรจุภัณฑ์เสร็จแล้ว ค่อยถือมาชั่งน้ำหนักที่แคชเชียร์เพื่อชำระเงิน กระบวนการมีเพียงเท่านี้

            แต่ถ้าลืมนำบรรจุภัณฑ์มา ทางร้านก็มีบรรจุภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้ซ้ำได้มาขายให้

            ถ้าลูกค้าคนไหนนำบรรจุภัณฑ์มาเอง จะได้รับส่วนลด 50 เพนนี

 

            ดูเผินๆ เหมือนเป็นนโยบายที่เอากระแสสิ่งแวดล้อมมาหากิน แต่ถ้ารู้ว่าร้านนี้ขายสินค้าอะไรบ้าง เราอาจเปลี่ยนใจ

            หลักในการเลือกสินค้าเข้าร้าน Unpackaged คือ สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าออแกนิกแท้ (ไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนผลิตและไม่ใช้พันธุ์ที่มีการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม) ซึ่งได้รับการตีตรารับรองแล้ว แม้ว่าสินค้าบางรายการจะไม่ใช่ออแกนิก แต่ก็มาจากผู้ผลิตท้องถิ่นซึ่งทางร้านพิสูจน์แล้วว่าผลิตด้วยกระบวนการที่ยั่งยืน สินค้าบางอย่างทางก็เข้าข่ายออแกนิก แต่ทางร้านไม่อยากเคลมเองจนกว่าจะได้รับการรับรองจากสถาบันที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ผลิตท้องถิ่นหลายคนเลือกที่จะไม่ขอการรับรองนั้น

            สินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่เข้าข่ายแฟร์เทรดหรือมีการค้าขายอย่างเป็นธรรม ทางร้านจะเลือกสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้ผลิตท้องถิ่น สหกรณ์ และผู้ประกอบการสังคม เป็นอันดับแรก และทางร้านไม่ขายสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งทางอากาศ เพราะสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่งมากเกินไป

            แล้วยังมีการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดการขนส่งให้เหลือน้อยที่สุดทั้งในส่วนของร้านและซัพพลายเออร์ รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อลดขยะในทุกขั้นตอนให้ได้มากที่สุด

            ทำกันขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าร้านนี้เขาเขียวจริงหรือเขียวปลอม

            แม้ว่า Unpackaged จะลดขยะสุดตัว ด้วยการไม่ใช้บรรจุภัณฑ์ แต่ทางร้านมองว่า นั่นยังไม่พอ หลักในการแก้ปัญหาขยะที่สำคัญกว่านั้น ซึ่งลูกค้าของพวกเขาจำเป็นต้องทราบคือ

            ซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต้องใช้

            อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อ

            จะมองว่าเป็นการขายโดยไม่ขายก็ได้

            พ่อค้าสอนลูกค้าแบบนั้น

ความคิดเห็นที่ 1
20 เมษายน 2553
จากบทความนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึง แนวคิดอย่างจีรังและยั่งยืน สำหรับการค้าขาย ในปัจจุบันการซื้อของตามท้องตลาดทั่วไป แม่ค้าพ่อค้าต่างพากันขายแต่สินค้าของตัวเองไม่นึกถึงการรักษาสภาพแวดล้อม ใช้ถึงพลาสติกกันเป็นว่าเล่น ไม่คิดถึงผลในระยะยาวแต่กลับคิดถึงแต่เรื่องของผลประโยชน์ของตัวเอง ทั้งนี้แนวการขายของร้าน Unpackaged สามารถใช้ใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการรักการบริการ การรักสิ่งแวดล้อม และรักเพื่อนมนุษย์ เข้ามาใช้ในเรื่องของการบริการได้อย่างเต็มที่ แนวคิดแบบนี้น่าจะมีร้านในเมืองไทยเกิดขึ้นมาบ้าง หรือที่มีอยู่แล้วก็นำแนวคิดนี้ไปต่อยอดทางธุรกิจต่อไปได้
แสดงความคิดเห็นโดย OhmAlone
ความคิดเห็นที่ 2
28 กันยายน 2553
ผมมองว่า ก็เป็นการค้าขายวิธีหนึ่ง เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง คำว่า ไม่ใช้สารเคมี มันเป็นไปไม่ได้ สำหรับคนที่เรียนวิทยาศาสตร์ เพราะทุกสิ่ง เป็นสารเคมี การใช้คำว่าไม่ใช้สารเคมี ควรต้องระบุว่า สารเคมีแบบไหน น้ำปลา น้ำตาล มะนาว ก็เป็น สารเคมี ผมจึงมองว่า เป็น ยุทธวิธีหนึ่ง ในการค้าขาย ในสิ่งที่ตนชอบ เพื่อตอบ โจทย์คนกลุ่มที่ชอบเหมือนกัน เข้าใจเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็นโดย anuchit
แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login เข้าระบบก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลูกไม้ใต้โลก 08 : ชวนกันเสียเงินให้เกม

ลูกไม้ใต้โลก 08 : ชวนกันเสียเงินให้เกม

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน3297
ลูกไม้ใต้โลก 07 : คิดนอกกล่อง

ลูกไม้ใต้โลก 07 : คิดนอกกล่อง

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

  • อ่านต่อ
  • 1
  • อ่าน4321
ลูกไม้ใต้โลก 06 : แลกเสื้อ

ลูกไม้ใต้โลก 06 : แลกเสื้อ

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

  • อ่านต่อ
  • 0
  • อ่าน3181
ลูกไม้ใต้โลก 05 : ซื้อใจ ขายคล่อง

ลูกไม้ใต้โลก 05 : ซื้อใจ ขายคล่อง

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

  • อ่านต่อ
  • 1
  • อ่าน3054
ลูกไม้ใต้โลก 04 : สิ่งไม่มีชีวิตที่ทำให้ตลาดกลับมามีชีวิต

ลูกไม้ใต้โลก 04 : สิ่งไม่มีชีวิตที่ทำให้ตลาดกลับมามีชีวิต

โดย ทรงกลด บางยี่ขัน (@zcongklod)

  • อ่านต่อ
  • 1
  • อ่าน2654