หมดยุคการแข่งขันด้วยกำลังผลิต

ที่มา http://www.flickr.com/photos/kajisagook/2655638524/sizes/l/
ในวันที่หลายโรงงานต้องปิดตัวลง กำลังการผลิตไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มที่ คนจำนวนมากต้องตกงาน อะไร... คือศักยภาพทางการแข่งขันที่แท้จริงของประเทศ?
และ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลในหลายๆ ประเทศหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจังกับการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานความคิด สร้างสรรค์ (Creative Economy)
ในระบบทุนนิยม ธุรกิจแข่งขันกันด้วยเงินทุน เครื่องจักร กำลังและความสามารถในการผลิต ธุรกิจที่ไม่มีกำลังเพียงพอสำหรับการผลิตแบบ Mass Production เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด จึงขาดโอกาสในการแข่งขันในเกมของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”
แต่ในวันที่ผู้บริโภค ไม่ได้ต้องการเพียงสินค้าที่ตอบสนองความต้องการทางกายภาพอีกต่อไป “ความคิด” จึงกลายเป็นทุนในรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ “ปลาเล็ก” สามารถลงแข่งขันได้ในตลาดที่เปิดกว้าง ในวันที่โลกใบนี้แบนลงเรื่อยๆ
ใน หนังสือ A Whole New Mind: Why Right-Brainers Will Rule the Future ของ Daniel H. Pink ได้อธิบายถึงเหตุผลสามประการที่ทำให้โลกก้าวไปสู่ยุคของความคิด นั่นคือ Abundance, Asia และ Automation
ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คลาสสิคให้ความสนใจกับการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด (Scarcity) แต่นักเศรษฐศาสตร์ยุคใหม่กลับมองไปถึงการตอบสนองความต้องการในการบริโภคอย่างไม่จำกัด (Abundance) โดยมีปัจจัยผลักดันคือ การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง เรากำลังก้าวผ่านยุคที่คนให้ความสำคัญเฉพาะแค่ปัจจัยในการดำรงชีวิต ไปสู่ยุคที่คนต้องการมากกว่าบ้าน รถ หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมถึงสิ่งที่สามารถเติมเต็มอารมณ์ สร้างประสบการณ์ และตอบสนองวิถีการดำรงชีวิตได้ด้วย นอกจากนี้ เทคโนโลยีออนไลน์ยังทำให้เรามีขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างไม่จำกัด (Unlimited Shelf Space) อีกด้วย
ในความหมายของ Pink คำว่า ‘เอเชีย’ (Asia) ถูกใช้เป็นคำจำกัดความของพลังแห่งการ Outsource หรือการว่าจ้างแรงงานที่มีทักษะแต่ราคาถูกในอีกซีกโลกหนึ่งให้ทำงานแทน เช่น หมอ ชาวอเมริกันสามารถส่งงานด้านการวิเคราะห์ฟิล์มเอ็กซเรย์ไปให้หมอชาวอินเดีย ทำแทนในชั่วข้ามคืน หรือการที่นักกฎหมายราคาแพงกำลังถูกแทนที่ด้วยบริการผ่านเว็บไซต์ที่เสนอ ราคาถูกกว่าเป็นสิบเท่า
ในวันที่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดดด้วยต้นทุนที่ถูกลงเรื่อยๆ แรงงานทั้งที่มีฝีมือและไร้ฝีมือกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Automation) แรงงานจึงไม่ใช่ปัจจัยในการสร้างความแตกต่างของมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป
นิตยสารบิสสิเนสวีคเคยกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทของการลงทุนในศตวรรษที่ 21 ในบทความเรื่อง ‘The Creative Economy’ ไว้ว่า นักลงทุนกำลังจะเผชิญกับปัญหาที่โลกไม่ได้ขาดแคลนเงินลงทุนอีกต่อไป แต่สิ่งที่ขาดแคลนจริงๆ ก็คือ ไอเดียดีๆ สำหรับการลงทุน และแนวโน้มนี้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญให้แก่ผู้ประกอบการและแรงงานทางความคิดต่อไป
Raghuram Rajan นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ให้ทัศนะไว้ว่า แนวโน้มดังกล่าวจะเปลี่ยนมุมมองที่ว่า ผู้ถือหุ้นคือผู้ที่สมควรได้รับประโยชน์แทบทั้งหมดจากผลกำไรในการดำเนิน ธุรกิจ มาสู่การกระจายรายได้จากการทำธุรกิจให้กับบุคลากรที่มีความสามารถในองค์กร
หมายเหตุ: นิตยสาร BrandAge ได้ส่งหนังสือขออภัยมายังศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ในฐานะผู้จัดทำเนื้อหาเว็บไซต์นี้ เรื่องการคัดลอกเนื้อหาบทความนี้ไปใช้ในนิตยสาร BrandAge Essential ฉบับ ‘Creative Economy: The Super Economic Driver’ โดยไม่ได้ระบุแหล่งที่มา
เรื่องโดย: นันทิยา เล็กสมบูรณ์
- 8 พฤษภาคม 2551
- 0 ความคิดเห็น
- อ่าน3965

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
กรุณา Login เข้าระบบก่อน